โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อสังหาริมทรัพย์

SCG ต่อยอดกรีนโซลูชั่นสู่เวทีโลก ผนึก Serendix ปั้น SCG 3D Printing Mortar

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 29 มิ.ย. 2568 เวลา 10.03 น. • เผยแพร่ 29 มิ.ย. 2568 เวลา 10.03 น.

เทคโนโลยีก่อสร้างระดับสุดยอดนวัตกรรม เกิดใหม่ได้ทุกวัน

ล่าสุด SCG โดย ธุรกิจเอสซีจี ซีเมนต์แอนด์กรีนโซลูชันส์ ผนึกสตาร์ตอัพดาวรุ่งญี่ปุ่น กลุ่ม Serendix นำเสนอนวัตกรรมใหม่ “SCG 3D Printing Mortar” งานนี้ต้องบอกว่า วิน-วินเกม เพราะพันธมิตรธุรกิจครั้งนี้ นอกจากเปิดตลาดในญี่ปุ่นแล้ว ยังเป็นสปริงบอร์ดด้านการลงทุนเข้าสู่ตลาดสำคัญอื่น ๆ ในโลกอีกด้วย

MOU ดาวรุ่งญี่ปุ่น “Serendix”

ความเคลื่อนไหวล่าสุด ทางเอสซีจี ซีเมนต์แอนด์กรีนโซลูชันส์ ลงนาม MOU กับ Serendix สตาร์ตอัพญี่ปุ่น เพิ่มขีดความสามารถในงานก่อสร้างจากเทคโนโลยี 3D Printing ผนวกรวมกับปูนมอร์ตาร์สูตรเฉพาะสำหรับงานพิมพ์สามมิติ ผลักดันนวัตกรรมงานก่อสร้างสีเขียวในตลาดญี่ปุ่นสู่เวทีโลก ตอบโจทย์ลดคาร์บอน ลดแรงงาน เพิ่มความเร็ว

โดย “สุรชัย นิ่มละออ” กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธุรกิจเอสซีจี ซีเมนต์แอนด์กรีนโซลูชันส์ เปิดเผยว่า เอสซีจี ในฐานะผู้นำธุรกิจปูนซีเมนต์และผลิตภัณฑ์ก่อสร้างที่ยั่งยืน มีความมุ่งมั่นในการผลักดัน Green Solutions ที่ตอบโจทย์ทั้งด้านคุณภาพ ความรวดเร็ว และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

ล่าสุด ได้มีการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) กับ Serendix บริษัทสตาร์ตอัพผู้เชี่ยวชาญด้านที่อยู่อาศัยในประเทศญี่ปุ่น ถือเป็นอีกก้าวสำคัญในการนำปูนมอร์ตาร์สูตรเฉพาะสำหรับงานพิมพ์สามมิติ (SCG 3D Printing Mortar) มาช่วยยกระดับงานก่อสร้าง

ผ่านการสร้างบ้านที่มีคุณภาพสูง ประหยัดทั้งเวลาและทรัพยากร โดยเฉพาะในประเทศญี่ปุ่น ซึ่งถือเป็นตลาดที่ให้ความสำคัญกับเทคโนโลยีขั้นสูง และมาตรฐานด้านความยั่งยืนในงานก่อสร้าง

“ความร่วมมือครั้งนี้ ไม่ใช่แค่การส่งออกวัสดุก่อสร้างคุณภาพ แต่เป็นการส่งต่อองค์ความรู้ การพัฒนาเทคโนโลยีเชิงลึกระหว่างสองประเทศ โดยเอสซีจีร่วมมือในระดับวิศวกรรมกับทีม Serendix เพื่อ Codevelop สูตรปูนที่เหมาะสมกับเครื่องพิมพ์ของญี่ปุ่น ในสภาพอากาศที่หลากหลาย”

พลิกโฉมเทคโนโลยีสร้างบ้าน

สำหรับ Serendix เป็นบริษัทสตาร์ตอัพญี่ปุ่นที่ก่อตั้งขึ้น เพื่อแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยผ่านเทคโนโลยี 3D Printing บ้านต้นแบบที่พัฒนาขึ้นได้รับการบันทึกว่าเป็นบ้าน 3D-Printed แห่งแรกของญี่ปุ่น ที่สร้างเสร็จในระยะเพียง 23 ชั่วโมง ด้วยความมุ่งมั่นในการสร้างบ้านให้ได้เร็ว แข็งแรง และมีคุณภาพ

โดยเลือกใช้ปูน SCG 3D Printing Mortar พร้อมการสนับสนุนจากทีมผู้เชี่ยวชาญจากเอสซีจี ที่ร่วมพัฒนาปูนสูตรเฉพาะให้เหมาะกับเครื่องพิมพ์ 3D Printing สภาพแวดล้อมและภูมิอากาศของประเทศญี่ปุ่น มีความแข็งแรง รองรับดีไซน์ซับซ้อน สร้างขึ้นรูปอิสระ มีความแม่นยำและบริหารจัดการโครงการได้ดี

รวมทั้งคำนึงถึงเรื่องการลดคาร์บอน ลดฝุ่น ลดขยะ ลดแรงงาน ซึ่งล้วนเป็นสิ่งสำคัญที่บริษัทต้องนำมาปรับใช้ในทุกขั้นตอน เพื่อให้มั่นใจว่าวัสดุที่ส่งมอบนั้นใช้งานจริงได้อย่างมีประสิทธิภาพในทุกสถานการณ์

ปัจจุบันตลาดการก่อสร้างด้วยเทคโนโลยี 3D Printing โดยเฉพาะในประเทศญี่ปุ่น สหรัฐอเมริกา และกลุ่มประเทศยุโรป กำลังขยายตัวอย่างรวดเร็ว ขณะที่ประเทศไทยแม้ยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น แต่มีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่องจากกระแสการพัฒนาโครงการก่อสร้างสีเขียว

รวมทั้งความต้องการลดต้นทุนแรงงานและวัสดุอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่ง เอสซีจี นับว่าเป็นหนึ่งในผู้พัฒนาวัสดุปูนสำหรับเครื่องพิมพ์ 3D Printing รายแรกที่สามารถผลิตและนำไปใช้งานได้จริงอย่างเต็มศักยภาพ ตอบโจทย์งานก่อสร้างครอบคลุมทุกมิติ

“ความร่วมมือกับ Serendix ในครั้งนี้ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่จะพลิกโฉมอุตสาหกรรมก่อสร้างสู่ยุคของการสร้างบ้านด้วยเทคโนโลยี 3D Printing ทั้งรวดเร็ว มีประสิทธิภาพ และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม”

SCG 3D Printing Mortar

อวดโฉมใน Osaka Expo 2025

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ก่อนหน้านี้ ณ บิ๊กอีเวนต์ระดับโลก “Osaka Expo 2025” ที่ประเทศญี่ปุ่นเป็นเจ้าภาพ มีกำหนดจัดงาน 184 วัน หรือ 6 เดือนเต็ม ตั้งแต่ 13 เมษายน-13 ตุลาคม 2568 ที่เกาะยูเมะชิมะ เมืองโอซากา ที่ได้มีการจัดแสดงอาคาร “Serendix 55” ออกแบบและก่อสร้างขึ้นด้วยเทคโนโลยีการพิมพ์ขึ้นรูปปูนมอร์ตาร์ 3 มิติ

มีจุดเด่นที่ลวดลายผิวอาคารทั้งภายนอกและภายในคล้ายสิ่งทอ สร้างขึ้นได้อย่างแม่นยำ รวดเร็ว โดย Serendix บริษัท Startup ผู้เชี่ยวชาญด้านที่อยู่อาศัยขนาดเล็กในญี่ปุ่น โดยร่วมออกแบบและใช้ปูนมอร์ตาร์ในการขึ้นรูปด้วยเทคโนโลยี 3D Printing จาก SCG 3DP ผู้นำด้านนวัตกรรมการก่อสร้างด้วยเทคโนโลยีการพิมพ์ขึ้นรูปปูน 3 มิติ ทำให้อาคารแห่งนี้มีความแข็งแรง ความสวยงาม และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

อาคารนี้มีขนาด 55-200 ตารางเมตร มีความกว้างถึง 6 เมตร โดยไม่ต้องใช้เสาค้ำกลางภายในอาคาร ทำให้สามารถออกแบบพื้นที่ใช้งานได้อย่างอิสระ โดยใช้เวลาพิมพ์ขึ้นรูปโครงสร้างเพียง 1.5 ชั่วโมง และติดตั้งหลังคาไม้ภายในเวลา 3 ชั่วโมง แสดงถึงความสามารถในการบริหารจัดการการก่อสร้างได้อย่างเป็นระบบในทุกขั้นตอน

อาคารนี้ตั้งอยู่ ณ Yumeshima Car Park ใกล้สถานี MRT Yumeshima เพียง 3 นาที ตรงข้ามพื้นที่จัดงาน Osaka Expo 2025 นับเป็นจุดเริ่มต้นการก่อสร้างและงานสถาปัตยกรรมที่มีการประยุกต์ใช้เทคโนโลยี 3D Printing ที่สอดคล้องกับการก่อสร้างในอนาคตที่ต้องการความรวดเร็ว การบริหารจัดการงบประมาณ แรงงาน ระยะเวลาการก่อสร้าง สามารถตรวจสอบได้ในทุกขั้นตอน ลดการสูญเสียและสิ้นเปลืองวัสดุ อีกทั้งยังเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม นับเป็นการนำเสนอรูปแบบการก่อสร้างงานสถาปัตยกรรมสมัยใหม่

สอดคล้องกับเป้าหมายของเอสซีจี ในการขับเคลื่อน Green Construction ซึ่งจะช่วยสร้าง Ecosystem ด้านการก่อสร้างที่ยั่งยืนในระดับภูมิภาค พร้อมเพิ่มช่องทางและโอกาสการขายในประเทศญี่ปุ่น พร้อมต่อยอดสู่เวทีโลกได้อย่างแข็งแกร่ง คำกล่าวย้ำจุดยืนของ “สุรชัย นิ่มละออ”

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : SCG ต่อยอดกรีนโซลูชั่นสู่เวทีโลก ผนึก Serendix ปั้น SCG 3D Printing Mortar

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...