โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“ยุติธรรม”เดินหน้าเยียวยา ครอบครัวพลทหารถูกซ้อมตามพ.ร.บ.อุ้มหายฯครั้งแรก

สยามรัฐ

อัพเดต 20 มิ.ย. 2568 เวลา 01.31 น. • เผยแพร่ 20 มิ.ย. 2568 เวลา 01.31 น.

“ทวี” เดินหน้ามอบเงินเยียวยาตาม พ.ร.บ.อุ้มหายฯ ครั้งแรกในประวัติศาสตร์ 7.5 แสนบาท ให้ครอบครัว 2 พลทหารถูกซ้อมทรมานจนเสียชีวิต ตาม พ.ร.บ.อุ้มหายฯ

ที่บริเวณศูนย์บริการร่วม อาคารกระทรวงยุติธรรม ถนนแจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 19 มิ.ย.68 พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เป็นประธานในพิธีมอบเงินช่วยเหลือเยียวยาแก่ครอบครัวผู้เสียหายตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. 2565 ซึ่งนับเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ประเทศไทย โดยมี น.ส.เอมอร เสียงใหญ่ อธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ พร้อมผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ร่วมเป็นสักขีพยาน โดยมอบเงินช่วยเหลือแก่ครอบครัวผู้เสียหาย 2 ราย รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 750,000 บาท พร้อมกับการช่วยเหลือในรูปแบบอื่นที่ไม่ใช่ตัวเงิน เพื่อเยียวยาทั้งทางกายและใจของครอบครัวผู้สูญเสีย ประกอบด้วย 1.ครอบครัวพลทหารกิตติธร เวียงบรรพต ซึ่งพลทหารกิตติธร สังกัดหน่วยฝึกทหารใหม่ ค่ายเม็งรายมหาราช จังหวัดเชียงราย เสียชีวิตจากการถูกครูฝึกสั่งลงโทษจนป่วยหนักและไม่ได้รับการรักษาพยา บาล คณะอนุกรรมการช่วยเหลือเยียวยาฯ มีมติให้ทายาทได้รับเงินช่วยเหลือกรณีถูกกระทำที่โหดร้ายฯ จำนวน 250,000 บาท ซึ่งเป็นอัตราสูงสุดสำหรับกรณีนี้ นอกจากเงินช่วยเหลือแล้ว ครอบครัวยังได้รับการประสานให้ผู้กระทำความผิดขอโทษผู้เสียหายโดยเปิดเผยต่อสาธารณะ และมีการฟื้นฟูด้านจิตใจแก่ครอบครัว

ส่วนของคดีความพนักงานอัยการได้มีคำสั่งฟ้องครูฝึกทหาร 2 นาย ต่อศาลอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 5 จังหวัดเชียงใหม่ ในข้อหาร่วมกระทำการที่โหดร้าย ไร้มนุษยธรรม หรือย่ำยีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ตามมาตรา 6 แห่ง พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทรมานฯ และประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83

2.ครอบครัวพลทหารวรปรัชญ์ พัดมาสกุล พลทหารวรปรัชญ์ สังกัดกองพันทหารราบที่ 3 กรมทหารราบที่ 21 รักษาพระองค์ ค่ายนวมินทราชินี จังหวัดชลบุรี เสียชีวิตจากการถูกครูฝึก 2 นาย และผู้ช่วยครูฝึก 11 นาย ร่วมกันทำร้ายร่างกายอย่างรุนแรงและต่อเนื่อง คณะอนุกรรมการช่วยเหลือเยียวยาฯ มีมติให้ทายาทได้รับเงินช่วยเหลือกรณีถูกกระทำทรมาน จำนวน 500,000 บาท นอกจากนี้ ยังมีการช่วยเหลือในรูปแบบอื่น เช่น การประสานงานและให้คำปรึกษาทางกฎหมาย การฟื้นฟูด้านจิตใจแก่ครอบครัว และการประสานหน่วยงานต้นสังกัดเพื่อกำชับการปฏิบัติงาน

ส่วนของคดีความ ทางศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ ภาค 2 จังหวัดระยอง ได้มีคำพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลยทั้ง 13 คน โดยจำเลยที่ 1 (ครูฝึก) ถูกจำคุก 20 ปี ฐานกระทำการทรมาน, จำเลยที่ 2 (ครูฝึก) ถูกจำคุก 15 ปี ฐานกระทำการทรมาน และจำเลยที่ 3-13 (ผู้ช่วยครูฝึก) ถูกจำคุกคนละ 10 ปี ฐานกระทำการทรมาน

พ.ต.อ.ทวี กล่าวภายหลังมอบเงินเยียวยาฯ ว่า พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. 2565 ซึ่งมีผลบังคับใช้มาตั้งแต่ปี 2565 ขณะนี้มีระเบียบรองรับที่สมบูรณ์แล้ว โดยเฉพาะระเบียบว่าด้วยการเยียวยาด้านการเงิน ซึ่งผ่านการพิจารณาและเห็นชอบจากกรมบัญชีกลางและกระทรวงการคลัง รวมถึงการศึกษาและวิเคราะห์เพื่อให้เกิดความสมดุลกับบริบทของประเทศ ไทย ซึ่งสองกรณีที่มอบเงินเยียว ยาในวันนี้เป็นเคสแรกที่ใช้ระเบียบนี้

พ.ต.อ.ทวี กล่าวต่อว่า กฎหมายนี้มีความสมบูรณ์ ไม่เพียงแต่ในมิติทางกฎหมายเท่านั้น แต่ยังเป็นการส่งสัญญาณว่ารัฐบาลพร้อมปกป้องคุ้มครองประชาชนที่ถูกละเมิดสิทธิมนุษยชน อีกทั้งด้านการช่วยเหลือเยียวยาและการดำเนินคดีอาญา จะมีหน่วยงานสหวิชาชีพ เช่น ตำรวจ อัยการ DSI และกรมการปกครอง ที่สามารถสอบสวนเรื่องเหล่านี้ได้ ซึ่งมีผลบังคับใช้แล้ว ขณะที่ภาพรวมของการร้องเรียนเจ้าหน้าที่รัฐหลังจากมี พ.ร.บ.ฉบับนี้ ก็มีแนวโน้มลดลงซึ่งเป็นสัญญาณที่ดีและคาดหวังว่ากฎหมายนี้จะช่วยปกป้องประชา ชนได้อย่างแท้จริง โดยกระทรวงยุติธรรมมุ่งมั่นที่จะยึดมั่นในหลักการ "เคารพชีวิต ใช้สิทธิตามกฎ หมาย ขจัดการอุ้มหายและทรมาน" เพื่อสร้างความเป็นธรรมและป้องกันเหตุการณ์เช่นนี้ไม่ให้เกิดขึ้นอีกในอนาคต

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...