โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ITD ไตรมาส 1/68 กำไร 6,767 ล้านบาท โตระเบิด 5,428% ผู้สอบบัญชีไม่รับรองงบ

การเงินธนาคาร

อัพเดต 16 พ.ค. 2568 เวลา 11.25 น. • เผยแพร่ 16 พ.ค. 2568 เวลา 04.25 น.

ITD ไตรมาส 1/68 กำไร 6,767 ล้านบาท โต 5,428% หลังเปลี่ยนประเภทเงินลงทุนเหมืองโปรแตช 11,930 ล้านบาท เร่งวางกลยุทธ์สร้างสภาพคล่อง แจงมืออาชีพธุรกิจรับเหมา หลังผู้สอบบัญชีไม่รับรองงบ

วันที่ 16 พ.ค.2568 บมจ.อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ (ITD) รายงานไตรมาส 1/68 มีกำไรสุทธิ 6,767 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5,428.6% จากช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 122.40 ล้านบาท

มีรายได้จากการให้บริการรับเหมาก่อสร้าง 5,096 ล้านบาท ลดลงจากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน 11,850 ล้านบาท ส่วนใหญ่เนื่องจากการยุติการรับรู้รายได้ของบริษัทย่อยแห่งหนึ่งในต่างประเทศที่ถูกโอนเป็นสินทรัพย์ที่ถือไว้เพื่อขาย

รวมถึงการลดลงของรายได้จากโครงการก่อสร้างบางโครงการ เช่น งานอาคาร งานระบบรางรถไฟ งานท่าเรือ งานคลองระบายน้ำ

มีรายได้จากการขายและให้บริการ 1,744 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อน 117 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นการเพิ่มขึ้นของรายได้จากการให้บริการโครงการเหมืองแร่ต้นทุนในการให้บริการรับเหมาก่อสร้าง

มีต้นทุนในการให้บริการรับเหมาก่อสร้าง จำนวน 7,967 ล้านบาท ลดลงจากช่วงเดียวกันปีก่อน 7,601 ล้านบาท ส่วนใหญ่เนื่องจากการยุติการรับรู้ต้นทุนของบริษัทย่อยแห่งหนึ่งในต่างประเทศที่ถูกโอนเป็นสินทรัพย์ที่ถือไว้เพื่อขาย มีต้นทุนในการขายและให้บริการ 1,822 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อน 175 ล้านบาท ส่วนหนึ่งเนื่องจากต้นทุนการให้บริการเหมืองแร่เพิ่มขึ้น และต้นทุนในการขายและให้บริการของบริษัทย่อยบางแห่งเพิ่มขึ้น

ITD มีผลขาดทุนขั้นต้น 2,949 ล้านบาท ขาดทุนเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีกำไรขั้นต้น 1,359 ล้านบาท และมีอัตราขาดทุนขั้นต้นร้อยละ 43.11 ลดลงจากช่วงเดียวกันปีก่อน ที่มีอัตรากำไรขั้นต้นร้อยละ 7.31 ส่วนหนึ่งเนื่องจากการขาดทุนเพิ่มขึ้นของงานก่อสร้างและให้บริหารเหมืองแร่บางโครงการ ได้แก่ งานระบบรางรถไฟ งานอาคาร งานท่าเรือ งานโรงงานอุตสาหกรรม รวมถึงการยุติการรับรู้กำไรขั้นต้นของบริษัทย่อยแห่งหนึ่งในต่างประเทศที่ถูกโอนเป็นสินทรัพย์ที่ถือไว้เพื่อขาย

ในไตรมาสแรกของปี 2568 บริษัทฯ ไม่มีเงินปันผลรับและส่วนแบ่งกำไรจากกิจการร่วมค้า ลดลงจากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนที่มีเงินปันผลรับและส่วนแบ่งกำไรในกิจการร่วมค้า 33 ล้านบาท บริษัทฯ มีดอกเบี้ยรับ 4 ล้านบาท ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 289 ล้านบาท

เนื่องจากในงวดนี้ไม่มีดอกเบี้ยรับจากการระงับข้อพิพาทโครงการก่อสร้างแห่งหนึ่งในต่างประเทศ มีกำไรจากการจำหน่ายทรัพย์สิน 12 ล้านบาท ลดลงจากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน 258 ล้านบาท เนื่องจากมีการจำหน่ายทรัพย์สินที่ไม่ใช้ในการดำเนินงานน้อยลง

บริษัทฯ มีกำไรจากการเปลี่ยนประเภทเงินลงทุน 11,930 ล้านบาท เนื่องจากมีกำไรจากการเปลี่ยนประเภทเงินลงทุนในธุรกิจเหมืองแร่โปแตช และกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน 29 ล้านบาท ลดลงจากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนเป็น 196 ล้านบาท เนื่องจากการอ่อนค่าของค่าเงินบาทในสินทรัพย์ของบริษัท

บริษัทฯ มีค่าใช้จ่ายในการบริหาร 939 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน 133 ล้านบาท ส่วนหนึ่งเนื่องจากค่าใช้จ่ายจากการเปลี่ยนประเภทเงินลงทุนในธุรกิจเหมืองแร่โปแตช และมีค่าเผื่อผลขาดทุนจากการด้อยค่า จำนวน 911 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน 231 ล้านบาท ในงวดนี้ส่วนหนึ่งเป็นค่าเผื่อผลขาดทุนจากการด้อยค่าในลูกหนี้จากงานก่อสร้างโรงงานอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ รวมถึงค่าเผื่อผลขาดทุนจากการด้อยค่าของกิจการร่วมค้าบางแห่งในต่างประเทศ

ITD ยังได้ชี้แจงตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย กรณีบริษัท แกรนท์ ธอนตัน ผู้สอบบัญชีไม่สามารถแสดงความเห็นต่องบการเงินไตรมาสที่ 1 ปี 2568 ของกลุ่มบริษัทฯเนื่องจาก

  • ความไม่แน่นอนที่มีสาระสำคัญที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานต่อเนื่อง
  • รายการบัญชีที่ผู้สอบฯ ไม่สามารถหาหลักฐานการสอบทานข้อมูลทางการเงินที่เหมาะสมอย่างเพียงพอเนื่องจากข้อจำกัดกัดของสถานการณ์
  • รายงานการสอบทานโดยให้ข้อสรุปอย่างมีเงื่อนไขของผู้สอบบัญชีบริษัทย่อย ตามที่ปรากฏในงบการเงิน ดังกล่าวนั้น

ITD ชี้แจงว่า การที่ผู้สอบบัญชีไม่อาจแสดงความเห็นต่องบการเงินรวมและงบการเงินเฉพาะกิจการของกลุ่มบริษัทและบริษัทฯ ดังกล่าว ไม่ได้มีสาเหตุจากการถูกจำกัดขอบเขตโดยผู้บริหาร หรือผิดมาตรฐานการบัญชีไทย แต่เกิดจากผลกระทบต่อความไม่แน่นอนที่มีสาระสำคัญตามสถานการณ์ หรือมีข้อจำกัดของสถานการณ์

ทั้งนี้ บริษัทฯ อยู่ระหว่างการดำเนินการตามแผนการธุรกิจและกลยุทธ์ทางการเงินเพื่อให้เชื่อมั่นได้ว่ากลุ่มบริษัทและบริษัทฯ จะมีสภาพคล่องอย่างเพียงพอและมีความสามารถในการชำระหนี้เมื่อครบกำหนดและดำเนินธุรกิจได้อย่างต่อเนื่อง

อย่างไรก็ดี ด้วยประสบการณ์การทำงานในสายงานอุตสาหกรรมก่อสร้างที่ผ่านมา บริษัทมีความเชื่อมั่นในแนวทางการปรับโครงสร้างองค์กร การบริหารจัดการเพื่อลดต้นทุนอย่างรอบคอบและคุ้มค่า จะส่งผลทำให้บริษัทสามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพและมีผลประกอบกิจการที่ดีขึ้นได้ต่อไป

อ่านข่าว แวดวงธุรกิจ ที่น่าสนใจ ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...