ถ้าไทยอ่อนแอสหรัฐก็เสียผลประโยชน์ ‘รศ.ดร.ปณิธาน’ ชี้ไทยต้องผสานข้อเสนอเศรษฐกิจ-ความมั่นคงที่มีความคุ้มค่า
รศ.ดร.ปณิธาน วัฒนายากร นักวิเคราะห์และผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคง กล่าวถึงการเจรจาขอลดภาษีตอบโต้ของสหรัฐว่า การจะให้สหรัฐเข้ามาตั้งฐานทัพเรือที่ทับละมุ จ. พังงานั้น ทำไม่ได้เพราะว่าผิดข้อตกลงของอาเซียน และคงไม่มีประเทศไหนที่จะให้ชาติมหาอำนาจเข้ามาตั้งฐานทัพถาวร นอกจากญี่ปุ่น ที่เป็นเรื่องที่ช่วยไม่ได้ เพราะญี่ปุ่นแพ้สหรัฐในสงครามโลกครั้งที่ 2
ส่วนที่ฟิลิปปินส์ และสิงคโปร์นั้น สหรัฐเข้ามาขอเช่าพื้นที่ โดยมีข้อตกลงเชิงพาณิชย์ที่ชัดเจน และเข้าใจว่ากัมพูชาก็ให้จีนเช่าฐานทัพเรือเรียมเช่นกัน และการที่ไทยจะให้สหรัฐเช่าเช่นนั้น ก็ต้องพิจารณาอำนาจในการใช้ให้ดี อย่างสิงคโปร์นั้นมีข้อจำกัดค่อนข้างมาก เช่นห้ามนำอาวุธนิวเคลียร์เข้ามา เพราะว่าอาเซียนเป็นเขตปลอดอาวุธนิวเคลียร์
ส่วนข้อเสนอเรื่องการให้เช่าฐานทัพเรือทับละมุ เพื่อแลกกับการลดอัตราภาษีตอบโต้ของสหรัฐนั้น มีอยู่ในแผนอยู่แล้ว เนื่องจากว่าไทยและสหรัฐมีข้อตกลงความร่วมมือด้านการทหารอยู่แล้วว่าจะต้องมีการส่งกำลังบำรุงร่วมกัน อีกทั้งไทยยังเป็นพันธมิตรพิเศษนอกนาโต้
ซึ่งเราจะต้องเปิดพื้นที่ของเราให้กับเขาในการซ่อมบำรุง เติมน้ำมัน หรือพักผ่อนหย่อนใจในระหว่างหยุดแวะการเดินทางไปปฎิบัติการทางทหาร ซึ่งเมื่อก่อนเราเปิดให้เขาค่อนข้างมาก เช่นในระหว่างที่เขาไปปฎิบัติการในตะวันออกกลาง ก็มาแวะเติมน้ำมันที่อู่ตะเภา หรือสัตหีบ
แต่ในตอนนี้เราไม่ค่อยอยากให้เขาเข้ามาใช้ เพราะเกรงจะเป็นการชักศึกเข้าบ้าน แต่เขาก็มาอยู่ดี ในการซ้อมรบ Cobra Gold เขาก็มาอย่างเต็มกำลัง มีเรือบรรทุกเครื่องบิน และกำลังพลนับหมื่นนาย ซึ่งเราจะเอาตรงนี้มาเจรจาต่อรองอย่างไร เอามาคิดเงินอย่างไร โดยไม่ชักศึกเข้าบ้าน
สำหรับสหรัฐนั้น มีความต้องการที่จะลาดตระเวนในมหาสมุทรอินเดียมากขึ้นมานานแล้ว ในอดีตสหรัฐเคยทะเลาะกับอินเดีย และใช้ฐานทัพเรือที่เกาะดิเอโก กราเซียมาตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่ 2 เป็นต้นมา และมีการขยายฐานนาวิกโยธินที่ใหญ่ที่สุดในทะเลอันดามันแล้ว มีเครื่องบินล่องหน B2 1 ใน 3 ของสหรัฐเข้าประจำการที่นี่
แต่เนื่องจากว่าอังกฤษซึ่งเป็นผู้ครอบครองเกาะนี้ ไปแพ้คดีที่ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ (IJC) เมื่อไม่กี่ปีก่อนนี้ ทำให้ต้องเสียสิทธิและส่งมอบเกาะนี้คืนให้กับมอริเซีย ซึ่งทีแรกสหรัฐไม่ยอม แต่หลังอังกฤษทำสัญญาเช่า 99 ปี ก็หมายความว่าฐานทัพเหล่านี้อาจจะต้องย้าย ทำให้สหรัฐต้องมองหาฐานทัพใหม่ที่ดีกว่า และใกล้กว่าเส้นทางลาดตระเวนของจีนที่เข้ามาในบริเวณนี้แล้ว
ซึ่งสหรัฐพิจารณาเรื่องนี้มาตั้งแต่สมัยประธานาธิบดี บารัค โบบามาแล้ว และมีการเดินทางไปเยือนเวียดนามเพื่อเจรจากันในเรื่องนี้ ซึ่งเวียดนามเองก็ลังเล เพราะในมุมหนึ่งสหรัฐคือศัตรูเก่า (สมัยสงครามเวียดนาม) แต่ถ้ายอมตกลง นอกจากจะสามารถต่อรองเรื่องภาษีได้แล้ว ยังใช้ในการต่อรองกับจีนได้ด้วย
การเปิดพื้นที่ให้กองทัพเรือของมหาอำนาจเข้ามาใช้พื้นที่นั้น ฟิลิปปินส์, สิงคโปร์ และกัมพูชาทำแล้ว ส่วนเมียนมาเองก็กำลังพิจารณาข้อเสนอของจีนและรัสเซีย แต่เป็นข้อตกลงในเชิงพาณิชย์ แต่ไม่มีใครยอมให้มีการตั้งฐานทัพถาวร เพราะถ้าทำแล้วจะเข้าไปตรวจสอบไม่ได้เหมือนฐานทัพในโอกินาวา ของญี่ปุ่น และมีปัญหามาก
ดังนั้น การใช้ข้อเสนอด้านความมั่นคงตรงนี้ สามารถใช้เพื่อลดทอนกำแพงภาษีที่ภาคธุรกิจกำลังจะเผชิญหน้าอยู่ได้ แต่จะต้องมีการผสมกันให้ดี ๆ ให้มีความคุ้มค่า
ส่วนสาเหตุที่รัฐบาลตอบคำถามสื่อในเรื่องนี้แบบอ้ำ ๆ อึ้ง ๆ นั้น เป็นเพราะว่าเมื่อมีการเผยแพร่ข่าวนี้ออกไปในสื่อโซเชียล ทำให้เกิดกระแสต่อต้านอย่างรุนแรงว่าเป็นการขายชาติ-ชักศึกเข้าบ้าน ทำให้รัฐบาลถอย อีกทั้งเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องที่สามารถอธิบายได้โดยง่าย ยิ่งอธิบาย ก็ยิ่งต้องเปิดเผยความลับด้านความมั่นคงที่ในเวลานี้ยังไม่ค่อยชัด
ตนเห็นว่าควรจะเปิดเผย แต่ควรจะเปิดเผยสักเท่าไร ซึ่งถ้าดูปฎิกิริยาฝ่ายความมั่นคงแล้ว ตนคิดว่าฝ่ายความมั่นคงพร้อมที่จะเปิดเผย หากมีคำสั่งลงมา และบางส่วนก็อยากจะทำด้วย เพราะสมัยนี้ ไม่มีใครให้อะไรฟรี ๆ แล้ว แต่เรื่องความมั่นคงนี้ยังฟรีอยู่เยอะ
และไม่ได้มีแค่เพียงเรื่องนี้ จากรายงานของศาสตราจารย์ท่านหนึ่งระบุว่ามีการปฎิบัติการลับหลายอย่าง ปีละกว่า 50 ปฎิบัติการ เพื่อการดูแลผลประโยชน์ของสหรัฐทั้งถนนสุขุมวิท ซึ่งถ้าเราลดปฎิบัติการเหล่านี้ลง สหรัฐก็จะเดือดร้อน และเราก็เคยทำมาแล้วด้วย
ข้อเสนอเหล่านี้ สามารถนำขึ้นมาวางบนโต๊ะเจรจา เพื่อลดความเสียหายที่จะเกิดขึ้นกับภาคเอกชนจากการขึ้นกำแพงภาษีได้ และตนคิดว่าสหรัฐสนใจ เนื่องจากมีการระบุในจดหมายอย่างชัดเจน มีการสะดวกเป็นตัวใหญ่ และเปิดเผยต่อสาธารณชน
สหรัฐรู้อยู่แล้วว่าเราคงไม่ทุบกระปุกยอมเขาทุกเรื่องในเรื่องการค้า ไม่มีใครทำเช่นนั้น เพราะว่าถ้าไทยอ่อนแอ สหรัฐก็เสียผลประโยชน์เช่นกัน
#TheStructure
#TheStructureNews
#ภาษีทรัมป์ #สหรัฐ
#ปณิธานวัฒนายากร