โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สุขภาพ

เด็กท้องเสีย มีสาเหตุจากอะไร พ่อแม่รับมือยังไงดี?

GedGoodLife

อัพเดต 02 มิ.ย. 2566 เวลา 13.21 น. • เผยแพร่ 07 ต.ค. 2565 เวลา 07.09 น. • GED good life ชีวิตดีดี

เด็กท้องเสีย มักจะมีอาการถ่ายเหลวเป็นน้ำ หรือถ่ายเป็นฟองหลาย ๆ หน คลื่นไส้ อาเจียน และอาจมีไข้ขึ้น และอาจอันตรายกว่านั้นได้หากดูแลรักษาไม่ถูกวิธี! มาดูกันว่าสาเหตุที่ทำให้เด้กท้องเสียมีอะไรบ้าง และวิธีรักษาอาการท้องเสียอย่างถูกต้อง นำไปปฏบัติตามกันได้เลย!

แค่ไหนถึงเรียกว่า “ท้องเสีย”?

ท้องเสีย หรือ ท้องร่วง (Diarrhea) ตามความหมายขององค์การอนามัยโลก จะดูที่ลักษณะ และความถี่ของอุจจาระ โดยใช้ลักษณะอุจจาระที่เปลี่ยนแปลงไปจากปกติ เช่น เป็นเนื้อเหลวความถี่ 3 ครั้งขึ้นไป หรือเป็นมูกเลือด 1 ครั้ง หรือเป็นน้ำปริมาณมาก 1 ครั้งขึ้นไป ภายในระยะเวลา 24 ชั่วโมง โดยคำจำกัดความนี้ ไม่รวมถึงเด็กเล็กที่ดื่มนมแม่ ซึ่งมักจะถ่ายบ่อย แต่อุจจาระเป็นเนื้อดี และมีน้ำหนักตัวขึ้นได้ตามปกติ

อาการท้องเสียเฉียบพลันมักหายได้เองภายในระยะเวลา 1 สัปดาห์ ถ้านานกว่า 2 สัปดาห์ขึ้นไป ถือเป็นภาวะอุจจาระร่วงยืดเยื้อ หรือเรื้อรัง

เด็กท้องเสีย มีสาเหตุจากอะไร?

โรคท้องเสียที่พบในเด็ก มีสาเหตุหลักมากกว่า 90% มาจากการติดเชื้อไวรัส โดยเฉพาะ “ไวรัสโรต้า” เป็นไวรัสที่ทำให้เกิดอาการท้องเสียในเด็กได้รุนแรงมากที่สุด รองลงมาคือการติดเชื้อแบคทีเรีย และเชื้ออื่น ๆ เช่น เชื้อปรสิต อาหารเป็นพิษจากสารพิษในสิ่งแวดล้อมที่ปนเปื้อนในอาหาร หรือสารพิษที่สร้างขึ้นจากเชื้อแบคทีเรีย นอกจากนี้แล้วท้องเสียยังอาจเกิดจากการได้รับยาบางชนิด

ปัจจัยอื่น ๆ ที่ทำให้เพิ่มความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ และเกิดโรคท้องร่วงได้มากขึ้น ได้แก่ สุขอนามัยไม่ดี ภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง ได้รับยากดภูมิคุ้มกัน ทุพโภชนาการ ทารกอายุน้อยกว่า 6 เดือน ทารกที่ไม่ได้รับนมแม่ในช่วงแรกของชีวิต และสิ่งแวดล้อมทางสังคมที่ทำให้มีโอกาสรับเชื้อโรคได้ง่ายขึ้น เช่น อาศัยในชุมชนแออัด เป็นต้น

อย่างไรก็ตาม มีคำถามที่กุมารแพทย์มักจะได้รับจากพ่อแม่ผู้ปกครองเป็นประจำในเวลาที่ทารก หรือเด็กท้องเสียนั้นเกิดจาก “เด็กยืดตัว” แต่แท้จริงเป็นความเชื่อที่ผิด ๆ เด็กยืดตัวไม่ส่งผลให้เกิดอาการท้องเสียได้

วิธีรับมือกับ เด็กท้องเสีย อย่างถูกต้อง

หลักสำคัญที่สุดในการรักษาท้องเสีย คือ การให้น้ำเกลือแร่ ORS (หรือเรียกว่า เกลือแร่แก้ท้องเสีย) เพื่อใช้ทดแทนการเสียน้ำจากอาการท้องเสีย หรืออาเจียน

การให้ ORS ในเด็กเล็ก และเด็กโตโดยสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.)

ผสม ORS 1 ซองต่อน้ำต้มสุกที่เย็นแล้ว 1 แก้ว หรือ 1 ขวดนม 8 ออนซ์ โดยวิธีการให้ ORS ในเด็กเล็ก ควรใช้ช้อนตักป้อนทีละน้อย ดีกว่าการใส่ในขวดนม เพื่อป้องกันการอาเจียน และการปฏิเสธการกิน นอกจากนี้ยังช่วยให้ดูดซึมได้ดีกว่าการให้ดูดจากขวดนมด้วย ส่วนในเด็กโต อาจใช้เป็นให้จิบจากแก้วทีละน้อย ๆ บ่อย ๆ

• เด็กที่มีอายุน้อยกว่า 2 ปี ให้ค่อย ๆ จิบ หรือป้อน ORS ครั้งละ 2 – 3 ออนซ์ (1/4 – ครึ่งแก้ว) ทุกครั้งที่ถ่ายเป็นน้ำ
• เด็กที่มีอายุ 2-10 ปี ให้ค่อย ๆ จิบ หรือป้อน ORS ครั้งละ ครึ่ง – 1 แก้ว
• เด็กที่มีอายุ 10 ปีขึ้นไป ให้ค่อย ๆ จิบ ORS ในปริมาณมากเท่าที่ดื่มได้

โดยทั่วไปโรคท้องเสียส่วนใหญ่มักมีอาการไม่รุนแรง เพราะเชื้อโรคจะถูกขับออกจากร่างกายผ่านทางอุจจาระอยู่แล้ว จึงสามารถหายเองได้ แต่อย่างไรก็ตาม หากเด็กมีอาการกินไม่ได้เลย อาเจียนเอายาลดอาเจียนออก ขาดน้ำ ผู้ปกครองควรพาไปโรงพยาบาล หมอจะให้น้ำเกลือ และยาเพื่อควบคุมอาการอาเจียน และที่สำคัญอย่าให้เด็กขาดน้ำในช่วงที่ท้องเสียเป็นอันขาด เพราะสามารถก่อให้เกิดอันตรายถึงแก่ชีวิตได้เลยทีเดียว

อาหารที่ควรให้ระหว่าง เด็กท้องเสีย

• เด็กเล็กที่เลี้ยงด้วยนมแม่ ให้นมแม่ต่อไป ควรให้เด็กดูดนมบ่อยขึ้นกว่าปกติ
• เด็กที่เลี้ยงด้วยนมผสม สามารถให้นมตามปกติ
• เด็กโตให้อาหารอ่อน ที่ย่อยง่ายเป็นข้าวต้ม, โจ๊ก โดยอาจเพิ่มให้บ่อยกว่าปกติ
• ถ้าเด็กสามารถดื่มน้ำเกลือแร่ ORS รวมถึงกินอาหาร และนมได้ปกติ (แม้จะยังถ่ายอยู่) เด็กไม่อ่อนเพลีย ดูสดใสขึ้น แสดงว่าทดแทนการสูญเสียน้ำ และเกลือแร่ได้ทันเวลา ก็ให้ดื่มต่อไปจนกว่าจะหยุดถ่าย แต่ถ้าอาการไม่ดีขึ้นใน 2-3 วัน ควรพบแพทย์

เด็กท้องเสีย

3 ข้อห้ามสำคัญ ที่ผู้ปกครองควรรู้เมื่อเด็กท้องเสีย

1. ไม่ควรให้ยาหยุดถ่าย เพราะจะทำให้เกิดการสะสมของเชื้อโรค และสารพิษ และยังก่อให้เกิดท้องอืด กินไม่ได้ อาเจียน
2. ห้ามให้เกลือแร่ออกกำลังกายแทนเกลือแร่ ORS เพราะจะทำให้ท้องเสียมากขึ้น
3. ห้ามชงนมจาง เพราะนอกจากไม่ช่วยอะไร จะทำให้เด็กเล็กมีเกลือแร่ผิดปกติได้

ผู้ปกครองควรพาเด็กไปพบแพทย์เมื่อมีอาการ ดังนี้

• ถ่ายอุจจาระเป็นมูก หรือมูกเลือด
• ไข้สูงหรือชัก
• อาเจียนบ่อย
• ท้องอืด
• หอบลึก
• ไม่ยอมดื่มสารละลายน้้าตาลเกลือแร่ทุกชนิด หรือไม่ยอมดื่มนม หรือกินอาหาร
• ดื่มสารละลายน้้าตาลเกลือแร่แล้วแต่เด็กยังดูเพลีย, ซึม
• ถ่ายอุจจาระเป็นน้ำบ่อย (มากกว่า 10 ครั้งต่อวัน)
• ไม่ปัสสาวะนานเกิน 8 ชั่วโมง

นูโทรเพล็กซ์ ช่วยให้ระบบขับถ่ายเป็นปกติ เสริมภูมิคุ้มกัน ลดการติดเชื้อในทางเดินอาหาร

นูโทรเพล็กซ์ ดีต่อระบบขับถ่าย มีใยอาหารธรรมชาติ (พรีไบโอติก) ชนิด โอลิโกฟรุคโตส (Oligofructose) ซึ่งเป็นอาหารของจุลินทรีย์ที่ดีในลำไส้ ทำให้ระบบขับถ่ายเป็นปกติ เสริมภูมิคุ้มกันจึงลดการติดเชื้อในทางเดินอาหาร ป้องกันท้องเสีย และลดอาการท้องผูกในเด็กที่กินผัก-ผลไม้น้อย

✔ ทานได้ทุกวัย
✔ ปลอดภัย ทานได้ต่อเนื่อง
✔ ทานได้ต่อเนื่อง
✔ ไม่ใช่ยาระบาย
✔ รสส้ม ทานง่าย
✔ ปราศจากน้ำตาล ไม่ทำให้ฟันผุ

สั่งซื้อ NUTROPLEX OLIGO PLUS ได้ที่นี่

• แอดไลน์ ID : @nutroplexclub
Inbox Facebook : https://www.facebook.com/nutroplexclub

หรือตามร้านขายยาชั้นนำ เช่น Boots, Health up, Fascino, P&F, Pure, Save Drug, D Chain, Tesco (แผนกร้านขายยา), Drug Core, I Care, Drug Square, Ameditec และทาง ออนไลน์ Konvy.com

อ้างอิง : 1. ราชวิทยาลัยกุมารแพทย์แห่งประเทศไทย 2. เลี้ยงลูกตามใจหมอ 3. สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...