ส.ก.ยานนาวา คาใจ MOU กฟน. ‘ติดโซล่าเซลล์’ ในหน่วยงานกทม. ใครคุ้มกันแน่?
ส.ก.ยานนาวา คาใจปมทำ MOU กับ กฟน. ‘ติดโซล่าเซลล์’ ในหน่วยงานกทม. ใครคุ้มกันแน่?
เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม เวลา 10.00 น. ที่ห้องประชุมสภากรุงเทพมหานคร อาคารไอราวัตพัฒนา ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร 2 ดินแดง นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร ข้าราชการและสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) ทั้ง 50 เขต เข้าร่วมการประชุมสภากรุงเทพมหานครสมัยประชุมสามัญ สมัยที่สาม (ครั้งที่ 1) ประจำปีพุทธศักราช 2567 โดยมี นายสุรจิตต์ พงษ์สิงห์วิทยา หรือ ดร.จอห์น ส.ก.เขตลาดกระบัง เป็นประธานสภากรุงเทพมหานคร
ในตอนหนึ่ง นายพุทธิพัชร์ ธันยาธรรมนนท์ ส.ก.เขตยานนาวา พรรคก้าวไกล ตั้งกระทู้ถามสดเรื่อง ขอทราบแนวทางเกี่ยวกับการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ (Solar Rooftop) สืบเนื่องจากการประชุมคณะกรรมการสามัญ วันที่ 4 มิถุนายน 2567 คณะกรรมการการรักษาความสะอาดและสิ่งแวดล้อม ได้ขอทราบความคืบหน้าในโคงการสำรวจและติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคาอาคาร (Solar Rooftop) ของหน่วยงานในสังกัดกรุงเทพมหานคร
“หลังคาของเขตมีเยอะ แต่กรุงเทพฯไม่มีการติดตั้ง Solar Rooftop เพื่อลดพลังงาน ทั้งๆ ที่เป็นทางเลือกการลดพลังงานที่ดีที่สุด ประหยัดที่สุด ได้รับคำตอบจากหลายสำนักเขต ว่าตอนนี้มีการไฟฟ้าเข้ามาสำรวจแล้ว ทำให้ไม่สามารถติดตั้งเองได้” นายพุทธิพัชร์เผย
ทั้งนี้ ทางกรุงเทพมหานครได้ทำ MOU ข้อตกลงความร่วมมือโครงการพัฒนาเมืองอัจฉริยะและร่วมพัฒนาโครงการด้านพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน ระหว่างกรุงเทพมหานครและการไฟฟ้านครหลวง โดยมีระยะทางของโครงการ 3 ระยะ ดังนี้
ระยะ 1 มีการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้า ภายในพื้นที่โรงควบคุมคุณภาพน้ำ 8 แห่งในกรุงเทพมหานคร และ กฟน. ได้เสนอส่วนลดค่าบริการจากอัตราค่าไฟฟ้าฐานร้อยละ 20 และเมื่อรวมผลประหยัดจากส่วนลดอัตราค่าไฟฟ้าฐานร้อยละ 20 กับผลประหยัดจากค่าความต้องการไฟฟ้าสูงสุด (Peak) ค่าบริการและค่าไฟฟ้าผันแปร (FT) ที่ลดลงจากอัตราค่าไฟฟ้าที่ลดลงด้วยแล้ว จะได้ผลประหยัดรวมเป็นร้อยละ 46 ของค่าไฟฟ้ารวมที่เรียกเก็บจากกรุงเทพมหานคร ตลอดอายุสัญญา 25 ปี
“ทุกวันนี้บริษัทเอกชนทั่วไปหรือบ้าน ติด Solar Rooftop ซึ่งมีการรับประกันอยู่แล้ว 25 ปี เท่ากับ ไม่เสียค่าใช้จ่ายอยู่แล้ว” นายพุทธิพัชร์กล่าวเพิ่มเติม
ระยะที่ 2 สำรวจและจัดตั้งระบบผลิตไฟฟ้า ภายในพื้นที่อาคารสำนักงานเขต 44 เขต ซึ่งสามารถผลิตการไฟฟ้าได้รวม 6.591 เมกะวัตต์ คาดว่าจะติดตั้งให้เสร็จภายใน 2569
ระยะที่ 3 สำรวจและติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้า ภายในพื้นที่อาคารศูนย์บริการสาธารณสุขและอาคารโรงเรียนในสังกัดกรุงเทพมหานคร ขนาดติดตั้งประมาณ 40 เมกะวัตต์ โรงเรียนมีนโยบายที่อยากทำห้องเรียนปลอดฝุ่น ติดแอร์ที่ใช้โซลาร์เซลล์เพื่อประหยัดพลังงาน ก็ทำไม่ได้ เนื่องจากติดสัญญา MOU
“คำถามในฐานะผู้เสียภาษี คุณติดตั้งบนหลังคาของกรุงเทพมหานครเก็บค่าเช่าไหม คุณมีการเก็บการใช้พื้นที่ในกรุงเทพมหานครหรือไม่ หลังคาที่เกิดขึ้นเราได้รายได้จากการที่มีบริษัทเอกชนหรือรัฐวิสาหกิจมาติดตั้งหรือไม่ ตอบไม่ได้ เท่ากับ กทม.เสียรายได้” นายพุทธิพัชร์กล่าว
คำถามที่ 1 คือ หากกรุงเทพมหานครมีระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคาอาคาร สามารถประหยัดค่าพลังงานไฟฟ้าตลอดอายุสัญญา 25 ปี ประมาณการจากข้อมูลใด
ด้าน รศ.วิศณุ ทรัพย์สมพล รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า เรื่องของ Solar Rooftop ทั้งหมดมี 2 กลุ่ม คือกลุ่มที่ 1 ได้รับเงินสนับสนุนจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน เงินจากกองทุนพัฒนาไฟฟ้ามอบให้ กทม. และ กทม. ไปจัดจ้างให้ติดตั้ง Solar Rooftop บนอาคารโรงพยาบาล 9 แห่ง จำนวน 2.735 เมกะวัตต์ ระหว่างขณะนี้สำนักงานแพทย์ในการดำเนินการจัดจ้าง เป็นการติดตั้งจากเงินสนับสนุนกองทุน และกลุ่มที่ 2 การทำ MOU กับการไฟฟ้านครหลวง ซึ่งเป็นการศึกษาเบื้องต้นจากกภาพถ่ายทางอากาศและภาพหลังคาอาคารใน กทม.ทั้งหมด
รศ.วิศณุกล่าวต่อว่า สำหรับคำตอบของคำถามนั้น ประมาณการมาจากศักยภาพของการผลิต Solar Rooftop ที่ทางการไฟฟ้านครหลวงประเมินมา หลักการประเมินคือ discount rate 20% บนอัตราค่าไฟที่ใช้จริง ไม่ใช่แค่ผลิตและต้องมีการใช้ เป็นการติดตั้งมิเตอร์ การประมาณการประสิทธิภาพการผลิต
“ถ้าถามต่อว่าแล้วหลังจาก 25 ปี ก็ใช้ไฟฟ้าฟรีเลย จะมี 2 เงื่อนไข เมื่อถึง 25 ปีก็ใช้ไฟฟรี หรือถ้ามีการใช้ไฟที่ประมาณการไว้ก่อนล่วงหน้าตามที่กำหนดไว้ ที่เหลือก็ใช้ไฟฟรีได้เลย ไม่ต้องลด 20 เปอร์เซ็นต์ นี่คือสิ่งที่ทำ MOU กับไฟฟ้านครหลวง” รศ.วิศณุกล่าว
คำถามที่ 2 ชี้แจงตัวเลขผลประหยัดจากส่วนลดอัตราค่าไฟฟ้าฐาน กับผลประหยัดจากค่าความต้องการไฟฟ้าสูงสุด ค่าบริการและค่าไฟฟ้าผันแปร (FT)
รศ.วิศณุกล่าวชี้แจงว่า เป็นการประมาณการจากการศึกษาความเป็นไปได้ ถ้าดูบิลค่าไฟ จะมีอัตราค่าไฟฐาน และค่า Peak ของมิเตอร์ตัวนั้นไว้ ค่าน้ำหนักคูณไว้ และมีค่า FT ต่างหาก หมายความว่าในกรณีที่มีการใช้ไฟจาก Solar Rooftop เข้าไปช่วย จะทำให้ค่าไฟ Peak ในมิเตอร์ลดลง ค่าน้ำหนักก็จะลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ทำให้ค่าไฟในเดือนนั้นจะถูกลง ประหยัดได้จากค่า Peak และ FT เป็น 46 เปอร์เซ็นตามที่ประมาณการไว้
คำถามที่ 3 ตลอดเวลา 25 ปี กทม. ต้องจ่ายค่าไฟ 2,817,500,000 ล้านบาท กับการลงทุนของ กฟน. ประมาณ 147.8 ล้านบาท กทม คุ้มจริงหรือไม่ หรือการไฟฟ้านครหลวงคุ้ม เพราะว่าหลังคาก็ใช้ของเรา FT ก็คิด PEAK ก็คิด ทำไมต้องทำเหมือนสัมปทาน ในเมื่อพลังงานแสงอาทิตย์มีทุกวัน เรามีการคำนวณหรือไม่ว่าติดตั้งเอง งบเท่าไหร่ ประหยัดเท่าไหร่
ด้าน รศ.วิศณุกล่าวว่า หลักทั่วไปการใช้ Solar Rooftop โดยค่าเฉลี่ยการลดประมาณ 20-35 เปอร์เซ็นต์ ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขต่างๆ อายุที่จะให้ การที่จะรับผิดชอบบำรุงรักษา
“การการันตีเรื่องการคืน กรณี MOU ไม่ด้อยกว่ามาตรฐานทั่วไปของในวงการอุตสาหกรรม ตรวจสอบได้เลย ในส่วนของ 147.8 ล้านบาทน่าจะเป็นเพียงแค่ระยะแรก”
“ต้องบอกจริงๆ ว่ายังไม่คลายสงสัย ถ้า กทม.ติดเองคุ้มกว่ามั้ย ? สิ่งที่ได้ตามมาไม่ใช่เพียงแค่ไฟฟรี เพราะกฟน. สามารถเคลมคาร์บอนเครดิตได้ ซึ่งเป็นตัวเงินที่หายไปจากระบบ ไม่มีการแจ้งให้ทราบว่าการไฟฟ้านครหลวงได้คาร์บอนเครดิตกลับมาปีละเท่าไหร่ จากการที่มี Solar Roof ของ กฟน. ติดบนหลังคา
กลับกัน ถ้า กทม.ติดตั้ง Solar Rooftop เองได้ และประหยัดพลังงานเองได้ การลงทุนประมาณ 100-200 ล้านบาท ไม่เกิน 0.1 เปอร์เซ็นต์ของงบประมาณ กทม.แน่นอน ต่ำมาก แต่ลดการใช้พลังงงานไฟฟ้าระยะยาว เป็นการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมโดยตรง เงินที่หายไปจากระบบตลอดระยะเวลา 25 ปีนี้เป็นพันล้าน คุ้มหรือไม่ ฝากผู้บริหารพิจารณาอีกครั้ง” นายพุทธิพัชร์กล่าวทิ้งท้าย
- อ่านข่าว : ส.ก.เป็นท้อ ขอข้อมูลจัดซื้อ ‘เครื่องออกกำลังกาย’ ได้คำตอบ ‘เครื่องถ่ายเอกสารเสีย’ ฝากผู้ว่าฯทวง
- ส.ก.ทุ่งครุ รอมา2ปี! ลุกทวงคืบหน้าสร้างรพ. ‘ชัชชาติ’ ลุกแจง 4 โปรเจ็กต์ คาดปลายปี’70 ได้ใช้แน่
- กทม.ลั่น ถ้าผิดจริง ‘ฟันไม่เลี้ยง’ ปมทุจริตจัดซื้อเครื่องออกกำลังกาย ชัชชาติ นัดสื่อเคลียร์พรุ่งนี้
- กทม.สั่งหยุดก่อสร้าง ‘โรงไฟฟ้าเผาขยะอ่อนนุช’ 7 วัน เร่งสืบสาเหตุเครนล้ม
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ส.ก.ยานนาวา คาใจ MOU กฟน. ‘ติดโซล่าเซลล์’ ในหน่วยงานกทม. ใครคุ้มกันแน่?
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th