โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

รู้จัก BRICS กับโอกาสและความเสี่ยงของไทยในการเข้าเป็นสมาชิก

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 28 ต.ค. 2567 เวลา 05.24 น. • เผยแพร่ 31 พ.ค. 2567 เวลา 12.28 น.
ผู้นำและผู้แทนของประเทศสมาชิก BRICS ร่วมประชุม BRICS SUMMIT 2023 (ภาพโดย ALET PRETORIUS / POOL / AFP)

ไทยกำลังจะยื่นหนังสือแสดงความประสงค์เข้าเป็นสมาชิกกลุ่ม BRICS (บริกส์) หลังจากที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม 2024 มีมติเห็นชอบร่างหนังสือแสดงความประสงค์ของประเทศไทยในการเข้าเป็นสมาชิกกลุ่ม BRICS และมอบหมายให้กระทรวงการต่างประเทศ (กต.) เป็นหน่วยงานประสานหลักในการขับเคลื่อนการดำเนินงาน ตามที่กระทรวงการต่างประเทศเสนอ

“ประชาชาติธุรกิจ” ชวนทำความรู้จักกลุ่ม BRICS ซึ่งเป็นกลุ่มขั้วอำนาจใหม่ของโลก พร้อมมองถึงโอกาสและความเสี่ยงที่มาพร้อมกันจากการเข้าเป็นสมาชิกกลุ่มนี้

BRICS คืออะไร

กลุ่ม BRICS เป็นการรวมตัวของกลุ่มประเทศที่เป็นตลาดเกิดใหม่ (Emerging Market) ขนาดใหญ่ที่มีอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจสูง

BRICS ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2006 มีสมาชิกร่วมก่อตั้ง 4 ประเทศ คือ บราซิล รัสเซีย อินเดีย จีน ภายใต้ชื่อกลุ่ม BRIC ต่อมาแอฟริกาใต้ เข้าเป็นสมาชิกเมื่อปี 2010 จึงได้เปลี่ยนชื่อเป็นกลุ่ม BRICS

ล่าสุด เมื่อวันที่ 1 มกราคม 2024 เอธิโอเปีย อียิปต์ อิหร่าน และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เข้าเป็นสมาชิกใหม่ ทำให้ปัจจุบัน กลุ่ม BRICS มีสมาชิก 9 ประเทศ และยังมีอีกสิบกว่าประเทศที่อยู่ระหว่างการสมัครเข้าเป็นสมาชิก-รอการตอบรับ

ปัจจุบัน BRICS มีประชากรรวมกันคิดเป็นประมาณ 39% ของประชากรโลก และมีผลิตภัณฑ์มวลรวมประชาชาติรวมกันประมาณ 28.4% ของโลก

ความร่วมมือในกลุ่ม BRICS แบ่งเป็น 3 เสา ได้แก่ เสาด้านการเมืองและความมั่นคง เสาด้านเศรษฐกิจและการเงิน และเสาด้านมนุษยธรรมและวัฒนธรรม

ในแต่ละปีนอกจากจะมีการประชุมระดับผู้นำของ BRICS แล้ว แต่ละเสายังมีการจัดประชุมในระดับต่าง ๆ เช่น คณะทำงาน เจ้าหน้าที่อาวุโส ระดับรัฐมนตรี รวมกันประมาณ 200 การประชุมต่อปี และเกี่ยวข้องกับหน่วยราชการต่าง ๆ ในลักษณะคล้ายกรอบอาเซียน

ประโยชน์ที่ไทยหวังจากการเป็นสมาชิก BRICS

รัฐบาลไทยมองว่า การเข้าเป็นสมาชิกกลุ่ม BRICS จะช่วยยกระดับบทบาทของประเทศไทยในเวทีระหว่างประเทศ เป็นการกระชับความร่วมมือกับกลุ่มประเทศกำลังพัฒนาที่มีศักยภาพจะก้าวขึ้นมามีบทบาททางเศรษฐกิจและการเมืองในอนาคต โดยเฉพาะด้านการค้า การลงทุน การเงิน ความมั่นคงด้านอาหารและความมั่นคงด้านพลังงาน

อีกทั้งยังมองว่าจะช่วยเพิ่มบทบาทของประเทศไทยในการกำหนดทิศทางนโยบายเศรษฐกิจระหว่างประเทศ โดยเฉพาะในการปฏิรูประบบเศรษฐกิจการเงินระหว่างประเทศ การส่งเสริมความร่วมมือเพื่อการพัฒนา และการส่งเสริมการใช้สกุลเงินท้องถิ่นในการทำธุรกรรมระหว่างประเทศเพื่อกระจายความเสี่ยง

นอกจากนี้ การเข้าเป็นสมาชิก BRICS ยังช่วยเพิ่มโอกาสให้ประเทศไทยได้ร่วมสร้างระเบียบโลกใหม่ที่กลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่และกลุ่มประเทศกำลังพัฒนามีบทบาทสำคัญ มีความครอบคลุม และไม่มุ่งต่อต้านกลุ่มใด

นายนิกรเดช พลางกูร อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวว่า กลุ่ม BRICS เป็นการรวมตัวของประเทศกลุ่มประเทศกำลังพัฒนาที่มีศักยภาพจะก้าวขึ้นมามีบทบาททางเศรษฐกิจและการเมืองในอนาคต และกลุ่ม BRICS มีบทบาทเป็นกระบอกเสียงของประเทศกำลังพัฒนาในเวทีการเมืองและเศรษฐกิจระหว่างประเทศและมุ่งเสริมสร้างความเข้มแข็งของระบบพหุภาคี ซึ่งก็เป็นประเด็นที่ไทยให้ความสำคัญในเวทีระหว่างประเทศอยู่แล้ว ดังนั้น การเข้าเป็นสมาชิกจึงสอดคล้องกับผลประโยชน์ของไทยและเป็นโอกาสทำให้บทบาทของไทยในเวทีโลกมีความโดดเด่นมากยิ่งขึ้น

“การเข้าเป็นสมาชิก BRICS จะเป็นประโยชน์ต่อทุกกลุ่ม ทำให้ไทยสามารถใช้ศักยภาพในฐานะประเทศที่เป็นมิตรกับทุกกลุ่มในการส่งเสริมความร่วมมือระหว่างประเทศ ซึ่งเป็นผลประโยชน์ร่วม และไทยอาจมีบทบาทเป็นช่องทางประสานงานระหว่างประเทศอื่น ๆ กับประเทศสมาชิก BRICS ทำให้กลุ่ม BRICS มีความเข้มแข็งขึ้น และมีความครอบคลุมในเชิงภูมิศาสตร์ และมุมมองทางยุทธศาสตร์ที่หลากหลายมากขึ้น โดยเฉพาะจากไทยที่เป็นจุดเชื่อมทางภูมิศาสตร์ที่มีความสำคัญและมีความสัมพันธ์ที่ดีกับกลุ่มประเทศตะวันตก ทำให้ไทยร่วมกำหนดท่าทีเชิงภูมิรัฐศาสตร์ของ BRICS ให้สอดคล้องกับมุมมองของไทยมากขึ้น”

“การยกระดับความร่วมมือกับ BRICS รวมถึงการสมัครเข้าเป็นสมาชิกของไทย จึงเป็นความต่อเนื่องของนโยบายและการใช้โอกาสที่มีอยู่อย่างเหมาะสม เพื่อขยายโอกาสทางเศรษฐกิจและการเมืองกับทุกกลุ่มประเทศ บนหลักการของการดำเนินการทูตที่สมดุลและยืดหยุ่น” อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศกล่าว

ความเสี่ยงที่มาพร้อมโอกาส

ในขณะที่รัฐบาลไทยมองเห็นโอกาสและประโยชน์หลายอย่างที่จะได้จากการเข้าเป็นสมาชิกกลุ่ม BRICS

อีกด้านหนึ่ง ก็ต้องยอมรับว่ามีความเสี่ยงที่มาพร้อมกัน เนื่องจากกลุ่ม BRICS เป็นคู่แข่งโดยตรงกับกลุ่มประเทศอุตสาหกรรมชั้นนำ (G7) และขั้วพันธมิตรของสหรัฐอเมริกา

สี จิ้นผิง (Xi Jinping) ประธานาธิบดี เรียกร้องให้ BRICS เร่งรับสมาชิกให้มาก ๆ ด้วยความหมายมั่นที่จะใช้กลุ่ม BRICS ตอบโต้กลุ่ม G7 และท้าทายระเบียบโลกที่นำโดยสหรัฐ รวมถึงความพยายามที่จะสร้างสกุลเงินร่วมของกลุ่ม BRICS ขึ้นมาใช้ในการค้าขายกันเองภายในกลุ่ม เพื่อลดการใช้เงินดอลลาร์สหรัฐลง

ดังนั้น หากไทยเข้าเป็นสมาชิก BRICS ก็มีความเสี่ยงที่พลาดโอกาสบางอย่างที่สหรัฐและกลุ่มประเทศพัฒนาแล้วมอบให้แก่ประเทศกำลังพัฒนาที่พวกเขามองว่า “เป็นมิตร”

หรือแม้แต่ในด้านภาพลักษณ์ ในอนาคตเราไม่อาจทราบได้ล่วงหน้า BRICS จะผลักดันประเด็นอะไรที่ขัดแย้งกับโลกสากลหรือไม่ ซึ่งนั่นอาจจะส่งผลกระทบต่อเป้าหมายของไทยที่ต้องการจะสร้างภาพลักษณ์ที่ดีในเวทีโลกได้

BRICS ในมุมมองโลกตะวันตกที่ต่างออกไป

อย่างไรก็ตาม เมื่อมองจากมุมมองอื่น โดยเฉพาะจากซีกโลกตะวันตกหรือกลุ่มประเทศพัฒนาแล้ว ก็มีมุมองต่อ BRICS ต่างออกไป กล่าวคือ ยังไม่ได้มองว่า BRICS จะมีพลังมากพอ แม้ว่าจะมีจำนวนสมาชิกเพิ่มขึ้นก็ตาม

เดอะ ดิโพลแมต (The Diplomat) สื่อด้านการเมืองและการระหว่างประเทศชื่อดังรายงานว่า ผู้สังเกตการณ์จำนวนมากทั้งในตะวันตกและซีกโลกใต้แสดงความกังขาเกี่ยวกับศักยภาพของ BRICS เนื่องจากลักษณะทางสถาบันที่มีความกระจัดกระจายและแรงจูงใจในการเข้าร่วมกลุ่มของสมาชิกนั้นมีความแตกต่างกันอย่างมาก

สถาบันเพื่อสันติภาพแห่งสหรัฐอเมริกา (United States Institute for Peace) ซึ่งเป็นคนละขั้วโดยตรงกล่าวไว้หลังจากที่ BRICS รับสมาชิกครั้งล่าสุดว่า กลุ่ม BRICS ที่ขยายใหญ่ขึ้นจะทำหน้าที่เป็นเวทีสำคัญสำหรับการสนทนาระดับโลกระหว่างประเทศที่มีรายได้ปานกลางอย่างไม่ต้องสงสัย แต่นั่นอาจเป็นผลกระทบที่ใหญ่ที่สุดต่อกิจการระดับโลก

“หลังจากเกิดขึ้นมานานกว่าทศวรรษ ยังคงต้องรอดูว่า BRICS จะกลายเป็นพลังทางการเมืองและเศรษฐกิจภายในระบบระหว่างประเทศได้หรือไม่” สถาบันเพื่อสันติภาพแห่งสหรัฐอเมริกากล่าว

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : รู้จัก BRICS กับโอกาสและความเสี่ยงของไทยในการเข้าเป็นสมาชิก

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...