โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

รีวิว: The Watchers ภาพยนตร์แฟนตาซี Horror พลอตหักมุมสุดหลอนลึกลับ สไตล์ชยามาลาน

LSA Thailand

อัพเดต 24 มิ.ย. 2567 เวลา 11.54 น. • เผยแพร่ 24 มิ.ย. 2567 เวลา 04.54 น. • Lifestyle Asia Thailand

ช่วงกลางปีแบบนี้ หลายคนคงหาหนังดูยากในโรงภาพยนตร์ อาจเรียกได้ว่าเป็นช่วงขาลง ที่คอนเทนต์ใหญ่ๆ มักจะไปอยู่ทางสตรีมมิ่งมากกว่า แต่ก็เป็นจังหวะดีๆ ให้หนังที่ไม่ได้อยู่ในกระแสได้เฉิดฉายบ้าง อย่าง "The Watchers"

ผลงานกำกับและเขียนบทเรื่องแรกของ Ishana Shyamalan ถูกต้องแล้วล่ะ เธอคือลูกสาวของตัวพ่อสายพลอตหักมุม M. Night Shyamalan ที่ในปีนี้เราก็จะได้ชมผลงานเรื่อง "Trap" ในเดือนสิงหาคม เรียกได้ว่าตระกูลนี้ถ่ายทอด DNA ความสยองขวัญแบบสำเนาถูกต้องมากๆ วันนี้ LSA Theater! เลยชวนคุณผู้อ่านไปตรวจการบ้านสักหน่อย จะลึกลับ น่าค้นหา แค่ไหนไปดูกันเลย

https://www.tiktok.com/@warnerbrosmovies/video/7360722458518981934?is_from_webapp=1&sender_device=pc

Spoiler Alert!!! บทความนี้อาจมีการสปอยล์เนื้อหาสำคัญบางส่วนจากในภาพยนตร์

Lifestyle Asia rating: 3.5/5

ประเภทหนัง: Horror สยองขวัญ แฟนตาซี หักมุม ชวนอึ้ง ของหญิงสาวหลงป่า กับสัตว์ประหลาดผู้แอบมอง

นักแสดง:

  • Dakota Fanning รับบท Mina
  • Olwen Fouéré รับบท Madeline
  • Georgina Campbell รับบท Ciara
  • Oliver Finnegan รับบท Daniel
  • Alistair Brammer รับบท John
  • John Lynch รับบท Kilmartin

ผู้กำกับและเขียนบท: Ishana Shyamalan สร้างจากหนังสือของ A.M. Shine

เวลา: 1 ชั่วโมง 41 นาที

ดูได้ที่ไหน: โรงภาพยนตร์

ดูได้เมื่อไหร่: 6 มิถุนายน 2024

เราชอบอะไรในหนังเรื่องนี้: แค่ได้เห็นนามสกุล Shyamalan ก็เหมือนต้องมนต์ให้เรากดซื้อตั๋วไปนั่งดูได้เลยโดยไม่ต้องคิดอะไรมาก โดยโครงเรื่อง เนื้อหา งานสร้าง ลำดับภาพ ก็กินขาดที่เหมาะจะเป็นหนัง Horror ที่ดี ประกอบกับวัตุดิบชั้นเลิศอย่าง บรรยากาศ โลเคชั่นในไอร์แลนด์ ธรรมชาติของยุโรปที่ดูลึกลับน่าค้นหาชวนสงสัยอยู่แล้ว ชอบการวางพลอตที่เปิดพื้นที่ให้จินตนาการมากมาย กับความไม่รู้ของผู้ชม การอยู่ในห้องสี่เหลี่ยมที่มีมอนสเตอร์ข้างนอกเห็นคุณผ่านกระจกเท่านั้น แต่คนข้างในมองไม่เห็นข้างนอกได้ยินแค่เสียงเท่านั้น พร้อมดนตรีประกอบ ซาวด์ Score ทำออกมาได้ดีมาก ดึงเราให้เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของสถานที่และเรื่องราว ประกอบกับการแสดงที่ทำให้เราเชื่อและอินไปกับตัวละครมากๆ

Image Credit: IMDb

เราไม่ชอบตรงไหน: การเป็นลูกสาวของเจ้าพ่อจอมหักมุม ก็แอบแบกความคาดหวังไว้ประมาณหนึ่ง สิ่งที่เป็นปัญหามากที่สุดน่าจะเป็นเนื้อหาในองก์ที่สาม ที่พี่สาว ดันรีบเฉลยความจริงปมทุกอย่างออกมาซะหมดเปลือก จนไม่เหลือให้สิ้นสงสัยอะไรเลย จนหมดเสน่ห์ความเป็นหนังลึกลับไปอย่างน่าเสียดาย เหมือนกับคุณกำลังนั่งรถไฟเหาะที่ขึ้นสูงแบบสนุกมากๆ แล้วลงมาทางเรียบแบบกระทันหัน เพื่อรอให้จบเท่านั้น หลังจากนี้ก็มีความพยายามจะหักมุมแบบหนังพ่อ แต่ก็ไปได้ไม่สุด เป็นการปูทางมาดี แต่สุดท้ายกลับมาตกม้าตาย จะดีกว่ามากหากคลายปมที่สำคัญๆ เพียงเล็กน้อย แล้วปล่อยพื้นที่ให้คนดูนึกคิด จินตนาการ ตีความเอาเองดูบ้าง ว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่ และเหตุการณ์จะเป็นอย่างไรต่อไป น่าจะทำให้หนังเกิดความสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น

Image Credit: IMDb

เนื้อเรื่องย่อ: หญิงสาวอเมริกันแปลกๆ คนหนึ่ง ที่เข้าไปใช้ชีวิต ทำงานร้านสัตว์เลี้ยง ในไอร์แลนด์ บุคลิกดู Introvert ไม่สนโลก มีปมทุกข์กับเรื่องราวเกี่ยวกับครอบครัวในอดีต วันนึงเจ้าของร้านมอบหมายให้เธอช่วยขับรถไปส่งนกตัวหนึ่งให้กับเจ้าของในต่างเมืองที่อยู่ชนบท โดยที่ต้องผ่านป่าลึกลับต้องห้ามอันมีตำนานเล่าขานในพื้นที่ ว่าหากใครที่ก้าวข้ามไปแล้วจะกลับออกมาไม่ได้อีกเลย ขณะที่เธอกำลังขับผ่านเขตป่าแห่งนั้น รถเจ้ากรรมดันเสีย ทำให้ต้องหาทางเอาชีวิตรอด ก่อนพระอาทิตย์ตกก็ได้มีตัวประหลาดบางอย่างพยายามวิ่งไล่ล่าเธอ จนได้รับความช่วยเหลือจากหญิงชราผมขาวคนหนึ่ง ให้ได้เข้าไปหลบในที่พักรูปทรงเป็นห้องสี่เหลี่ยมทันสมัยกลางป่า และพบกับชายหญิงแปลกหน้าอีก 2 คน พร้อมกับเรื่องน่าชวนพิศวงที่ว่า ทุกคืนจะมีตัวอะไรก็ไม่รู้อยู่ด้านนอก เพื่อจ้องมองพวกเขาอยู่ผ่านกระจก โดยที่คนข้างในไม่สามารถมองเห็นพวกมันได้

Image Credit: IMDb

ความไม่รู้ = สร้างจินตนาการ

เดอะแบกของเรื่องนี้ต้องยกให้การแสดงของ Dakota Fanning ในบท Mina หญิงสาวที่มีลุคแปลกๆ ใช้ชีวิตแสนน่าเบื่อ อมทุกข์กับเรื่องราวอดีตที่เป็นตัวการให้แม่เสียชีวิต ชอบแต่งตัว ใส่วิก แปลงร่าง เพื่อไปเที่ยวหาคู่ในบาร์ตอนกลางคืน ทุกอย่างเริ่มต้นจากเหตุการณ์ที่เธอต้องขับรถเข้าไปในป่าอาถรรพ์ที่มีเรื่องเล่าความลึกลับมากมายเพื่อพานกตัวหนึ่งไปส่งให้ลูกค้า ระหว่างขับรถผ่านป่านั้นก็เริ่มมีเรื่องแปลกๆ ตั้งแต่ ระบบไฟฟ้า วิทยุ โทรศัพ์ขัดข้อง รถเสียเครื่องยนต์พัง

Image Credit: IMDb

แต่ด้วยบุคลิกลุยๆ สู้ ไม่กลัวใคร เธอก็มีความมั่นในการลุยเดี่ยว ระหว่างที่หาทางรอดก็ได้พบกับคนแปลกหน้า 3 คน คือ Madeline - หญิงแก่ที่ดูเหมือนจะอยู่ในป่านี้มานาน เชี่ยวชาญในการเอาชีวิตรอดจากสิ่งประหลาดที่กำลังตามล่าพวกเขา, Ciara - หญิงสาวที่ดูใจดี ร่าเริง ชอบเต้นรำ แต่แฝงไว้ด้วยความเศร้าในการตามหาจอห์นสามีที่หายตัวไปในป่านี้ และ Daniel - เด็กหนุ่มสายปะทะ ที่มีปัญหาในการควบคุมอารมณ์บางอย่างในตัวเอง

ทั้ง 4 คน ต้องเข้ามาอยู่ในห้องสี่เหลี่ยมแปลกๆ คล้ายกับนกที่อยู่ในกรง และวิธีปฏิบัติเงื่อนไขแปลกๆ ที่ว่า สามารถออกไปล่าสัตว์ หาอาหารในป่าได้เฉพาะในตอนกลางวัน ในเขตพื้นที่ที่กำหนดไว้เท่านั้น ห้ามข้ามเขต Point of No Return! และห้ามเข้าใกล้หลุมปริศนาเป็นอันขาด ต้องกลับเข้าที่พักก่อนพระอาทิตย์ตกดิน ทุกเย็นทุกๆ คนต้องออกมายืนเรียงกัน เพื่อให้ตัวอะไรก็รู้ที่อยู่ด้านนอกดู ทำการแสดงให้ประทับใจ มีกระจกกั้นไว้ได้ยินเพียงเสียง แต่มองไม่เห็นว่าอะไรที่จ้องมองพวกเขาอยู่ จุดประสงค์คือสัตว์ประหลาดพวกนั้นต้องการเฝ้าดู ศึกษาพฤติกรรมการใช้ชีวิตของทั้งสี่คนนั่นเอง

"The Watchers"

แอบมองเธออยู่นะจ๊ะ!

เป็นการดึงเอาไอเดียจากนิทานปรัมปราออกมาได้น่าสนใจ สิ่งที่อยู่ข้างนอกนั้นก็คือ… แฟรี่ (Fairy) ในเทพนิยายโบราณ สปีชีส์สมัยบรรพกาล เป็นกึ่งเทพ กึ่งมนุษย์ มีปีกบินได้ มีความสามารถในการแปลงกาย เลียนแบบพฤติกรรมหลอกลวงจิตใจมนุษย์ ในสมัยโบราณกล่าวว่าแฟรี่และมนุษย์เคยอยู่ร่วมกันมาอย่างสงบสุข จนกระทั้งเคยแต่งงาน มีความรัก มีลูก มีครอบครัวร่วมกันอย่างมีความสุข ให้กำเนิดเกิดเป็นคนครึ่งมนุษย์ครึ่งแฟรี่ แต่หายนะเกิดขึ้นเพราะมนุษย์เองเกิดเห็นแก่ตัว มองว่าเหล่าแฟรี่เหนือกว่าตัวเอง จึงต้องการทำลายขับไล่กดขี่เหล่าแฟรี่ให้สิ้นซากกลับไปอยู่ใต้พิภพ นั้นก็คือบริเวณป่าแห่งนั้น จนวันหนึ่งแฟรี่ที่เป็นลูกครึ่งกลับหลุดออกมาได้ และต้องการแก้แค้นให้กับเผ่าพันธ์ตัวเอง เพราะตัวอื่นๆ มีจุดอ่อนตรงที่ไม่สามารถโดนแดดและออกจากป่านี้ไม่ได้

เนื้อเรื่องมาพีคตอนที่ Mina ต้องการหาทางออกจากป่าบ้าๆ นี้เสียที เลยฝ่าฝืนกฎในการเข้าไปดูในหลุมว่ามีอะไรกันแน่ จนได้พบกับข้าวของต่างๆ ในยุคปัจจุบัน อย่าง จักรยานและเทปวิดีโอของจอห์นที่หายสาบสูญไปอย่างน่าประหลาด จนวันหนึ่ง Mina และ Madeline กลับเข้าที่พักไม่ทัน เพราะ Daniel ไม่ยอมเปิดประตู ทำให้มายืนรายงานตัวกันไม่ครบ แฟรี่จึงโกรธมากทำการออกตามหาทั้งสองคนที่หลบหนี จนตามมาทำลายที่พักนั้นจนเสียหายยับเยิน โชคดีที่พวกเขาไปเจออุโมงค์ใต้ดินเป็นหลุมหลบภัยเสียก่อน จุดนี้เองที่ได้เฉลยเรื่องราวทั้งหมดออกมา

Image Credit: IMDb

พวกเขาเจอเทปวิดีโอที่บันทึกเรื่องราวของ ศาสตราจารย์ Kilmartin เมื่อนานมาแล้วเขาเดินทางเข้ามาที่นี้ ด้วยความคลั่งไคร้เรื่องราวของแฟรี่มาเป็นเวลานาน จนมาตั้งศูนย์วิจัยในป่าแห่งนี้ขึ้น โดยสามารถจับแฟรี่มาได้หนึ่งตัวเพื่อต้องการนำมาศึกษาพวกมัน แต่ท้ายสุดก็ยอมที่จะแลกชีวิตไว้ในป่าแห่งนี้ แต่ก็ทิ้งเรือไว้ริมทะเลสาปเพื่อเป็นทางรอดเผื่อใครที่หลงเข้ามา

เรื่องมาหักมุมตรงที่เมื่อหนีตายออกจากป่ามาได้แล้ว นางเอกได้ทำตามที่ศาสตราจารย์สั่งเสียไว้ในวิดีโอเทป ที่ให้กลับไปห้องทำงานของเขาที่มหาวิทยาลัยในเมือง และทำลายหลักฐานการมีอยู่ของแฟรี่ทิ้งไปซะ แต่กลายเป็นว่านางเอกได้ไปรับรู้ความจริงบางอย่าง นั้นคือรูปภาพของหญิงชราผมขาวที่เจอในป่าและหนีตายมาด้วยกันนั้น แท้จริงแล้วคือภรรยาของศาสตราจารย์ ซึ่งหากนับจำนวนปีแล้วไม่มีทางที่เธอจะยังมีชีวิตอยู่ได้ นั้นหมายความว่าเธอก็คือตัวแฟรี่นั้นเอง! โดยที่แปลงกายอยู่ในร่างของมนุษย์ เพราะตัวศาสตราจารย์สร้างเธอขึ้นมาด้วยความโศกเศร้าที่สูญเสียภรรยาไป

สนุกดีแต่?

ถือเป็นหนังสยองขวัญที่คอนเซปต์ดี แต่กลับไม่มีฉากตราตรึงใจเลย หลังๆ ไม่ค่อยลุ้นกับตัวละคร เนื้อหาเท่าไหร่ โดยอาจจะขอตีความถอดสัญญะที่อยู่ในเรื่องอย่าง รายการเรียลลิตี้หาคู่ ที่ Mina ดูในห้องหลางป่านั่น ก็ตรงกับชีวิตจริงของเธอในการออกไปหาคู่ในตอนกลางคืน โดยการปลอมแปลงและแต่งตัวเพื่อเพิ่มความน่าสนใจ ส่วน นกในกรง ก็เหมือนกับทั้งสี่คนที่ถูกขังอยู่ในห้องสี่เหลี่ยม โดยที่มีตัวแฟรี่เฝ้ามองดูข้างนอก จนท้ายที่สุดก็ถูกปลดปล่อยสู่ความเป็นอิสระ

แรกๆ ทุกคนคงมีคำถามเดียวกันคือ ตัวอิหยังว่ะ? อาจจะเป็นเพราะเราคนไทย ที่ยังไม่มีชุดความรู้ ข้อมูลเกี่ยวกับตำนานของ เทพนิยาย สัตว์ประหลาดประเภทนี้เลย จึงทำให้อาจจะยังไม่อินมากนัก ความจริงสามารถต่อยอดจากเงื่อนไขความสามารถของตัวมอนสเตอร์ได้อีกมาก ตรงที่แปลงร่าง เลียนแบบพฤติกรรมมนุษย์ได้ แฝงตัวอาศัยอยู่ในชีวิตประจำได้แบบเนียนๆ เช่น การปลอมตัวเป็นสายลับ หรือ ผู้นำระดับโลกในการเปลี่ยนเหตุการณ์สำคัญๆ เป็นต้น

Image Credit: IMDb

ถึงแม้จะไม่ประทับใจมากนักในช่วงท้าย แต่ก็ถือว่า Ishana สอบผ่านจากการที่ลงมือมาเขียนบทและกำกับครั้งแรก โดยมีคุณพ่อคอยเป็นที่ปรึกษาดูแลงานสร้างช่วยดูอยู่ห่างๆ โดยที่สร้างมาจากไอเดียและแนวคิดของเธอเองทั้งหมด พิจารณาจากองค์ประกอบต่างๆโดยรวมแล้ว "The Watchers" ค่อนข้างเหมาะที่จะเป็นผลงานเดบิวต์ของเธอ ด้วยเป็นสเกลงานที่ไม่ใหญ่มาก แต่เคลือบไว้ด้วยกิมมิกและสตอรี่ที่ค่อนข้างเด่นชัด เราไม่สามารถนำงานนี้ไปเปรียบกับงานของพ่อเธอได้หรอก เพราะต่างคนก็ต่างมีวิสัยทัศน์และมุมมองในการสร้างงานแต่ละชิ้นงานที่ต่างกันไป สิ่งที่ดีคือ Ishana หยิบยืมเอารสนิยมและกลิ่นอายความเป็นพ่อเข้ามาใช้กับตัวหนังได้ยอดเยี่ยม

นั้นคือความพยายามใช้สิ่งแวดล้อมเท่าที่มี สร้างศักยภาพออกมาอย่างเต็มที่ในสภาวะที่บีบคั้น เร้าอารมณ์และสร้างแรงกดดันแบบทวีคูณเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ตลอดระยะเวลาที่ร้อยเรียงเรื่องราว ส่วนในแง่ลูกเล่นการเล่าเรื่องจะยังค่อนข้างซื่อตรงและเพลย์เซฟไปบ้าง แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าแนวคิดและไอเดียหลักของหนังเรื่องนี้ที่พยายามจะสื่อสารถึงคนดูนั้น ค่อนข้างท้าทายอยู่ไม่น้อยเพราะเป็นการเล่าขานถึง นิทานปรัมปราออกมาในรูปแบบใหม่ จนกลายเป็นเสน่ห์ในการสร้างสีสันความสะพรึงกลัวให้กับตัวหนังได้อย่างมีอรรถรส ประคับประคองไว้ด้วยการแสดงอันทรงพลังของ Dakota Fanning และนักแสดงคนอื่นๆ ที่ดึงเราสู่โลกแห่งความลึกลับได้อย่างแท้จริง

Image Credit: IMDb

โดยภาพรวม "The Watchers" ถือว่าเป็นผลงานที่ค่อนข้างน่าพึงพอใจในฐานะลูกสาวของ M. Night Shyamalan ที่ไม่ได้หวังจะก็อปปี้และเจริญตามรอยเท้าพ่อ แสดงให้เห็นว่าเธอก็มีดีและมีวิสัยทัศน์ที่ค่อนข้างโดดเด่นเป็นของตัวเอง งานชิ้นแรกออกมาค่อนข้างพิถีพิถันผ่านชั้นเชิงทางแนวคิด งานสร้างที่ค่อนข้างลงรายละเอียดต่างๆ ที่ดี แม้ว่าจะยังไม่ถึงขั้นสร้างความแปลกใหม่ และมีโมเมนต์ที่ชวนตราตรึงใจเป็นฉากในตำนานก็ตาม LSA เราเป็นกำลังใจให้เธอสร้างผลงานคุณภาพออกมาสู่สายตาผู้ชมอีกเรื่อยๆ แล้วเราจะนำมารีวิวให้ทุกคนอ่านอีกแน่นอน

อ่านบทความเกี่ยวกับภาพยนตร์ ซีรีส์ และเรื่องบันเทิงสนุก ๆ ได้ ที่นี่ เลย

Main, Hero and Featured images: IMDb

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...