ลิลลี่ เหงียน ยันปูร่ำไห้ โชว์เงินในบัญชี 14 บาทจริง วอนยูซัมมิท-ทนายกิ่งอย่าฟ้อง แค่พลั้งปาก
ลิลลี่ เหงียน ยันปูร่ำไห้ โชว์เงินในบัญชี 14 บาทจริง วอนยูซัมมิท-ทนายกิ่งอย่าฟ้อง แค่พลั้งปาก ฟาดกลับ เอิร์ก เลเดอเรอร์ หลักฐานแน่นกว่า
ยังเป็นประเด็นที่คงไม่จบง่ายๆ สำหรับมหากาพย์ทวงเงิน ปู มัณฑนา หิมะทองคำ ที่มีเจ้าหนี้ออกมาแฉอย่างต่อเนื่อง ซึ่งล่าสุด เจ้าหนี้ ลูกหมี รัศมี พร้อมด้วย ลิลลี่ เหงียน, อ้อม และทนายกุ้ง อำนวยพร ได้เดินทางมาร่วมรายการ คนดังนั่งเคลียร์ ที่สถานีโทรทัศน์ช่อง 8 ตึกอาร์เอส กรุ๊ป ทั้งนี้ ลิลลี่ เหงียน หนึ่งในเจ้าหนี้ ได้ออกมาเปิดใจในกรณีที่นักแสดงสาวออกมาโต้กลับว่าตนไม่ได้ถังแตก
โดยลิลลี่ได้กล่าวว่า ณ วันนั้นตนเห็นกับตาตนเอง ก่อนที่นาย ก จะออกมา ในระหว่างที่รอนาย ก เขาพยายามเร่งให้ตนโทรหานาย ก ตนก็พยายามที่จะโทร แต่ก่อนที่จะโทรเขาไม่ได้พูดคุยกับนาย ก ทีนี้เขาก็ร้องไห้ แล้วบอกไม่มีเงิน ตนก็เลยโชว์เงินในบัญชีให้เขาดูว่าตนเหลืออยู่แค่ 250,000 บาท และเขาก็โชว์ของเขาให้ดูว่ามีเงิน 14 บาท ในส่วนโอนค่าอินเตอร์เน็ตเป็นเรื่องจริง และยืนยันว่าที่ตนเห็นในบัญชี 14 บาทนั้นเป็นเรื่องจริง
ลิลลี่กล่าวต่อไปว่า ตนรู้จักปูมา 2 ปี เคยเจอกันประมาณ 5-6 ครั้ง เขาเลี้ยงข้าวเราหมื่นกว่าบาทที่ร้านอาหารอิตาเลียน เนื่องด้วยตนเสียใจที่มีคนมาทาบทามให้ตนไปทานข้าวเอ็นเตอร์เทนอะไรสักอย่าง พี่ปูก็เลยปลอบใจว่าไม่ต้องเสียใจ มาหาพี่ มาทานข้าว ดื่มไวน์กัน ตนเลยบอกว่าไม่มีเงิน เขาก็เลยบอกว่าจะเลี้ยงเอง พอต่อมารู้ข่าวว่าเขาโดนโกงที่ดิน 100 ล้าน เขาก็ไม่มีเงิน เหลืออยู่ 14 บาท ตนก็เลยบอกว่าตนเลี้ยงพี่ปูได้ สั่งเลย เขาเลี้ยงเราหมื่นกว่า เราเลี้ยงเขาหมื่นกว่าบาท แชร์กันแค่สองครั้ง และหลังจากที่เสียเงิน 800,000 บาท เขาพาไปกองถ่าย แล้วเจอกันอีกทีคือร้านไวน์
ลิลลี่กล่าวอีกว่า เขาจะถังแตกหรือไม่ ตนไม่ทราบ แต่เงินจำนวน 70,000 บาท มันน้อยมาก ถ้าเขาไม่ถังแตกศักยภาพของเขาคือจ่ายหนี้ตนได้อยู่แล้ว ไม่ปล่อยให้ล่วงเลยมาถึงขนาดนี้หรอก ซึ่งพี่เขาแจ้งตนมาว่า 2 วันที่แล้วยังไปกิน ไปดื่มกับตนอยู่เลย เราก็ยังคุยดีกันอยู่ จนกระทั่งเงิน 70,000 บาท ตนถึงได้ออกมา
“วันที่ไป สน.ครั้งแรก พี่ลูกหมีโทรมาถามว่าเราจะไปไหม แต่เราตอบว่าไม่ไป เพราะสงสารพี่เขา พอพี่ลูกหมีบอกว่าเขาทำหลายคน ก็ตกใจ ตนก็เลยอยากไปเห็นกับตา ก็เลยโทรไปแจ้งพี่ปูมาว่าจะไปออกสื่อ ซึ่งก็คุยกันดีมากว่าอย่าโกรธหนูนะ อยากได้เงินคืนจริงๆ เขาก็บอกว่าอย่าทำร้ายพี่เลย หนูก็เลยบอกว่าเงิน 2-3 อาทิตย์แล้วที่พี่ยังไม่คืน หนูก็แย่จนจะต้องไปขายตัวแล้ว เขาก็บอกว่าให้รอก่อน”
ส่วนที่ปูบอกว่าไม่ต้องยกหนี้ให้ เป็นหนี้ก็ต้องใช้ ลิลลี่ก็ตอบว่า ก็ใช้มา ตนก็อยากได้เหมือนกัน
เมื่อถามว่าความกังวลใจมันลดลงหรือไม่ที่เขาบอกว่าสมบัติมีเยอะแยะเลย ลิลลี่กล่าวว่า ก็รู้สึกโล่งใจ แต่ก็รู้สึกเสียใจอีกเรื่องหนึ่ง เขาใช้ก็คือใช้ แต่เกิดเขามาฟ้องเราเกี่ยวกับการล่วงเกินยูซัมมิท ตนไม่ได้บอกว่ายูซัมมิทปัญญาอ่อน ตนคุยที่รายการบอกว่าพี่ปูมาเอาเงินกับตน ทำไมตนต้องไปคุยกับยูซัมมิท ปัญญาอ่อน ตนขอโทษบริษัทยูซัมมิท ที่ตั้งขึ้นมาเพื่อช่วยเหลือเรา เป็นสิ่งที่ดีมาก เพียงแต่ว่าพวกเราไม่โอเค ตนรักพี่ปู เราเคยกิน เที่ยวด้วยกัน ถึงตอนนี้ตนจะโกรธเขามาก แต่ตนไม่ได้เกลียด ตนอยากคุยกับพี่ปู ไม่ได้อยากคุยกับยูซัมมิท ถ้าเกิดแจ้งความแล้วก็ขอความกรุณาให้ตน คือตนมีเหตุผล ถ้าเกิดพลั้งปากเร็วเกินไป ก็แค่ยอมรับกรรมเท่านั้นเอง ในส่วนที่ว่าพี่เขาหน้าด้าน ตนก็ได้ขอโทษพี่เขาไปแล้ว ตนทำตัวไม่ดีเอง แต่ตนไม่รู้กฎหมาย ไม่รู้อะไรเลย รู้แค่ว่าได้อธิบายทุกสิ่งทุกอย่างกับพี่เขาไปแล้ว แล้วพี่เขาเข้าใจ ถ้ารู้ตนก็คงไม่ทำ เพราะกลัวโดนคดีเช่นเดียวกัน แต่ ณ วันนี้ตนขอโทษ แล้วแต่พี่เขาจะพิจารณา ตนเชื่อฟังคำสอนของลูกชาย คำสอนของพี่หนุ่ม พี่พจน์ แม้กระทั่งคำสอนของทนายกิ่ง ตนพร้อมที่จะปรับตัว ให้พี่กิ่งเห็นใจ อย่าฟ้องตนเลย
เมื่อถามว่าเคสลิลลี่ไม่ได้มีการยืมไปลงทุนทำธุรกิจใดๆ ใช่ไหม ลิลลี่เผยว่า ตอนที่เขาโทรมายืมตนครั้งแรก เขาอ้างว่าเพื่อนเขาขอยืมเพื่อไปลงทุนธุรกิจ โดยเขาเสนอดอกเบี้ยให้ตน ซึ่งตนก็ตอบว่าไม่เอา ครั้งแรกที่เขายืมคือ 500,000 บาท ต่อมา 300,000 บาท ทุกครั้งที่ตนเอาเงินให้เขา เขาจะมีการเสนอดอกเบี้ยให้ก่อนเลย แต่ตนปฏิเสธตลอด หลังจากนั้นตนโดนกรณีที่ถูกเอิร์ก เลเดอเรอร์ โกงเป็นปี แล้วตนไม่มีเงิน จึงมีการทวง 2-3 เดือนต่อครั้ง แต่เขาก็อ้างว่าให้รอก่อน จนกระทั่ง 6 เดือน ไปจน 1 ปี ก็เลยไม่สนใจแล้ว และความหวังที่ให้พี่เขาพาไปเป็นดาราเราก็ไม่หวังแล้ว เรื่องคลิปเสียงที่จะออกมาแฉก็มีจริง แต่ตนยังมีความรู้สึกสงสารพี่ปูอยู่ เพียงแค่โกรธเท่านั้นที่ทำกับตนแบบนี้ แต่ว่าตนไม่ได้โกรธ เพียงแค่อยากให้มาขอโทษ และยอมรับกับประชาชนเท่านั้นเอง ซึ่งตนไม่เอาก็ได้เงิน 670,000 บาท แต่ถ้าคืนก็เอา
ทั้งนี้ ลิลลี่ก็ชี้แจงถึงประเด็นเอิร์ก เลเดอเรอร์ ที่อ้างว่าเคยยืมเงินตนไป 50 ล้านบาทแล้วไม่คืน ซึ่งด้านเอิร์กได้ท้าให้ลิลลี่ได้นำหลักฐานมาโชว์
ลิลลี่กล่าวว่า ตนแค่อยากจะบอกว่าเอิร์กเอาเงินสดของตนไป 36.8 ล้าน พร้อมกับดอกเบี้ยอีก และเขาก็โทรมาบอกว่าตัวเองติดโควิด ตอนนั้นตนเหลือเงิน 700,000 บาทสุดท้าย เขาก็ขอยืมเงินตนเพิ่มก่อนบินออกไป 300,000 บาท ซึ่งตนก็โอนให้ รวมยอดทั้งหมดก็เกือบ 37 ล้านบาท ทีนี้เขาหลอกให้เอาคอนโดของตนไปขาย ฝากกู้เงินนอกระบบเพื่อที่จะเอาเงินให้เขา แล้วตนจะได้เงินกลับคืนมาทั้งหมด เขาจะหลอกประมาณว่าตนให้เขาเท่าไหร่ เขาจะให้ตนเท่านั้น และก็เอาเพลงมาให้ตนซ้อม ทั้งนี้ทั้งนั้น หลักฐานตนแน่นกว่า ที่สำคัญตนมีหมายจับ และได้ฟ้องเขาคดีฉ้อโกง หลอกลวง เขามีหมายจับของตนแล้ว ทุกอย่างอยู่ที่ศาลประมาณ 50 ปี ถ้าเกิดเขาเข้ามาประเทศไทยก็รวบเลย ตำรวจยินดีต้อนรับกลับบ้าน
“เราอยากได้เงินคืน เงินตั้ง 50 ล้านบาท แต่เราเป็นคนไม่ยึด พอมันเสียแล้วก็ต้องทำความเข้าใจ ซึ่งตอนนี้หนูเก็บรักษาคอนโดที่เขาเอาไปกู้กลับมาได้แล้ว แต่หนูต้องเสียอสังหาฯที่หนูซื้อปล่อยเช่าให้เขา 4 ห้อง เป็นคอนโดใหม่เพิ่งเช่าเสร็จ”
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ลิลลี่ เหงียน ยันปูร่ำไห้ โชว์เงินในบัญชี 14 บาทจริง วอนยูซัมมิท-ทนายกิ่งอย่าฟ้อง แค่พลั้งปาก
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th