โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

SMEs-การเกษตร

“น้ำหมักย่อยสลายฟางข้าว” ลดการเผาในพื้นที่เกษตร

เทคโนโลยีชาวบ้าน

อัพเดต 07 พ.ค. 2567 เวลา 10.33 น. • เผยแพร่ 04 พ.ค. 2567 เวลา 02.00 น.

ฟางข้าวที่อยู่ในนา สามารถนำมาเปลี่ยนให้เป็นปุ๋ย เพราะฟางข้าวมีธาตุฟอสฟอรัสสูงมาก เป็นประโยชน์ต่อดิน และโพแทสเซียม จะช่วยในการสร้างรวงและสร้างแป้งให้ข้าว ซึ่งสองแร่ธาตุนี้มีอยู่แล้วในฟางข้าว เกษตรกรจึงมีการใช้ฟางข้าวให้เกิดประโยชน์สูงสุด จึงจัดการเปลี่ยนให้เป็นปุ๋ยเสียเลย

วิธีการนำฟางมาย่อยสลายสามารถทำได้หลากหลายวิธีดังนี้

1. นำฟางมาหมักกลบกับดิน แล้วใช้จุลินทรีย์ย่อยสลายเข้าไป

2. การใส่จุลินทรีย์เข้าไปย่อยสลาย ใช้สาร พด.2 จากกรมพัฒนาที่ดิน หรือจะหมักเองจากจุลินทรีย์หน่อกล้วยก็ได้ เพราะในหน่อกล้วยมีกลุ่มจุลินทรีย์ที่โคนกล้วยอยู่แล้วเพราะมีความชื้น จุลินทรีย์ชอบเกาะกลุ่มอยู่ ก็นำมาขยายเชื้อ โดยการใช้กากน้ำตาลผสมกับหน่อกล้วยสับ แล้วก็หมักทิ้งไว้ 7 วัน หลังจากนั้นก็นำมาบีบให้เกิดหัวเชื้อ จะได้หัวเชื้อจุลินทรีย์หน่อกล้วย หลังจากนั้นก็นำไปใส่กับน้ำเปล่าแล้วเติมกากน้ำตาลลงไป คนทุกวัน ทิ้งไว้ประมาณ 5 วัน แล้วก็นำไปปล่อยในแปลงนา

3. เวลานำไปปล่อยในแปลงนา คนปล่อยไม่จำเป็นต้องเดินเข้าไปในนา เพราะเราต้องปล่อยน้ำเข้านาอยู่แล้ว ให้ใส่สายยางตั้งถังไว้ แล้วก็หยดลงไปเพียงแค่นั้น น้ำไปถึงไหนจุลินทรีย์ก็วิ่งตามไปถึงนั่นเหมือนกัน ไม่จำเป็นต้องเดินให้เหนื่อย นี่เป็นเทคนิคง่ายๆ

4. การใส่จุลินทรีย์ ไม่จำเป็นต้องวัดอัตราส่วนก็ได้ ยิ่งใส่มากก็ยิ่งสลายเร็ว การหมักจุลินทรีย์กลุ่มนี้จะไปย่อยสลายฟาง เศษวัสดุต่างๆ ที่อยู่ในนาที่เป็นอินทรียวัตถุให้กลายเป็นฮิวมัสและเป็นอาหารพืชต่อไป ควรหมักไว้ไม่ต่ำกว่า 7 วัน เพื่อให้คายก๊าซ เพราะในฟางข้าวเกิดการทับถมกันอยู่ในดินจะเกิดก๊าซ มีความร้อน ถ้าก๊าซคายไม่หมดจะทำให้ข้าวต้นเหลืองแห้ง ถ้าเราหว่านข้าวไปแล้วก๊าซไม่หมดแล้วต้นข้าวเหลือง ให้แก้โดยวิธีปล่อยน้ำออกให้แห้ง ให้ดินแตกเป็นหัวระแหงออกมา ให้อากาศเข้าไปถ่ายเทดูดก๊าซออกมาได้

ถ้าหากชาวนาไม่เผาฟาง ตอซัง จะช่วยรักษาสภาพแวดล้อม ไม่ไปเร่งให้อุณหภูมิของโลกสูงขึ้น และจะช่วยลดอุบัติเหตุจากควันไฟ นอกจากนี้ ฟางข้าวที่ไถกลบหรือไถพรวน จะเป็นปุ๋ยอินทรีย์ที่ดีที่สุดด้วย วันนี้เทคโนโลยีชาวบ้านมีสูตรน้ำหมักย่อยสลายฟางข้าวที่สามารถทำตามกันได้ง่ายๆ ไปดูวัตถุดิบและวิธีการทำได้เลย

วิธีทำปุ๋ยอินทรีย์จาก

วัตถุดิบ

– น้ำเปล่า 150 ลิตร

– พด.2 จำนวน 2 ซอง

– หยกกล้วยสับ 30 กิโลกรัม

– ปุ๋ยยูเรีย 2 กิโลกรัม

– กากน้ำตาล 10 กิโลกรัม

– เปลือกสับปะรดสับ 2 หัว

– แป้งข้าวหมาก 2 ลูก

– รำละเอียด 2 กิโลกรัม

วิธีการทำ

  • นำหยกกล้วยสับ เปลือกสับปะรดสับ รำละเอียด กากน้ำตาล พด.2 ปุ๋ยยูเรีย ใส่ลงในถังผสมให้เข้ากัน
  • เติมน้ำ 150 ลิตร คนให้เข้ากัน ตั้งทิ้งไว้ในที่ร่ม ปิดฝาถังให้สนิท
  • เปิดฝาถังคนทุกวัน วันละ 1 ครั้ง โดยคนไปในทิศทางเดียวกัน หมักทิ้งไว้ 15 วัน จึงนำไปใช้ได้

วิธีการใช้งาน

1. นำมากรองเอากากใยออก แล้วนำน้ำไปใช้

2. กรณีผสมน้ำแช่ฟางในนา ในอัตราส่วนน้ำหมัก 10-15 ลิตรต่อไร่ นำน้ำหมักมาเจือจางไปกับน้ำที่แช่ฟางข้าวในนา

3. กรณีใช้ฉีดพ่น ในอัตราส่วน น้ำหมัก 10-15 ลิตรต่อไร่ (ปริมาณน้ำที่ผสมขึ้นกับชนิดเครื่องพ่น) ฉีดพ่นฟางให้ทั่วทั้งแปลง โดยที่แปลงนายังมีความชื้นอยู่ หรือนำน้ำเข้านาก่อนฉีดพ่น 1 วัน

หลังจากแช่ฟางประมาณ 4-7 วัน ฟางจะเริ่มอ่อนนุ่ม เปื่อยยุ่ย รถไถสามารถไถกลบ หรือปั่นกลบได้ง่ายขึ้น

ธุรกิจ“ ฟางข้าวอัดก้อน” ลงทุนน้อย กำไรงาม - เทคโนโลยีชาวบ้าน

ประโยชน์ของฟางข้าว

ในฟางข้าวจะมีปริมาณธาตุอาหารหลักและธาตุอาหารรอง ดังนี้

ไนโตรเจน (N) = 0.59%, ฟอสฟอรัส (P) = 0.08%, โพแทสเซียม (K) = 1.56%, แคลเซียม (Ca) = 0.38%, แมกนีเซียม (Mg) = 0.23%, กำมะถัน (S) = 0.08%

ซึ่งจะช่วยปรับโครงสร้างดินให้ดินโปร่งร่วนซุย ระบายน้ำ และอากาศดี และเพิ่มอินทรียวัตถุที่เป็นแหล่งอาหารและพลังงานให้กับจุลินทรีย์ที่เป็นประโยชน์ในดิน

วิธีการอย่างนี้ชาวนาจะสามารถทำนาได้มากรอบขึ้น และจะสามารถลดการใช้ปุ๋ยเคมีลงได้เป็นอย่างดี ซึ่งจะเป็นการลดต้นทุนการผลิตข้าวได้ส่วนหนึ่ง และยังส่งผลดีต่อการป้องกันกำจัดข้าววัชพืช ข้าวเรื้อ ข้าวค้างฤดู หรือเมล็ดวัชพืชได้อีกทางหนึ่งด้วย

ขอบคุณสูตรจาก : กลุ่มอารักขาพืช สำนักงานเกษตรจังหวัดกำแพงเพชร ร่วมกับสำนักงานเกษตรอำเภอลานกระบือ

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : “น้ำหมักย่อยสลายฟางข้าว” ลดการเผาในพื้นที่เกษตร

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.technologychaoban.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...