โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

‘เดอะวิสดอมกสิกรไทย’ เตือนเศรษฐกิจโลก ยุค ‘ทรัมป์ 2.0’ ผันผวน แนะกระจายความเสี่ยง-ขยายพอร์ตลงทุน

The Bangkok Insight

อัพเดต 06 ธ.ค. 2567 เวลา 07.35 น. • เผยแพร่ 06 ธ.ค. 2567 เวลา 07.35 น. • The Bangkok Insight

เดอะวิสดอมกสิกรไทย จับสัญญาณความผันผวนเศรษฐกิจโลกปี 2568 จากมาตรการภาษีและสงครามการค้าขยายแนวรบ ในยุค "ทรัมป์ 2.0" ระบุ ต้องเตรียมรับแรงกระแทก โดยเฉพาะมาตรการกำแพงภาษี และสงครามการค้าที่ขยายวงกว้างขึ้น แนะกระจายความเสี่ยง ขยายพอร์ตลงทุน ให้น้ำหนักหุ้นโลก โดยเฉพาะหุ้นสหรัฐ และหุ้นญี่ปุ่น

เดอะวิสดอมกสิกรไทย จัดงานสัมมนาใหญ่ด้านการเงิน "Wealth Forum Thailand 2025" ในหัวข้อ "The New Frontiers of Investment Opportunity" ผ่านมุมมองของผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐกิจ การเงิน และการลงทุน นำโดย K Wealth ร่วมด้วยพันธมิตรระดับโลก เจ.พี.มอร์แกน แอสเซท แมเนจเมนท์ และลอมบาร์ด โอเดียร์

เศรษฐกิจโลก

ดร.พิพัฒน์พงศ์ โปษยานนท์ ผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า หลังจากพิธีสาบานตนเข้ารับตำแหน่งในวันที่ 20 มกราคม 2568 คาดว่าจะเห็นนโยบายเร่งด่วนใน 100 วันแรก ของโดนัล ทรัมป์ เช่น นโยบายการลดเงินสนับสนุนทางทหารกับชาติพันธมิตร นโยบายกีดกันผู้อพยพเข้าเมือง นโยบายด้านพลังงาน รวมถึงการลดภาษี

โดยรวมแล้วจะสร้างแรงกดดันเงินเฟ้อให้กับเศรษฐกิจสหรัฐ จากต้นทุนการนำเข้าที่เพิ่มขึ้น ค่าจ้างแรงงานที่สูงขึ้น รวมถึงการขาดดุลการคลังที่สูงขึ้น ซึ่งแนวโน้มเงินเฟ้อที่สูงขึ้น จะทำให้ภาพเศรษฐกิจสหรัฐ ที่คาดว่าจะดีขึ้นตามนโยบายของทรัมป์ยังมีความไม่แน่นอนอยู่

ดร.พิพัฒน์พงศ์ ระบุว่า สงครามการค้าจะสร้างความเสี่ยงต่อเศรษฐกิจในฝั่งเอเชีย รวมถึงไทยอย่างมาก จากการขึ้นภาษีนำเข้าของสหรัฐ การตอบโต้ทางการค้าไปมา การปรับเปลี่ยนห่วงโซ่อุปทานโลก ซึ่งจะส่งผลกระทบทางลบจากโอกาสทางการค้าที่หายไป

นอกจากนี้ การปรับขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจีนอีก 60% จะส่งผลกระทบทางอ้อมให้ประเทศต่าง ๆ ต้องเผชิญการไหลบ่าเข้ามาของสินค้านำเข้าจากจีนที่ได้เปรียบด้านราคา ซึ่งจะส่งผลกระทบอีกต่อหนึ่งต่อภาคการผลิตในแต่ละประเทศ

เศรษฐกิจโลก

สำหรับเศรษฐกิจไทย นอกจากจะเผชิญความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลกแล้ว สงครามการค้าจะเป็นความเสี่ยงสำคัญต่อเศรษฐกิจไทยในระยะข้างหน้า จากการที่สหรัฐขาดดุลการค้ากับไทยเป็นอันดับที่ 12 ของคู่ค่าทั้งหมดของสหรัฐ ซึ่งเป็นความเสี่ยงต่อสินค้าส่งออกไทยที่จะเจอภาษีสินค้านำเข้าไปยังสหรัฐที่สูงขึ้น หรือไทยอาจจะต้องเปิดตลาดนำเข้าสินค้าจากสหรัฐมากขึ้น ซึ่งโดยรวมแล้วเป็นปัจจัยลบต่อทิศทางดุลการค้าของไทยในระยะข้างหน้าให้เกินดุลได้ลดลง

นโยบายยุค "ทรัมป์ 2.0" กระทบเศรษฐกิจ การค้าโลก และเงินเฟ้อ

Ms. Jin Yuejue Managing Director, Asia Head of the Investment Specialist Multi-Asset Solution group จาก เจ.พี.มอร์แกน แอสเซท แมเนจเมนท์ แสดงความเห็นว่า เศรษฐกิจโลกสดใสขึ้น แต่ยังมีหมอกปกคลุมอยู่ ด้วยความเสี่ยงที่ซ่อนอยู่จาก "นโยบายทรัมป์ 2.0"

หากทำให้เงินเฟ้อสหรัฐกลับมาสูงขึ้น โอกาสที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะลดดอกเบี้ยในปีหน้า จำนวนครั้งอาจจะลดลงจากที่ตลาดคาดการณ์ไว้ ทำให้ราคาสินทรัพย์ผันผวนได้

ส่วน Mr. Homin Lee, Senior Macro Strategist จากลอมบาร์ด โอเดียร์ มองว่า แม้การกลับมาดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีของทรัมป์ จะทำให้เกิดความผันผวนเพิ่มขึ้น แต่ในความเสี่ยงต่าง ๆ นั้น ยังมีโอกาสที่ใช้เป็นจังหวะในการลงทุนได้เช่นกัน

เศรษฐกิจโลก

ทั้ง 2 คน ยังเห็นสอดคล้องกันว่า นโยบายของทรัมป์ ในหลาย ๆ ด้าน อาจจะไม่ง่ายนักต่อการดำเนินการเนื่องจากจะส่งผลกระทบต่อสหรัฐในหลายด้าน โดยเห็นว่า มีนโยบายที่อาจจะส่งผลต่อเศรษฐกิจและการค้าโลก รวมถึงเงินเฟ้อ ได้แก่

นโยบายกีดกันแรงงานอพยพ นโยบายนี้อาจนำมาสู่การขาดแคลนแรงงงาน ส่งผลต่อค่าแรงที่จะต้องจ่ายเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งคาดการณ์ว่า ทรัมป์จะเริ่มดำเนินการในต้นปี 2568

จัดเก็บภาษีนำเข้าอัตราใหม่ เป็นนโยบายที่คาดว่า ทรัมป์จะเร่งให้เกิดขึ้นเร็วที่สุด โดยเขาเสนอให้เรียกเก็บภาษีใหม่ในอัตรา 10-20% สำหรับสินค้านำเข้าจากต่างประเทศ ซึ่งประเทศคู่ค้าที่เป็นเป้าหมายสำคัญคือ จีน ที่ทรัมป์ประกาศจะออกคำสั่งขึ้นภาษีนำเข้าจากจีนอีก 10% เม็กซิโก และแคนาดาเป็น 25%

นโยบายการคลัง ลดอัตราภาษีนิติบุคคลลงเหลือ 15% สำหรับบริษัทที่ผลิตสินค้าในสหรัฐฯ ซึ่งลดลงอย่างมากจากอัตราปัจจุบันที่ 21%

แนะเพิ่มน้ำหนักพอร์ตในหุ้นโลก สหรัฐ-ญี่ปุ่น ยังเป็นดาวรุ่ง

Mr. Homin Lee ให้คำแนะนำถึงหุ้นสหรัฐ และญี่ปุ่น ที่ยังส่งสัญญานบวกต่อเนื่อง ในขณะที่หุ้นยุโรปยังคงทรงตัว ตราสารหนี้ระดับลงทุน Investment Grade หรือหุ้นกู้ High Yield ที่มี Credit Rating ที่ดี

นอกจากนี้ การลงทุนทางเลือก (Alternative Investment) เช่น ทองคำ และอสังหาริมทรัพย์ ในหลายประเทศ อาทิ สวิตเซอร์แลนด์ นับเป็นโอกาสการลงทุนที่ดีในช่วงเวลานี้

Ms. Jin Yuejue แนะนำให้เน้นการกระจายสินทรัพย์ลงทุนทั้งหุ้น และตราสารหนี้ ปรับเพิ่มน้ำหนักหุ้นโลก เช่น หุ้นสหรัฐ ขนาดกลางและเล็ก กับหุ้นญี่ปุ่น และลดน้ำหนักหุ้นยุโรป พร้อมกับเพิ่มน้ำหนักในตราสารหนี้ เน้นที่มีคุณภาพสูง รวมถึงหุ้นกู้เอกชน

เศรษฐกิจโลก

เสริมแกร่งพอร์ต "โตกระจาย ไม่โตกระจุก" กระจายในหุ้น และตราสารหนี้ ทั้งไทยและต่างประเทศ

ทางด้าน นายสรพล วีระเมธีกุล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บมจ. หลักทรัพย์กสิกรไทย กล่าวว่า ภาพรวมการลงทุนในปีหน้าของสหรัฐฯ จะกลับเข้าสู่ภาวะปกติสมดุล ซึ่งตราสารทุน หรือตลาดหุ้น ของทั้งฝั่งสหรัฐ ยังมีโอกาสที่จะไปต่อได้ มีการปรับตัวขึ้นของหุ้นสหรัฐอย่างต่อเนื่อง ซึ่งต้องกลับมามองที่ Valuation มากขึ้น เพราะตราบใดที่ความผันผวนยังคงอยู่ สิ่งที่จะช่วยให้รอดได้ คือ ความเหมาะสมของหุ้น ทั้งในตัวราคา และเป็นหุ้นที่มีคุณภาพ เติบโตได้ มีผลประกอบการที่ดี

ส่วนนายวจนะ วงศ์ศุภสวัสดิ์ CFA รองกรรมการผู้จัดการ บลจ. กสิกรไทย กล่าวว่า กองทุนรวมตราสารหนี้จะเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ให้ผลตอบแทนที่ดี และบริหารความเสี่ยงได้เป็นอย่างดี รวมถึงยืดอายุการถือครองตราสารหนี้เพิ่มขึ้นเป็น 12 เดือน เพื่อสร้างผลตอบแทนที่สม่ำเสมอในระยะยาว และลดความผันผวนของพอร์ตด้วย

ขณะที่ นายวีระพล บดีรัฐ ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า การจัดสรรพอร์ตการลงทุน แนะนำแบ่งเป็น พอร์ตหลัก (Core Portfolio) ลงทุนระยะยาว แบ่งสัดส่วนไว้ 70% ลงทุนในหุ้นทั่วโลก เช่น หุ้นสหรัฐ และหุ้นญี่ปุ่น หรือกองทุนผสม K-WealthPLUS Series โดยอีก 30% เป็นพอร์ตเสริม (Satellite Portfolio) เช่น กองทุน K-FIXEDPLUS

เศรษฐกิจโลก

K WEALTH แนะนำกองทุนที่น่าสนใจ

  • 70% ลงทุนใน Core Portfolio ประเภท Multi Asset เช่น กองทุน K-WealthPLUS Series: K-WPBALANCED, K-WPSPEEDUP และ K-WPULTIMATE
  • 30% ลงทุนใน Satellite Portfolio ประเภท Fixed Income เช่น กองทุน K-GINCOME-A(A), *K-FIXEDPLUS-A และ K-FIXED-A และประเภท Equity เช่น กองทุน K-VIETNAM, K-GINFRA-A(D) K-HIT-A(A), K-GHEALTH, K-USA-A(A) และ K-GOLD-A-(A)
เศรษฐกิจโลก

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...