ทะลุมิติมาสร้างครอบครัว
<h2 style='display: flex; justify-content: center;'>ข้อมูลเบื้องต้น</h2>อลิส หรือ อริสรา เธอเป็นสายลับของ เอฟบีไอ เชื้อสายไทย อายุสามสิบห้าปี ที่ได้ปลอมตัวไปเรื่อยๆเพื่อสืบเรื่องต่างๆเดินทางไปทั่วโลกเลยก็ว่าได้ ครั้งล่าสุดเธอได้รับภารกิจให้สืบเกี่ยวกับพ่อค้ายารายใหญ่ที่ปักกิ่งประเทศจีน นั่นเป็นความทรงจำสุดท้ายของอลิส จู่ๆเธอก็ฟื้นขึ้นมาในร่างของเด็กสาวผอมบาง ผิวเหลืองซีด ผมแห้งแตกคาดว่าน่าจะเกิดจากการขาดสารอาหารเป็นเวลานาน อลิสตื่นขึ้นมาในร่างลู่หลินชิงเมื่อสามวันก่อน ยังไม่ฟื้นตัวดีก็โดนจับแต่งงานกับชายพิการเดินไม่ได้ พร้อมทั้งสามีของตนยังมีลูกน้อยติดมาด้วย<br /> ทั้งสามถูกส่งตัวมายังบ้านร้างท้ายหมู่บ้าน<hr/><h2 style='display: flex; justify-content: center;'>1</h2><p class="indent-a">ลู่หลินชิงเด็กหญิงอายุเพียงสิบสี่หนาว ถูกครอบครัวขายให้แต่งงานกับชายพิการ มีสามีพิการว่าหนักสำหรับเด็กสาว แต่ที่หนักไปกว่านั้นคือเธอต้องการมาเป็นคุณแม่จำเป็นให้กับเด็กน้อยที่อายุแค่ขวบกว่าๆ เท่านั้น ‘อยู่บ้านเดิมครอบครัวก็วุ่นวายมากแล้ว โดนขายมาแต่งงานดูเหมือนว่าจะหนักยิ่งกว่า’ เพราะแต่งเข้ามายังไม่ทันได้ก้าวข้ามธรณีประตูเข้าบ้าน ก็โดนไล่ให้ไปอยู่บ้านร้างท้ายหมู่บ้านกับสามีและลูกน้อยเสียแล้ว </p><p class="indent-a">ถึงแม้ในร่างลู่หลินชิงจะเป็นหญิงสาวที่มาจากอนาคต ที่ไม่รู้ว่าตนเข้ามาอยู่ในร่างเด็กสาวนี้ได้อย่างไร</p><p class="indent-a">เพราะจำได้ว่าครั้งสุดท้ายก่อนที่เธอจะมาอยู่ที่นี่นั้นเธอได้รับภารกิจลับ ให้ไปสืบเรื่องพ่อค้าย้าข้ามชาติ </p><p class="indent-a">อลิส หรือ อริสรา เธอเป็นสายลับของ เอฟบีไอ เชื้อสายไทย ที่ได้ปลอมตัวไปเรื่อยๆเพื่อสืบเรื่องต่างๆเดินทางไปทั่วโลกเลยก็ว่าได้ ครั้งล่าสุดเธอได้รับภารกิจให้สืบเกี่ยวกับพ่อค้ายารายใหญ่ที่ปักกิ่งประเทศจีน นั่นเป็นความทรงจำสุดท้ายของอลิส จู่ๆเธอก็ฟื้นขึ้นมาในร่างของเด็กสาวผอมบาง ผิวเหลืองซีด ผมแห้งแตกคาดว่าน่าจะเกิดจากการขาดสารอาหารเป็นเวลานาน อลิสตื่นขึ้นมาในร่างลู่หลินชิงเมื่อสามวันก่อน ยังไม่ฟื้นตัวดีก็โดนจับแต่งงานมาที่นี้แล้ว</p><p class="indent-a">ทั้งสามถูกส่งตัวมายังบ้านร้างท้ายหมู่บ้าน </p><p class="indent-a">“เจ้าชื่ออะไร?”คนที่ได้ชื่อว่าสามีหมาดๆของเธอเอ่ยถาม เพราะเขาก็น่าจะเข้าใจสถานะการเป็นอย่างดีว่าต้องนี้ครอบครัวของเขาคงตัดเขาทิ้งแล้วเรียบร้อย </p><p class="indent-a">“ลู่หลินชิง” อลิสตอบชื่อเด็กสาวคนนี้ไป ชายคนนี้น่าสงสารไม่น้อย บาดเจ็บสาหัสแถมยังโดนครอบครัวถีบหัวส่งออกจากบ้านมาอีก แต่ที่น่าสงสารยิ่งกว่าคือเด็กน้อยที่เธอกำลังอุ้มอยู่ตอนนี้ต่างหากล่ะ เด็กน้อยคนนี้น่าจะอายุได้ขวบกว่าเท่านั้นเอง เพราะเขายังเดินเองไม่ได้ หรืออาจเป็นเพราะไม่ได้รับสารอาหารที่เพียงพอ ทำให้เด็กมีพัฒนาการช้าก็เป็นได้ </p><p class="indent-a">“ข้าชื่อจ้าวหลง เรียกข้าว่าพี่หลงก็ได้” จ้าวหลงเอ่ยแนะนำตัวกับภรรยาหมาดๆของตน ที่ดูแล้วน่าจะโดนบังคับให้มาแต่งงานกับเขา เพราะคงไม่มีใครอยากแต่งงานกับคนที่บาดเจ็บสาหัสและอาจจะเดินไม่ได้อีกต่อไป สาเหตุเกิดจากเดือนก่อนที่เขาขึ้นเขาเพื่อล่าสัตว์และได้วิ่งไหนหมีจึงพลัดตกเขาทำให้บาดเจ็บสาหัสมาจนถึงทุกวันนี้ และที่ครอบครัวของเขาจับเขาแต่งงานและให้ย้ายออกมา ก็น่าจะเพราะไม่อยากจะจ่ายเงินค่ารักษาขาให้เขาแล้วนั่นเอง เพราะพวกเขาไม่เพียงให้ย้ายออกมา แต่พวกเขายังเขียนหนังสือตัดขาดมาให้อีกด้วย </p><p class="indent-a">“เด็กที่เจ้าอุ้มอยู่เขาชื่อจ้าวเว่ย” จ้างหลงเอ่ยแนะนำบุตรชายของตน หากเขาเป็นอะไรไปก็เป็นห่วงแต่บุตรชายตัวน้อยของตน มารดาจ้าวเว่ยเสียชีวิตไปตั้งแต่บุตรชายของตนอายุได้แค่ห้าเดือนเศษ เพราะไม่ได้กินนม และไม่ได้ทานอาหารครบถ้วนนักจึงทำให้ค่อนข้างจะตัวเล็กกว่าเด็กในวัยเดียวกัน </p><p class="indent-a">“_”</p><p class="indent-a">อลิสทำเพียงนิ่งฟังเพื่อประเมินชายตรงหน้า จ้าวหลงน่าจะอายุประมาณ22-23 ปีน่าจะได้ รูปร่างหน้าตาดี ร่างกายกำยำจากการทำงานหนัก สีผิวเข้มจากการทำงานตากแดด รวมแล้วถือว่าเป็นผู้ชายที่ดูดีคนนึงเลยทีเดียว เท่าที่ดูเหมือนก่อนหน้าที่จะได้รับบาดเจ็บเขาคนดูดีกว่านี้ไม่น้อย </p><p class="indent-a">เมื่อเห็นอีกฝ่ายแค่นิ่งฟังไม่ได้พูดอะไร จ้าวหลงจึงเอ่ยถาม </p><p class="indent-a">“เจ้าอายุเท่าไหร่?” เพราะเท่าที่ดูแม่นางน้อยตรงหน้าน่าจะไม่พ้อวัยปักปิ่นเลยด้วยซ้ำ ไม่แคล้วคงเป็นครอบครัวเขาไปซื้อเจ้าสาวมาให้เขาเป็นแน่ </p><p class="indent-a">“14ปี” อลิสยังตอบกับไปเพียงสั้นๆเท่านั้น </p><p class="indent-a">เขาคิดไว้อยู่แล้วจึงไม่ได้แปลกใจอะไร ระหว่างที่ทั้งสองกำลังคุยกันอยู่นั้น เด็กน้อยในอ้อมแขนอลิสหรือลู่หลินชิงก็ร้องไห้จ้า คิดว่าน่าจะหิว </p><p class="indent-a">“แอ้…แง้ๆ” เจ้าตัวเล็กเริ่มจะโวยวาย</p><p class="indent-a">“เขาคงจะหิว ปกติท่านเอาอะไรให้เขากิน?” เป็นครั้งแรกที่ลู่หลินชิงเอ่ยพูดประโยคยาวๆกับสามีของตน </p><p class="indent-a">“รบกวนเจ้าทำน้ำต้มข้าวให้เขาได้หรือไม่ ที่บ้านใหญ่น่าจะให้ข้าวมาด้วยเล็กน้อยอยู่” จ้าวหลงเอ่ยกับภรรยาเด็กของตน เพราะตอนนี้เขาทำอะไรเองไม่ได้ คงแต่ฝากความหวังไว้กับภรรยาตัวน้อยของตน </p><p class="indent-a">“ท่านอุ้มเขาได้หรือไม่? ข้าจะไปหาอะไรให้เขากิน” ลู่หลินชิงเอ่ยถามสามีของตนที่คนพามาส่ง ให้เขากึ่งนั่งกึ่งนอนอยู่บนเตียงที่เต็มไปด้วยฝุ่น </p><p class="indent-a">ไม่รอให้จ้าวหลงตอบ ลู่หลินชิงก็วางจ้ายเว่ยไว้ข้างเขา เพราะเธอเองก็ยังไม่รู้เลยว่าจะทำอะไรให้ทั้งสองกิน และยังไม่รู้เลยว่าบ้านสามีให้อะไรมาบ้าง ส่วนบ้านเดิมของร่างนี้คงไม่ต้องถามว่าให้สินเดิมมาหรือไม่ เพราะแค่เขาให้เสื้อผ้าติดตัวมาก็ดีมากแล้ว</p><p class="indent-a">เมื่อวางเด็กน้อยลงลู่หลินชิงก็เดินออกไปตรงตรวจดูของที่บ้านสามีให้มา </p><p class="indent-a">ลู่หลินชิงเปิดหีบที่บ้านสามีให้มาก็ได้แต่ถอดถอนหายใจเพราะ มีข้าวกับแป้งอยู่อย่างล่ะไม่น่าจะเกินยี่สิบชั่งเท่านั้นเอง และมีของแห้งมาด้วยอีกแค่นิดหน่อยเท่านั้นเอง หากให้กินอิ่มท้องทั้งสามคนทุกมื้ออาหารพวกนี้ถึงอยู่ได้ไม่เกินอาทิตย์แน่ๆ นี่ไม่เท่ากับส่งพวกเขาสองพ่อลูกไปตายหรอกหรือ ดูท่าสามีหมาดๆของตนก็คงตกอยู่ในสภาวะจำยอมไม่ต่างจากตน </p><hr/>
2
ลู่หลินชิงไม่รู้ว่าจะทำอาหารอะไรกับของตรงหน้าดีจึงหลับตาลงนึกคิดแต่ก็ต้องทำให้เธอแปลกใจเพราะเธอได้เข้ามาอยู่ในอพาร์ตเมนต์ของตนที่เป็นที่สุดท้ายที่ตนปฏิบัติภารกิจ ด้วยความตกใจลู่หลินชิงจึงลืมตาขึ้น ‘เอ๊ะ!… หรือว่าเราจะคิดไปเอง?’
จากนั้นลู่หลินชิงจึงหลับตาแล้วลองดูอีกครั้ง ซึ่งมันได้ผล ตอนนี้นางเข้ามาอยู่ในอพาร์ตเมนต์หรูสองห้องนอนขนาดใหญ่ที่มีอุปกรณ์ครบครัน ไม่รอช้าลู่หลินชิงรีบเดินสำรวจของต่างๆว่ายังอยู่ครอบหรือไม่ ก็พบว่าของทุกอย่างของเธอยังอยู่ครบ ลู่หลินชิงคิดว่าหากนางมีมิติและเข้ามาได้ ก็น่าจะเอาของออกไปได้ นางจึงลองเอามีดพกที่นางใช้พกติดตัวตลอดเวลาตอนที่ทำงานเป็นสายรับออกมาจากมิติ
“เอาออกมาได้จริงๆด้วย” ลู่หลินชิงพูดกับตัวเอง
“เก็บเข้ามิติ” พอลู่หลินชิงพูดจบมีดในมือก็หายไปทำทันที
“อันดับแรกต้องหาของกินให้เด็กน้อยก่อนสินะ แล้วค่อยสำรวจต่อแล้วกันว่ามิติสามารถทำอะไรได้บ้าง” คิดได้ดังนั้นลู่ชิงหลินจึงกลับเข้าไปในมิติเพื่อทำอาหารให้สองพ่อลูกกันก่อน ค่อยคิดว่าจะทำยังไงต่อไป ไม่นานลู่หลินชิงก็กลับออกมาจากมิติพร้อมข้าวต้มสองถ้วย
ลู่หลินชิงยกข้าวต้มเข้าไปในห้องนอนของจ้าวหลง เมื่อเด็กน้อยเห็นลู่หลินชิงเดินเข้ามาก็ยกมือขึ้นอยากให้อุ้ม เพราะเด็กคนนี้น่าจะไม่ค่อยได้รับการเอาใจใส่มากนักจากบ้านเดิมของสามี พอลู่หลินชิงอุ้มเขาตอนที่ต้องเดินมาที่บ้านหลังนี้ จึงทำให้เด็กน้อยชอบความรู้สึกที่ถูกคนอุ้มก็เป็นได้
“อยากให้อุ้มหรือ? รอเดี๋ยวนะ” ลู่หลินชิงเอ่ยกับเด็กน้อยที่จ้องมาที่ตนไม่วางตา
ลู่หลินชิงเดินเอาข้าวต้มไปวางที่เตียงที่จ้างหลงนั่งอยู่
“ท่านทานเองได้หรือไม่?” ลู่หลินชิงเอ่ยถามจ้างหลง
“ข้าทานเองได้ ขอบใจเจ้ามากชิงเอ๋อ” จ้าวหลงคิดว่าไหนยังไงก็ต้องอยู่ด้วยกัน และเด็กสาวก็ไม่ได้สแดงท่าทีรักเกียจตนแต่อย่างใด จึงคิดว่าสนิทกับไว้น่าจะดี
“งั้นข้าจะไปป้อนข้าวจ้าวเว่ยก่อน เขาคงหิวมากแล้ว” ลู่หลินชิงเดินไปอุ้มจ้าวเว่ยเพื่อที่จะป้อนข้าวให้กับเขา
“เจ้าไม่ทานด้วยกันหรือ?”จ้าวหลงเอ่ยถามเพราะไม่เห็นชามข้าวของลู่หลินชิง
“ของข้าอยู่ในครัว ป้อนข้าวเขาเสร็จค่อยจะออกไปทาน” เอ่ยแค่นั้นลู่หลินชิงก็ลงมือป้อนข้าวเด็กน้อยที่นั่งอยู่บนตัก ทั้งสองดูเหมือนเป็นพี่น้องที่อายุห่างกันมากกว่า แม่เลี้ยงกับลูกเลี้ยงด้วยซ้ำ เพราะตอนนี้ลู่หลินชิงเองก็ผอมมากเหมือนกัน
หลังจาป้อนข้าวเด็กน้อยเสร็จ ลู่หลินชิงก็เก็บถ้วยจานของสองพ่อลูกออกไป ก่อนออกไปก็ไม่ลืมจะบอกให้สามีของตนดูจ้าวเว่ยเพราะตนจะต้องจัดของต่างๆเข้าที่และยังต้องจัดที่นอนสำหรับคืนนี้ด้วย
“ท่านดูเขาด้วยแล้วกันนะ ข้าต้องจัดของและทำความสะอาดนิดหน่อยจะได้มีที่นอนสำหรับคืนนี้” พูดจบก็เดินออกไปโดยไม่รอให้อีกฝ่ายตอบกลับมา
เมื่อเดินมาจากห้องและปิดประตูให้สองพ่อลูกนั้นแล้ว ลู่หลินชินก็หายเข้าไปในมิติของตนเพื่อสำรวจเพิ่มอีกสักหน่อย
เมื่อเข้ามานางก็เอาถ้วมชามที่สองพ่อลูกทานเสร็จแล้วเข้าเครื่องล้างจานแล้วลองเปิดดู ‘ดี!… อย่างน้อยต่อไปชีวิตก็คงจะง่ายขึ้นไปอีกอย่าง’ ตอนนี้ลู่หลินชิงเองก็เริ่มหิวจึงตักข้าวต้มที่เหลืออยู่ในหม้อมานั่งทานที่โต๊ะอาหาร พร้อมทั้งเดินไปเปิดดูว่าในตู้เย็นของตนมีอะไรบ้าง
ในตู้เย็นยังเต็มไปด้วยของกินที่เธอตุนไว้ก่อนที่จะออกไปปฏิบัติภารกิจ เห็นดังนั้นลู่หลินชิงจึงหยิบน้ำเปล่าออกมาหนึ่งขวด แล้วกลับไปนั่งกินข้าวต้มต่อ
เมื่อทานข้าวเสร็จลู่หลินชิงก็เปิดน้ำขึ้นดื่ม ความรู้สึกแรกที่ลู่หลินชิงกลืนน้ำลงไปคือเย็นตั้งแต่ลำคอลงไปจนถึงท้อง อารมณ์คล้ายกับดื่มเหล้าเพรียวๆอะไรประมาณนั้น แต่อันนี้จะรู้สึกเย็นๆ
ลู่หลินชิงรู้สึกตกใจจนต้องยกขวดน้ำขึ้นมาดูว่ามีอะไรอยู่ในน้ำหรือเปล่า แต่ก็ไม่พบอะไรอยู่ในน้ำแถมก็ยังเป็นน้ำขวดใหม่ที่เพิ่งเปิด
‘แปลกจัง!’ เมื่อเห็นว่าร่างกายไม่ได้มีอาการเหมือนถูกวางยาแต่อย่างใด ลู่หลินชิงจึงลองดื่มน้ำเข้าไปอีกความรู้สึกก็ยังเป็นเช่นเดิมแถมยังรู้สึกว่าตนสดชื่นขึ้นมากกว่าครั้งแรกอีกด้วย
ลู่หลินชิงจึงดื่มน้ำจนอิ่มเพื่อดูปฏิกิริยาของร่ายกาย ก็พบว่าตอนนี้ร่ายการของเธอไม่ได้เหนื่อยอ่อนเหมือนก่อนหน้านี้ แถมยังรู้สึกเหมือนว่ามีกำลังมากขึ้นอีกด้วย
“หรือว่านี้จะเป็นน้ำวิเศษ” ลู่หลินชิงพูดกับตัวเองเบาๆ หากเป็นเช่นนั้นจริงๆนางก็คงสามารถรักษาขาของสามีได้น่ะสิ เพราะหากนางจะจากไปสองพ่อลูกก็คงต้องตายอย่างแน่นอน อย่างน้อยหากเธอจะไปก็คงต้องรักษาเขาให้หายซะก่อนเพราะอย่างน้อยเขาสองพ่อลูกก็จะได้ดูแลกันได้
“งั้นก็คงต้องรักษาทั้งพ่อทั้งลูกเพราะดูเหมือนเจ้าตัวเล็กก็ขาดสารอาหารไม่น้อย รอก่อนแม่จะขุนให้เป็นหมูเลย” ลู่หลินชิงเอ่ยขึ้นเมื่อนึกถึงหน้าเด็กน้อย หากว่าอ้วนกว่านี้เขาก็คงน่ารักน่าชังไม่น้อย ลู่หลินชิงหรืออลิส ในชาติก่อนอายุสามสิบห้าแล้วแต่ก็ยังไม่ได้แต่งงานหรือมีแฟนเพราะงานของตนค่อนข้างเสี่ยง เธอจึงเลือกที่จะใช้ชีวิตโสดเรื่อยมา ตัดมาตอนนี้อายุสิบสี่มีทั้งสามีทั้งลูกน้อยฟลูแพ็คเก็จกันเลยทีเดียว
พอสำรวจแล้วว่าทุกอย่างยังอยู่คบและยังใช้งานได้ ลู่หลินชิงก็ออกมาเพื่อจัดการกับงานด้านนอกเพื่อไม่ให้คนเป็นสามีสงสัย
3
ลู่หลินชิงเอาอุปกรณ์ทำความสะอาดต่างๆออกมา เริ่มทำความสะอาดจากห้องที่อยู่ด้านข้างกับห้องของจ้าวหลง เพราะห้องนี้คงจะต้องใช้เป็นห้องนอนของเธอ ต่อมาก็ทำความสะอาดห้องโถง แล้วก็ห้องครัว หลังจากจัดของทุกอย่างเข้าที่แล้ว นางจึงเปิดประตูห้องที่จ้าวหลงกับจ้าวเว่ยอยู่ก็พบว่าจ้าวเว่ยนั้นนอนหลับไปแล้ว
“เดี๋ยวข้าจะเอาเขาไปนอนห้องข้างๆ แล้วเดี๋ยวจะพยุงท่านไปนั่งที่ห้องโถงจะได้ทำความสะอาดห้องนี้” ลู่หลินชิงพูดพลางเดินมาอุ้มเอาเจ้าตัวน้อยที่กำลังหลับสนิทในอ้อมแขนบิดา
เมื่อพาจ้าวเว่ยไปนอนที่ห้องของตนเองเสร็จ ก็เดินกลับมาที่ห้องของจ้าวหลง
“ขอข้าดูขาท่านได้หรือไม่? จะได้ดูว่าเวลาขยับท่าน ข้าต้องระวังตรงไหนบ้าง” ลู่หลินชิงเดินมาหยุดอยู่ข้างเตียงรออีกฝ่ายอนุญาต
จ้าวหลงเปิดขาของตนที่บาดแผลยังไม่หายสนิทดีให้กับลู่หลินชิงได้ดู เพราะกลัวว่าอีกฝ่ายจะรังเกียจจึงรีบปิดลง อันที่จริงแผลที่หัวเข่าด้านซ้ายของจ้าวหลงไม่ถือว่าร้ายแรงมากนักจากโลกที่อลิสจากมา เพียงแต่ที่นี่การรักษาอาจจะยังไม่ได้ก้าวหน้านัก จึงอาจจะทำให้แผลติดเชื้อจนถึงขึ้นเดินไม่ได้หรือเสียชีวิต
“ให้ข้าพยุงท่านออกไปที่ห้องโถงก่อน จะได้ทำแผลให้ท่านใหม่ แล้วค่อยจะเข้ามาทำความสะอาดห้องให้” ลู่หลินชิงเอ่ยพลางพยุงสามีขึ้นมา หลังจากที่ดื่มน้ำขวดนั้นไปลู่หลินชิงก็มีกำลังขึ้นมามาก การพยุงจ้าวหลงที่ตัวใหญ่กว่าตนมากก็ไม่ได้เป็นปัญหาอะไร
“รอข้าเดี๋ยว ข้าจะไปเอาอุปกรณ์ทำแผลและเอาน้ำมาให้ดื่ม” ลู่หลินชิงเอ่ยกับจ้าวหลง แล้วเดินเข้ามาในห้องของตนเพื่อเข้าในมิติ ในมิติของลู่หลินชิงนั้นมีอุปกรณ์ทำแผลต่างๆอย่างครบครัน จากนั้นนางจึงหยิบน้ำออกมาด้วยหนึ่งขวด
“เพื่อไม่ให้เป็นที่สงสัยมากเกินไปก็คงต้องเจือจางในน้ำธรรมดาที่นี่สักหน่อยก่อนค่อยให้เขาดื่ม” ลู่หลินชิงพึมพำกับตนเอง
หลังจากเอาของทุกอย่างออกมาแล้ว ลู่หลินชิงก็เริ่มทำแผลให้กับจ้าวหลงทันที
ซึ่งจ้าวหลงก็มองทุกการกระทำของภรรยาเด็กของตน และอุปกรณ์ทำแผลหน้าตาแปลกๆนี้ แต่เขาก็ไม่ได้พูดอะไรออกไป เพราะเพิ่งเจอกันไม่กี่ชั่วโมงที่ผ่านมาทั้งเขาและนางก็ยังไม่ต่างจากคนแปลกหน้า แต่นางก็พยายามช่วยเขา แถมยังไม่รังเกียจบุตรชายของเขาอาจด้วย
“เสร็จแล้วล่ะ เดี๋ยวข้าไปเอาน้ำมาให้แล้วค่อยจะเข้าไปทำความสะอาดห้องให้” ลู่หลินชิงเอ่ยพรางเก็บอุปกรณ์ทำแผลต่างๆเข้ากล่อง
ไม่นานนางก็กลับมากับแก้วน้ำในมือที่นางผสมน้ำจากในมิติของตน ที่นางชิมแล้วและมันไม่ได้รู้สึกมากเหมือนตอนที่นางดื่มในมิติ มันแค่ทำให้รู้สึกสดชื่นก็เท่านั้น แต่ลู่หลินชิงเชื่อว่าวันจะต้องช่วยรักษาขาของเขาได้แน่
“น้ำเจ้าค่ะ” ลู่หลินชิงยืนน้ำให้กับจ้าวหลง
“ขอบใจ เจ้าเรียกข้าว่าพี่หลงก็แล้วกัน ถึงยังไงเราก็แต่งงานกันแล้ว” จ้าวหลงเอ่ยกับภรรยาเด็กของตน เพราะตอนนี้ชีวิตของตนและบุตรชายขึ้นอยู่กับกับนางแล้ว สำหรับตัวเขาไม่เท่าไหร่หรอก เป็นห่วงก็แต่บุตรชาย หากเขาตายจากไปไม่รู้ว่าเด็กหญิงคนนี้จะดูแลจ้าวเว่ยของเขาหรือไม่ หากเขาทำดีกับนางให้มากๆพยายามช่วยเหลือตัวเองให้ได้มากที่สุด ไม่แน่ว่านางอาจจะใจดีกับบุตรชายบองตนมากขึ้น ความคิดในหัวจ้าวหลงตีกันวุ่น รู้ตัวอีกทีลู่หลินชิงก็ไม่ได้อยู่ตรงนี้แล้ว ไม่รู้นางเดินจากไปตอนไหน
ลู่หลินชิงเข้าไปทำความสะอาดห้องนอนของจ้าวหลง เมื่อเสร็จแล้วจึงออกมาถามว่าเขาจะให้เธอปูเตียงให้เลยหรือไม่? เพราะนางไม่กล้าเปิดหีบที่ขนมาจากบ้านเดิมของเขาโดยพละการ
“ข้าทำความสะอาดเสร็จแล้วจะให้ข้าปูเตียงให้เลยหรือไม่?” ลู่หลินชิงเดินออกมาถามจ้าวหลง
“ผ้าปูเตียงน่าจะอยู่ในหีบนั้น”จ้าวหลงชี้ไปที่หีบใบนึงที่มุมห้อง
ลู่หลินชิงเดินไปเปิดหีบใบนั้น ก็พบกับกระดาษอยู่สองสามแผ่นอยู่ด้านบนของหีบ ลู่หลินชิงหยิบขึ้นมาอ่าน อันที่จริงแล้วเดิมเด็กสาวเจ้าของร่างนี้ไม่สามารถอ่านออกเขียนได้ แต่อลิสที่ต้องปลอมตัวบ่อยๆภาษาจีนจึงเป็นหนึ่งภาษาที่นางสามารถใช้ได้ดี กระดาษใบแรกเป็นหนังสือตัดขาดของบ้านสามี ที่ตัดขาดทั้งลูกและหลานไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันอีก ส่วนใบที่สองเป็นเอกสารยืนยันตัวตนของสามี และส่วนใบสุดท้ายนี่ที่ทำให้อลิสหรือลู่หลินชิงในตอนนี้เข้าใจว่าทำไม เด็กสาวเจ้าของร่างเดิมจึงจากไป เพราะหลังจากที่อลิสได้เห็นกระดาษใบนี้ก็ทำให้ความทรงจำต่างๆของเด็กสาวคนนี้หลั่งไหลเข้ามาจนเธอปวดหัว
“โอ้ย!!!!” ลู่หลินชิงรู้สึกเจ็บจี๊ดที่หัวอย่างกับมีอะไรมาทิ่มแทง
“เจ้าเป็นอะไรหรือไม่?” จ้าวหลงได้ยินภรรยาเด็กร้องเสียงดังเหมือนเจ็บปวดจากอะไรสักอย่างจึงเอ่ยถาม
“ไม่มีอะไรแค่ปวดหัดนิดหน่อยเท่านั้นเอง” ลู่หลินชิงตะโกนออกมาจากในห้องนอนของจ้าวหลง