โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เรื่องสั้น

คุณชายเล็กเปลี่ยนไป (จบแล้ว)

นิยาย Dek-D

อัพเดต 13 พ.ค. 2568 เวลา 11.59 น. • เผยแพร่ 08 ก.ย 2567 เวลา 03.21 น. • ปลาบินได้
คุณชายเล็กที่อ่อนแอโดนครอบครัวทิ้งไว้ในบ้านท้ายสวน คืนหนึ่งถูกคุณชายใหญ่ที่เมายาลากออกจากบ้านแล้วผลักตกบ่อน้ำ พวกแม่บ้านมาดูเพราะคิดว่าตายแล้ว แต่คุณชายเล็กปีนขึ้นมา จากนั้นคุณชายเล็กก็ไม่เหมือนเดิม

ข้อมูลเบื้องต้น

พวกคนสวนและแม่บ้านพูดกันว่าที่บ้านท้ายสวนมีผี กลางดึกยามเงียบสงัดก็มักจะได้ยินเสียงสวดมนต์ท่องคาถาประหลาดดังมากับสายลม คุณชายเล็กที่ถูกครอบครัวทอดทิ้งอยู่ที่นั่น แม้จะไม่ได้เข้ามายุ่งเกี่ยวกับคนในครอบครัววแต่สมาชิกของครอบครัวบางคนก็มักจะแวะเวียนไปหา…

…หาเรื่อง

คุณชายใหญ่ที่มักจะกินเหล้าเมายาชอบทุบตีทำร้ายคุณชายเล็กประจำ แล้วสิ่งเลวร้ายที่สุดก็เกิดขึ้น คุณชายใหญ่โยนคุณชายเล็กที่ว่ายน้ำไม่เป็นตกลงไปในบ่อของบ้านท้ายสวน

พวกแม่บ้านคิดว่าคุณชายเล็กอาจจะจมน้ำตายไปแล้วแต่พวกเขากลับเห็นคุณชายเล็กปืนขึ้นจากบ่อยืนนิ่งทมึนทึง แล้วจากนั้นคุณชายเล็กก็ไม่เหมือนเดิมอีก กลายเป็นว่าคุณชายใหญ่และคนอื่น ๆ ในบ้านกำลังถูกแก้แค้น

เรื่องที่ชวนสยองขนลุกที่สุดคือคุณชายเล็กมักจะพูดคนเดียว

"ระบบซินเดอเรลล่าแก้แค้นเหรอ?"

"ใคร? ใครเป็นซินเดอเรลล่า"

"ฉันเหรอ?"

"แต่ฉันเป็นผู้ชายนะโว้ย?!"

เรื่องมันเกิดในคืนนั้น

เรื่องมันเกิดขึ้นเมื่ออาทิตย์ก่อน คุณชายใหญ่กลับมาที่บ้านราวห้าทุ่มครึ่งด้วยอาการเมาคล้ายใช้สารเสพติด คืนนั้นมีงานการกุศล ทั้งคุณผู้หญิงของบ้าน คุณท่าน คุณชายรองและคุณชายสามต่างก็อยู่ในงานเลี้ยง ยกเว้นคุณชายเล็กที่ถูกขังไว้ในบ้านท้ายสวน คุณชายใหญ่ควรจะกลับเข้าห้องนอนตัวเองแต่เพราะความมึนเมาและความโกรธทำให้เดินไปยังบ้านท้ายสวนหลังนั้น

มีข่าวลือในกลุ่มแม่บ้านและคนใช้ว่ามีผีอยู่ที่บ้านท้ายสวน บ้างก็เล่าถึงเสียงสวดมนต์คาถาประหลาด บ้างก็บอกว่าเห็นผีในบ่อน้ำ ผีในต้นไม้และในบ้านที่หน้าตาแตกต่างกันไป พวกแม่บ้านไม่ชอบคุณชายเล็กเช่นเดียวกับที่คุณหญิง คุณท่านและคุณชายรองไม่ชอบ คุณชายสามไม่ได้แสดงท่าทีว่ารังเกียจแต่ก็ไม่ค่อยสนใจนักเพราะคุณชายสามกลัวผี

คุณชายใหญ่ตรงกันข้ามกับคุณชายสาม เขาไม่กลัวผีและดูจะกล้าหาญที่สุดในการเผชิญหน้ากับคุณชายเล็กในขณะที่คนอื่นไม่อยากเข้าใกล้ แต่สิ่งที่คุณชายใหญ่เป็นเรียกว่าชั่วช้าสารเลว เขาโง่และทำธุรกิจไม่ได้เรื่อง ติดยา ติดเหล้า ใช้เงินฟุ่มเฟือยจนคุณท่านเหลืออด ทุกครั้งที่เมายา คุณชายใหญ่จะไปยังบ้านท้ายสวน ใช้กำลังทำร้ายคุณชายเล็กจนเลือดตกยางออก หลายคนได้ยินเสียงแต่ก็ไม่มีใครอยากยุ่ง แม้แต่คุณท่านกับคุณผู้หญิงยังเมินเฉย ในเมื่อเจ้านายไม่สน คนใช้จึงแสร้งหลับหูหลับตาทำเป็นไม่เห็นไม่ได้ยิน คืนนั้นคุณชายใหญ่ลากคุณชายเล็กออกจากบ้าน มีเสียงของหนักตกน้ำจากนั้นก็เป็นเสียงคุณชายใหญ่พูด

“ตายห่าไปซะไอ้เวร”

ทั้งคนสวน แม่บ้านและคนทำความสะอาดวิ่งไปยังบ้านท้ายสวนหลังเห็นคุณชายใหญ่กลับไปนอนที่ห้องแล้ว บรรยากาศเงียบสงัด ต้นไม้พัดโบกโยกโอนเอียงพร้อมกับสายลมเย็นยะเยือกทำพวกแม่บ้านเดินกุมมือกัน พวกเขาทั้งกลัว ทั้งกังวลแต่ก็อยากรู้ คนสวนที่แอบมองเหตุการณ์บอกว่าเห็นคุณชายใหญ่โยนคุณชายเล็กลงไปในบ่อ

“ป้า…” เสียงคนใช้ที่อายุน้อยสุดเรียก มือที่จับกุมมือเพื่อนคนใช้ด้วยกันกระตุก เริ่มก้าวเท้าสั้นลงอีก “ป้าอย่าไปเลย ไม่มีอะไรหรอก”

“ถ้าคุณชายเล็กจมน้ำจะทำยังไง” หญิงชราที่มีอายุมากสุดพูด เธอเองก็ไม่ได้อยากไปนักหรอก เสียงสวดมนต์ท่องคาถาแปลก ๆ ทำหลายคนเชื่อว่าคุณชายเล็กกำลังทำคุณไสยใส่คนในบ้าน “ก็ไอ้ชาติมันเห็นกับตาว่าคุณชายใหญ่โยนคุณชายเล็กลงไปในสระ ถ้าตกไปจริงก็ต้องไปดู”

“ตายแล้วมั้งป้า” สาวใช้คนเดิมพูด “ไม่มีเสียงร้องให้ช่วยเลย คุณชายเล็กว่ายน้ำไม่เป็นไม่ใช่เหรอ จมไปแล้วมั้ง”

“ปากมึงนี่นะอีมะลิ”

ยังไม่ทันหันมาตีปากพล่อย ๆ ของมะลิ สาวใช้อีกคนก็สะดุ้งตาเหลือก คนสวนที่ชื่อชาติยืนแข็งทื่อด้วย ป้าแม่บ้านผู้มีอาวุโสที่สุดหันมอง

เงาของใครบางคนปีนขึ้นมาบนสะพานไม้ริมสระ มะลิมือสั่น มีเสียงนกร้องและเสียงลมพัดดังหวีดหวิว เงานั้นค่อย ๆ ยืนตัวเต็มความสูง มีเสียงหยดน้ำดังเปราะแประกระทบสะพาน แม้จะมองจากระยะไกลก็ยังสังเกตเห็นร่างนั้นเปียกชุ่ม ทั้งหมดยืนนิ่ง กลั้นหายใจราวกับว่าถ้าไม่หายใจอีกฝ่ายคงมองไม่เห็น

เงาตรงสะพานหันขวับ ป้าแม่บ้านสะดุ้งเช่นเดียวกับคนอื่น ๆ ยังไม่มีใครขยับ เล็บแหลมของมะลิจิกบนผิวหนังตรงข้อมือของคนที่จับอยู่ คนสวนที่ชื่อชาติถอยหลังหนึ่งก้าว วินาทีที่เหยียบใบไม้แห้ง เงาตรงสะพานก็วิ่งตรงเข้ามาอย่างเร็ว

“กรี๊ดดดดดดดด” ทุกคนหนีกระเจิดกระเจิงแม้แต่คนสวนมาดแมนก็กรี๊ดด้วย คนที่ยืนเปียกชะงักหยุด ไม่มีใครอยู่แล้วทั้งที่เขาแค่จะถามว่า

“ที่นี่ที่ไหน”

ชายหนุ่มเสยผมขึ้น แม้จะดื่มน้ำจนเต็มท้องแต่ก็จำได้ว่าตัวเองว่ายน้ำในสระส่วนตัวของโรงแรมก่อนขาจะเป็นตะคริวแล้วจมลงไป วินาทีที่คิดว่าใกล้ตายแล้วก็เกิดหายจากอาการตะคริวขึ้นมาก่อนถีบตัวว่ายขึ้นเหนือน้ำ

แต่สถานที่หลังโผล่จากขอบสระชวนให้งุนงงนิดหน่อย เขาหาบันไดไม่เจอแต่ดันเจอสะพานไม้ที่ทั้งผุและเก่า พอปีนขึ้นเหยียบบนสะพานก็เห็นบ้านหลังหนึ่งดูทรุดโทรมชวนสยดสยองมาก รอบ ๆ บ้านมีแต่ต้นไม้ บ่อน้ำและบรรยากาศชวนขนลุก ครั้นมองเห็นคนก็ดีใจจึงรีบวิ่งไปหาตั้งใจจะถามว่าที่นี่ที่ไหน แต่คนพวกนั้นกลับกรีดร้องทำเขาร้องด้วย ได้ยินผู้หญิงชราที่วิ่งช้าสุดพูดว่า “ผี! ผีหลอก” เขาก็รีบหันขวับกลับไปด้านหลัง

ตอนแรกเขาคิดว่าด้านหลังมีผี แต่เมื่อไม่เห็นผีก็หันกลับมามองด้านหน้าใหม่ ตัวอักษรบางอย่างลอยกลางอากาศทำเขาผงะหงายหลังล้ม

[คุณคือผู้โชคดีที่ได้เกิดใหม่ครับ]

เขาขมวดคิ้ว

[ผมชื่อก๊อด หรือจะเรียกว่าพระเจ้าก็ได้ ยินดีต้อนรับคุณเข้าสู่ระบบ ซินเดอเรลล่าแก้แค้น]

“ห๊ะ?!”

ไรท์: เดาสิว่าระบบเรื่องนี้จะมีชะตาชีวิตเหมือนเรื่องอื่นไหม 555+

ซินเดอเรลล่าในนิทานยังไม่น่าสงสารเท่านี้

บนโลกนี้มีความลึกลับมหัศจรรย์ที่หาคำตอบไม่ได้หลายเรื่อง และหนึ่งในเรื่องราวมากมายพวกนั้นก็มีเรื่องของชายหนุ่มที่กำลังนั่งตัวเปียกอยู่บนสนามหญ้าของบ้านไทยโบราณตอนนี้อยู่ด้วย

เมื่อหนึ่งชั่วโมงก่อนเขากำลังคุยงานกับนักธุรกิจระดับโลก หลังจากตกลงทำสัญญาหลายหมื่นล้านสำเร็จก็ผ่อนคลายด้วยการว่ายน้ำในสระส่วนตัวของโรงแรมแห่งหนึ่ง

ชายหนุ่มผู้มีใบหน้าหล่อเหลาและประสบความสำเร็จคนนั้นควรโผล่ขึ้นมาเหนือน้ำ จิบไวน์ราคาแพงที่ริมสระและเตรียมตัวสำหรับดินเนอร์ซึ่งอยู่ในตารางงานต่อไป แต่กลายเป็นว่าเกิดเรื่องราวไม่คาดฝันเล็กน้อย ขาข้างหนึ่งของเขาเป็นตะคริว ตอนแรกเขาก็ยังพยุงตัวให้ลอยเหนือน้ำได้ แต่ยังไม่ทันอ้าปากเรียกเลขาที่อยู่ด้านนอกตัวเขากลับจมลงใต้น้ำอย่างไม่มีสาเหตุ

เขารู้สึกว่าสระลึกกว่าที่คิด แสงสว่างด้านบนค่อย ๆ ริบหรี่ลง อุณหภูมิของน้ำที่โอบล้อมตัวเขาเย็นราวกับกำลังจมสู่ก้นทะเลสาบ ตอนที่เขาคิดว่าคงใกล้ตายแล้ว อาการตะคริวก็หายเป็นปลิดทิ้ง เขาตะเกียกตะกายว่ายขึ้นมา ทว่าเหนือผิวน้ำมืดสนิท หลังหันมองรอบ ๆ ก็รู้ตัวว่าไม่ได้อยู่ที่โรงแรมอีกแล้ว รอบ ๆ สระมีแต่เงาของต้นไม้สูงใหญ่ ด้านหนึ่งของสระมีบ้านไม้หลังเล็กที่ดูเก่าแก่และทรุดโทรม ที่เชื่อมต่อระหว่างบ้านไม้กับบ่อน้ำคือสะพานไม้ซึ่งเขาไม่รู้ว่ามันยังใช้งานได้หรือเปล่า

แม้จะงุนงงแต่เขาก็เลือกจะปีนขึ้นไปบนสะพานไม้ กลิ่นน้ำจากบ่อต่างกับน้ำในสระของโรงแรมที่ดูสะอาดกว่ากันมาก เขาก้มมองตัวเองที่สวมเสื้อขายาว กางเกงขายาวแทนที่จะเป็นกางเกงขาสั้นสำหรับว่ายน้ำแค่ตัวเดียวก่อนหน้านี้

เขาควรจะได้รับคำตอบจากเรื่องที่สงสัยจากปากกลุ่มคนที่กำลังยืนมองเขาอยู่ แต่คนพวกนั้นกลับวิ่งนี้ไปแล้ว สิ่งเดียวที่พยายามอธิบายให้เขาฟังคือเสียงในหัวและภาพประกอบซึ่งกำลังลอยหลอกหลอนกลางอากาศด้านหน้า

[คุณตายแล้ว…]

[และตอนนี้คุณก็เกิดใหม่แล้วพร้อมระบบอัจฉริยะที่จะทำให้คุณใช้ชีวิตต่างจากคนอื่น…]

สมองของคนฟังยังหยุดอยู่ตรงคำว่าเกิดใหม่ เขาไม่ค่อยเข้าใจนัก เดิมทีการเกิดมักอยู่ในร่างของเด็กทารก มีใครเกิดใหม่ในร่างผู้ใหญ่ที่โตเต็มตัวแบบนี้บ้าง เสียงในหัวพล่ามต่อ

[เพื่อให้เกิดความคุ้นเคยกับชีวิตใหม่ ผมจะใส่ความทรงจำของคุณชายเล็กเข้าไปในสมองคุณ]

คนฟังส่ายหัว…

แต่เสียงนั้นไม่ได้รอให้เจ้าของอนุมัติ ภาพเหตุการณ์แสนเศร้า รันทดและเจ็บปวดถาโถมราวกับคลื่นสึนามิที่ซัดชายฝั่งทำเอาคนเพิ่งเกิดใหม่หมดสติ

[กำลังทำการจัดระบบความทรงจำของชาติก่อนและชาตินี้]

[อัปเกรดความทรงจำชาตินี้เรียบร้อย]

[เปิดระบบซินเดอเรลล่าแก้แค้น เซตภารกิจตั้งแต่ระดับง่ายไปยาก]

[ระบบซินเดอเรลล่าแก้แค้นเข้ากันได้ดีกับผู้ใช้คนใหม่]

[ทำการเปิดใช้งาน]

[กำลังทำการปลุกผู้ใช้]

[ปลุกผู้ใช้สำเร็จ]

มีเสียงพูดของคนหลายคนห่างจากจุดที่เขานอนสลบอยู่เล็กน้อย เป็นเสียงอู้อี้น่ารำคาญคล้ายเสียงยุงที่บินวนเวียนรอบ ๆ หู เมื่อผสมกับเสียงระบบในหัวที่พล่ามเรื่องเกิดใหม่ ชาติก่อน ชาตินี้เข้าไปอีกคนที่หลับอยู่ยิ่งปวดประสาท คุณชายเล็กปรือตามองภาพด้านหน้า ผู้หญิงคนแรกที่เขาเห็นคือสาวใช้ที่ชื่อมะลิ คนที่แก่กว่ามะลิเป็นหัวหน้าแม่บ้านที่มีอายุมากกว่าเขาสองรอบชื่อ ป้าแช่ม เมื่อคืนเขายังไม่รู้จักใครแต่เช้านี้กลับรู้จักทั้งหมด ตอนที่นึกสงสัยเรื่องนั้นเขาก็ขมวดคิ้ว

“คุณชายเล็กจริงด้วย ยังไม่ตายแหละป้า”

“บ่อน้ำลึกขนาดนั้น ว่ายน้ำไม่เป็นแล้วปีนขึ้นมาได้ไง”

“ไอ้ชาติมึงเบา ๆ หน่อย” ป้าแช่มหันไปด่าลุงชาติซึ่งเขาก็เผอิญจำได้อีกว่าเป็นคนสวน “ไม่ต้องพูดแล้ว รีบไปเร็ว กลับไปทำงาน ใกล้เวลาตั้งโต๊ะอาหารเช้าแล้ว”

“แล้วคุณชายเล็กล่ะ” มะลิถาม ยังยืนมองคนที่นอนอยู่

“ก็ปล่อยไว้อย่างนั้นแหละ เดี๋ยวก็กลับไปบ้านท้ายสวนเอง ไม่มีใครสนใจหรอก”

“แล้วจะบอกคุณชายใหญ่ไหม…” ถามยังไม่ทันจบประโยค ป้าแช่มก็รีบวิ่งมาตีแขน

“มึงเงียบ ๆ ไปเลยอีมะลิ พวกเราไม่รู้ไม่เห็นอะไรทั้งนั้น อยากเจอฤทธิ์คุณชายใหญ่เหรอ”

คุณชายเล็กที่นอนในท่าคว่ำหน้ากับพื้นหญ้าอยู่นานพลิกตัว ทุกคนกรีดร้อง ตอนที่หงายหน้าขึ้นมองท้องฟ้าก็ไม่มีคนใช้หรือคนสวนอยู่ตรงนั้นแล้ว คุณชายเล็กกะพริบตาหลายครั้ง ภาพตัวหนังสือที่ลอยกลางอากาศยังลอยอยู่โดดเด่น

[ภารกิจที่ 1: มีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง]

เขายกมือขึ้นสัมผัสตัวหนังสือพวกนั้น สิ่งที่คว้าได้มีแค่ความว่างเปล่า คุณชายเล็กปวดหัว ภาพความทรงจำเกี่ยวกับคนใช้ผุดขึ้นมาราวกับการเอียงคอทำให้ปริมาณความทรงจำที่มีมากจนล้นกระฉอกหก

‘อาหารคุณชายเล็กไม่ต้องดีนักหรอก อีมะลิมึงเอานี่ไป’ ภาพป้าแช่มหยิบชามบนโต๊ะออกแล้วเดินไปเอาชามใหม่ที่วางในอ่างล้างจานขึ้นมา เศษอาหารที่คนบ้านใหญ่กินแล้วและคนใช้กินต่อจนเหลือถูกนำขึ้นสำรับเพื่อจัดส่งไปให้คนที่อยู่บ้านท้ายสวน ขอบหน้าต่างที่บดบังภาพบางส่วนในความทรงจำทำให้คาดเดาได้ว่าคุณชายเล็กคนนี้คงแอบมองผ่านหน้าต่างเข้าไป

‘แต่ป้า!’ มะลิแย้ง ‘เมื่อกี้ฉันคายพริกใส่ลงไปด้วยนะ’

‘เออน่า มึงจะคายพริกหรือน้ำลายลงไป คุณชายเล็กก็แดกได้หมดนั่นแหละ’ พูดเสร็จก็ถุยน้ำลายลงไปซ้ำราวกับว่าเศษอาหารนั้นยังทุเรศไม่พอ

มะลิยกมือปิดปาก ป้าแช่มยืนเท้าเอวเลิกคิ้วขึ้น ’มึงจะทำไม’

คุณชายเล็กผู้กลับชาติมาเกิดคิดว่ามะลิคงไม่เห็นด้วยกับพฤติกรรมชั่วร้ายของป้าแช่มนักแต่กลายเป็นว่าคนที่ยืนเอามือปิดปากเลื่อนมือออกแล้วยิ้ม

‘น่าเกลียดอ่ะป้า สงสารคุณชายเล็ก’

‘น่าเกลียดแต่ยิ้มเหมือนสนุกนะมึง อ่ะเอาไป ข้าวเย็นตั้งแต่เมื่อวาน หมาจรที่คุณชายรองเก็บมาเลี้ยงมันไม่กินแล้ว’

‘แต่ป้า ถ้าคุณท่านกับคุณผู้หญิงรู้…’

‘ก็จะยิ่งชอบใจน่ะสิ ดีซะอีก คุณผู้หญิงมักบ่นว่าเลี้ยงเสียข้าวสุก นี่กูก็ช่วยประหยัดค่าใช้จ่าย’

คุณชายเล็กในความทรงจำวิ่งออกมาจากหน้าต่างตรงห้องครัว มะลิเอาอาหารมาให้เขาที่บ้านท้ายสวน หลังวางถาดใส่อาหารตรงประตูด้านหน้าก็รีบวิ่งหนีไปเพราะกลัวคุณไสยของคนในบ้านจะเข้าตัว

คุณชายเล็กที่กำลังมองภาพความทรงจำนี้ภาวนาขอให้คุณชายเล็กคนนั้นไม่กินอาหาร แต่เขารับรู้ได้ว่าอีกฝ่ายกำลังหิว แม่บ้านไม่ได้ส่งข้าวให้เขาทุกมื้อ บางวันก็ไม่มีอาหารมาส่งเลย ที่เลวร้ายสุดคือไม่ได้กินข้าวมาสามวันติดและนั่นก็คืออาหารมื้อแรกของวันที่สี่

คุณชายเล็กกินข้าว กินทั้งหมดแม้จะเป็นของสกปรก เป็นเศษอาหารที่คนใช้กินเหลือและป้าแช่มถุยน้ำลายใส่แต่คุณชายเล็กก็กินจนหมดจาน

เจ้าของร่างใหม่ก้มหน้าอ้วกบนพื้นหญ้า ภาพความทรงจำพวกนั้นหายไปอัตโนมัติ มือข้างหนึ่งของเขากุมหน้าท้องตัวเอง อาหารที่ไม่สะอาดพวกนั้นอยู่ในท้องเขาตอนนี้ ภาพที่เขาเห็นเป็นอาหารมื้อแรกและมื้อเดียวของเมื่อวานก่อนโดนจับโยนตกลงไปในบ่อ

คุณชายเล็กผู้มายังร่างใหม่อ้วกอีกครั้ง เขาส่ายหัว จับดึงผมตัวเองอย่างรับไม่ได้

“ไม่! ไม่เอาร่างนี้ ต้องไม่ใช่ร่างนี้”

[ภารกิจที่ 1: มีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง]

“มันจะไปแข็งแรงได้ไงถ้าต้องกินข้าวหมา!”

[ของรางวัลเมื่อทำภารกิจสำเร็จ] เสียงนั้นเหมือนไม่ได้ฟังสิ่งที่เขาแย้ง [โทรศัพท์มือถือสมาร์ตโฟนรุ่นใหม่พร้อมเน็ตห้าจีความเร็วสูงสุดตลอดชีวิต]

“ก็แค่มือถือ”

นี่ไม่ใช่ของรางวัลที่น่าสนใจเลย ชาติที่แล้วเขามีเงินมากเสียจนจะซื้อมือถือกี่เครื่องก็ได้ ไม่ต้องพูดถึงอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงสุดบ้าบออะไรนั่น

[แต่นี่ไม่ใช่ปี พ.ศ. 2567 นะครับ] เสียงในหัวแย้งราวกับได้ยินเสียงความคิด

คุณชายเล็กขมวดคิ้ว

[ผมยังไม่ได้บอกเหรอ นี่คือปี พ.ศ. 2529 หรือ ค.ศ. 1986 คุณเกิดใหม่ในยุคที่ยังไม่มีเทคโนโลยีอย่างสมาร์ตโฟน ที่จริงปีนี้ประเทศไทยเพิ่งจะมีการให้บริการโทรศัพท์มือถือระบบอนาล็อกเองนะครับ]

ไรท์: คุณชายเล็กคงอยากจะตอบระบบว่า ขอบคุณนะที่บอก 555+

ฉันมาทำอะไรที่นี่

คุณชายเล็กผู้เกิดใหม่นั่งอึ้ง

เขารู้สึกว่าการประมวลผลของสมองชะงักค้างครู่หนึ่งก่อนจะเริ่มส่งข้อมูลรอบใหม่ เขาคนเก่าตายไปแล้ว เกิดใหม่อีกครั้งในร่างของผู้ชายโตเต็มวัย ไม่ใช่เด็กทารก แถมไอ้ผู้ชายโตเต็มวัยคนนี้ยังเป็นคุณชายเล็กที่โดนครอบครัวรังแกแม้แต่คนใช้ยังเอาข้าวหมาที่ถุยน้ำลายใส่มาให้กิน

แต่ความบัดซบสถุลยังไม่จบแค่นั้น เขายังเกิดในยุคที่ไม่มีเทคโนโลยีย้อนกลับไปเกือบสี่สิบปีก่อน แต่เขามีระบบในหัว… นั่นจะเรียกว่าเป็นเรื่องที่ดีได้หรือเปล่า

[ดีแน่นอนครับ] ระบบรีบตอบ

เขาไม่ค่อยมั่นใจเลย ถ้าทำภารกิจแรกสำเร็จเขาจะได้อะไรนะ?

[สมาร์ตโฟนรุ่นใหม่ล่าสุด]

แต่ปีนี้ประเทศไทยเพิ่มจะมีระบบแอนะล็อก?

[ครับ]

“แล้วจะเอาสมาร์ตโฟนมาใช้ทำมะเขืออะไร?!” คุณชายเล็กตวาดเสียงดัง เขาอยากตายอีกรอบ เขาสมควรตายอีกรอบเพื่อให้วิญญาณลอยกลับไปยังร่างเดิมที่สมบูรณ์แบบคนนั้น เวลานี้เขาควรจะนั่งในภัตตาคารหรู มีช่วงเวลาดินเนอร์ที่เหมาะสมกับฐานะความร่ำรวยของตัวเอง แล้วเขามาทำอะไรที่นี่?

คุณชายเล็กหันมองบ้านท้ายสวนที่ทั้งเล็ก ซอมซ่อ ทรุดโทรม จะเรียกว่าบ้านยังรู้สึกว่าหรูเกินไปด้วยซ้ำ รอบ ๆ บ้านเป็นทุ่งหญ้ารก ถัดจากทุ่งหญ้าเป็นต้นไม้ใหญ่สูงทอดเงาถมึงทึงราวกับต้องการปลูกเพื่อปกปิดสถานที่ตั้งของบ้านหลังนี้ เขาเดาว่าถ้ามองจากบ้านหลังใหญ่ด้านนอกคงไม่มีใครมองเห็นบ้านท้ายสวน

[เอ่อ… สมาร์ตโฟน] เสียงในหัวพูดวกกลับมาเรื่องเดิม คุณชายเล็กกัดฟัน พยายามข่มอารมณ์ไว้ [พร้อมเน็ตห้าจี…]

“จะไปเอาเน็ตห้าจีจากที่ไหนในเมื่อประเทศไทยเพิ่มมีระบบแอนะล็อก”

[เน็ตห้าจีจากระบบครับ]

“ระบบแอนะล็อกน่ะเหรอ?”

[ระบบซินเดอเรลล่าแก้แค้น]

สาบานเลยว่าเขาเกลียดชื่อระบบปัญญาอ่อนนี่ที่สุด แต่วินาทีที่คิดจะด่าเสียงในหัว เขาก็ขมวดคิ้ว

“แกเหรอ”

[ผมชื่อก็อดครับ]

“แกสามารถปล่อยสัญญาห้าจีได้?” เขาจะไม่เรียกไอ้ระบบบ้านี่ด้วยสรรพนามที่สุภาพแน่หลังจากรู้ว่ามันให้เขามาเกิดในร่างของคนที่เพิ่งกินข้าวหมา คุณชายเล็กยังพยายามข่มอารมณ์เพื่อฟังเสียงในหัวพูด

[ผมทำได้มากกว่านั้นอีกครับ ถ้าคุณทำภารกิจสำเร็จเรื่อย ๆ คุณก็จะได้รู้]

“การเกิดใหม่นี่มันยังไง?” เขาถามต่อ “เหมือนเล่นเกมเหรอ แกให้ภารกิจส่วนฉันก็ทำตามคำสั่ง”

[จะคิดแบบนั้นก็ได้]

“ฉันเป็นซินเดอเรลล่า ส่วนแกคือพระเจ้า?”

[เริ่มเข้าใจแล้วใช่ไหมครับ]

ริมฝีปากคุณชายเล็กกระตุกยิ้ม บางทีอาจเป็นเพราะอาหารหมาหรือน้ำลายปอบของป้าแช่มที่กินลงไปทำไม่สบอารมณ์ คนระดับเขา คนที่เป็นเจ้าของธุรกิจหลายหมื่นล้านอย่างเขาเป็นซินเดอเรลล่า แล้วไอ้ระบบบัดซบที่พาเขาย้อนเวลามาเกิดในยุคดึกดำบรรพ์นี่คือพระเจ้า?

[ขอเพียงแค่เชื่อฟังผม ผมจะพาคุณไปสู่ความยิ่งใหญ่]

“ความยิ่งใหญ่?” หากมองในระยะประชิดคงจะสังเกตเห็นเส้นเลือดสีเขียวปูดนูนตรงขมับคุณชายเล็กได้ไม่ยาก “ฉันมีความยิ่งใหญ่อยู่แล้ว แกต่างหากที่พาฉันออกมาจากความยิ่งใหญ่”

[ผมจะพาคุณกลับไปสู่ความยิ่งใหญ่อีกครั้ง]

“งั้นก็พาฉันกลับไปร่างเดิมสิ”

ระหว่างที่กำลังเถียงกับระบบในหัว มะลิที่แอบย่องกลับมาทางบ้านท้ายสวนก็ลอบมองหลังต้นไม้ ภาพคุณชายเล็กในสายตาของคนรับใช้ที่เห็นเหมือนจะยิ่งดูหลอนมากขึ้น เธอมักจะได้ยินเสียงคุณชายเล็กบ่อย ๆ แต่ไม่ใช่การพูดคนเดียวทว่าเป็นเสียงสวดมนต์ท่องคาถา นี่กลางวันแสก ๆ กล้านั่งพูดคนเดียวกลางสนามหญ้าถือว่าประหลาดขึ้นกว่าเดิมอีกมาก

“ฉันไม่ใช่ซินเดอเรลล่า ถ้าฉันเป็นซินเดอเรลล่า แกก็เป็นคนแคระ”

“บ้าไปแล้วจริง ๆ” เสียงลุงชาติที่ย่องมายืนด้านหลังทำมะลิสะดุ้ง เธอเกือบหลุดแหกปากสบถคำหยาบแต่ยกมือปิดปากตัวเองไว้ก่อน

“โธ่ลุง มาไม่ให้สุ้มให้เสียง”

“เอ็งว่าคุณชายเล็กคุยกับใครวะ” ลุงชาติไม่ได้สนใจสีหน้ามะลิ “ผีเหรอ งั้นที่เขาว่ากันว่าคุณชายเล็กเลี้ยงผีก็เรื่องจริงเหรอ”

“เห็นแบบนี้ฉันว่าคงเรื่องจริงแล้วแหละลุง แล้วนี่ต้องเอาข้าวไปให้มันกินที่บ้านท้ายสวนอีก ฉันไม่อยากไปเลยอ่ะ”

“ไม่อยากไปเอ็งก็ไม่ต้องไป ไม่มีใครสนใจหรอกว่าคุณชายเล็กจะได้กินข้าวหรือเปล่า”

“แต่ป้าแช่มชอบสั่งให้ไป” มะลิหันมองด้านหลัง กลัวว่าป้าแช่มที่ตนกำลังนินทาอยู่จะแอบย่องมาฟังแบบลุงชาติ

“ยายแช่มมันก็แค่อยากเสือกเรื่องคุณชายเล็กมันถึงให้เอ็งไป เอ็งก็แกล้ง ๆ แต่งเรื่องไปเล่าให้ฟังอย่างที่ยายแช่มอยากฟังก็พอแล้ว ส่วนข้าวก็เอาไปเททิ้ง”

เมื่อได้รับคำแนะนำจากผู้ที่มีประสบการณ์มากกว่า มะลิก็เลิกคิ้วขึ้น

“จริงด้วย ทำไมฉันถึงคิดไม่ได้”

“อยากให้ลุงช่วยอะไรก็บอก” ลุงชาติจับไหล่มะลิบีบอย่างมีนัยแอบแฝง แต่มะลิรีบปัดมือออกก่อนจะหันหน้าเอียงอาย

“ลุงอย่า เดี๋ยวป้าแช่มมาเห็น”

“ถ้ายายแช่มมันทำตัวน่ารักให้ได้สักครึ่งหนึ่งของมะลิก็ดีสิ เดี๋ยวนี้ทั้งปากร้าย ทำหน้ายักษ์ แยกเขี้ยว คืนนี้มะลิจะมาที่เดิมของเรา…”

“ลุง คุณชายเล็กกลับไปแล้ว”

คนที่นั่งคุยคนเดียวบนสนามหญ้าเมื่อครู่ลุกขึ้นเดินไปทางบ้านท้ายสวน แม้จะกลัวผีแต่มะลิกับลุงชาติก็ยังย่องตามไปอีกหน่อย

“ตามมาเหรอ ไอ้คนสวนกับชู้ของมัน” คำพูดของคุณชายเล็กทำสองคนด้านหลังชะงักเท้า “คงคิดว่ากูไม่เห็น ถ้าพวกมันยังเอาข้าวหมา เอาเศษอาหารเหลือทิ้งหรือถุยน้ำลายมาให้กูกินอีกละก็… คืนนี้เอ็งเตรียมตัวไว้ ไอ้ก็อดลูกพ่อ พ่อจะเสกหนังควายเข้าท้องพวกมัน”

ไรท์: คุณชายเล็ก 555+ จากพระเจ้าก็อดกลายเป็นไอ้ก็อดลูกพ่อไปแล้ว 5555+

อ่านต่อนิยายเรื่องนี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...