โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ส่องห้องทำงานรูปไข่ ตกแต่งใหม่ตามสไตล์ทรัมป์

มติชนสุดสัปดาห์

อัพเดต 27 ม.ค. 2568 เวลา 02.35 น. • เผยแพร่ 27 ม.ค. 2568 เวลา 02.35 น.
President Donald Trump signs an executive order withdrawing the U.S. from the World Health Organization in the Oval Office of the White House, Monday, Jan. 20, 2025, in Washington. (AP Photo/Evan Vucci)

บทความต่างประเทศ

ส่องห้องทำงานรูปไข่

ตกแต่งใหม่ตามสไตล์ทรัมป์

ห้องทำงานรูปไข่ของประธานาธิบดีสหรัฐในทำเนียบขาว กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ถือเป็นหนึ่งในห้องทำงานที่โด่งดัง เป็นที่รู้จักมากที่สุดในโลก เพราะถูกใช้ตั้งแต่การต้อนรับผู้นำประเทศในการเยือนทำเนียบขาว ไปจนถึงการประกาศครั้งสำคัญของรัฐบาล

แต่ห้องทำงานรูปไข่ของประธานาธิบดีสหรัฐนั้นจะถูกปรับแต่งตามความต้องการของประธานาธิบดีคนนั้นๆ

ในฐานะที่นายโดนัลด์ ทรัมป์ สาบานตนรับตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐในวันที่ 20 มกราคมที่ผ่านมา จึงเป็นโอกาสดีที่เราจะมาเจาะลึกห้องทำงานรูปไข่ของทรัมป์ว่าจะมีความแตกต่างไปจากห้องทำงานรูปไข่ในสมัยการดำรงตำแหน่งของอดีตประธานาธิบดีโจ ไบเดน อย่างไร

การตกแต่งห้องทำงานรูปไข่ของทำเนียบขาวจะถูกวางแผนไว้ล่วงหน้านานหลายเดือนก่อนว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐคนใหม่จะสาบานตนรับตำแหน่ง

แต่การตกแต่งห้องทำงานรูปไข่ตามความต้องการของผู้นำสหรัฐคนใหม่จะเกิดขึ้นในวันสาบานตนรับตำแหน่ง ซึ่งจะเริ่มขนย้ายข้าวของส่วนตัวของประธานาธิบดีคนก่อนทันทีที่ประธานาธิบดีที่กำลังพ้นจากตำแหน่งเดินทางออกจากทำเนียบขาวไปเป็นสักขีพยานในพิธีสาบานตนรับตำแหน่งของว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐ และจะต้องเสร็จสิ้นก่อนที่ประธานาธิบดีคนใหม่จะเดินทางมาถึงทำเนียบขาว

ทำให้ทีมเจ้าหน้าที่ขนย้ายมีเวลาตกแต่งห้องทำงานรูปไข่เพียงไม่กี่ชั่วโมง

เมื่อทรัมป์ลงนามคำสั่งฝ่ายบริหารที่ห้องทำงานรูปไข่หลังเสร็จสิ้นพิธีรับตำแหน่งที่อาคารรัฐสภา นักข่าวต่างประเทศได้สังเกตความเปลี่ยนแปลงของห้องทำงานรูปไข่ของทรัมป์ ว่าปุ่มกดเรียกให้เจ้าหน้าที่นำ Diet Coke เครื่องดื่มสุดโปรดของทรัมป์มาเสิร์ฟ ได้ถูกนำกลับมาติดตั้งบนโต๊ะทำงานของทรัมป์อีกครั้งเหมือนตอนที่ทรัมป์ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐในสมัยแรก

เช่นเดียวกับพรมของห้องทำงานรูปไข่ถูกเปลี่ยนจากพรมสีน้ำเงินเข้มในสมัยของไบเดน กลับมาเป็นพรมสีครีมอีกครั้ง

มีการนำรูปปั้นครึ่งตัวของนายโรเบิร์ต เอฟ. เคนเนดี้ อดีตนักการเมืองและน้องชายของอดีตประธานาธิบดีจอห์น เอฟ. เคนเนดี้ ออก แต่รูปปั้นครึ่งตัวของนายมาร์ติน ลูเธอร์ คิง จูเนียร์ นักเคลื่อนไหวด้านสิทธิพลเมืองชาวอเมริกันยังคงตั้งอยู่ในห้องทำงานต่อไป รวมถึงไม่เปลี่ยนสีของผ้าม่านสีทองในสมัยของประธานาธิบดีไบเดนและทรัมป์ในสมัยแรก

นอกจากนั้น ทรัมป์ยังนำภาพเหมือนของอดีตประธานาธิบดีแอนดรูว์ แจ็กสัน กลับมาติดบนผนังห้องทำงานรูปไข่ เช่นเดียวกับนำแจกันที่ติดรูปของอดีตประธานาธิบดีแจ็กสันวางอยู่บนชั้นตู้หนังสือ ซึ่งทรัมป์เคยกล่าวชื่นชอบอดีตประธานาธิบดีแจ็กสันอยู่บ่อยครั้ง

ส่วนผนังข้างโต๊ะทำงานมีการติดตั้งภาพเหมือนของอดีตประธานาธิบดีอับราฮัม ลินคอล์น และมีการติดภาพเหมือนของอดีตประธานาธิบดีจอร์จ วอชิงตัน ไว้เหนือเตาผิง แทนที่ภาพเหมือนของอดีตประธานาธิบดีแฟรงกลิน ดี. โรสเวลต์

ทรัมป์ยังนำรูปปั้นครึ่งตัวของอดีตนายกรัฐมนตรีวินสตัน เชอร์ชิลล์ ของอังกฤษ กลับมาตั้งในห้องทำงานอีกครั้งหลังถูกนำออกไปในสมัยของอดีตประธานาธิบดีไบเดน ส่วนทรัมป์ได้นำรูปปั้นครึ่งตัวของเซซาร์ ชาเวซ ผู้นำแรงงานของสหรัฐออกจากห้องทำงานหลังถูกนำมาตั้งในสมัยของไบเดน ห้องทำงานของทรัมป์ยังมีโต๊ะที่จัดวางภาพถ่ายครอบครัวของทรัมป์ รวมถึงภาพถ่ายพ่อแม่ของทรัมป์ในกรอบรูปสีทอง และมีเหรียญกล้าหาญของรัฐ-หน่วยงานต่างๆ มาจัดแสดงในห้อง

ทั้งหมดนี้คือหนึ่งในความเปลี่ยนแปลงหลักของห้องทำงานรูปไข่ที่จะเป็นห้องทำงานของประธานาธิบดีทรัมป์ไปอีก 4 ปีนับจากนี้

จากนี้ก็คงต้องจับตาดูต่อไปว่าสหรัฐภายใต้การนำของทรัมป์จะส่งผลต่อภูมิภาคและต่อโลกอย่างไร

https://twitter.com/matichonweekly/status/1552197630306177024

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ส่องห้องทำงานรูปไข่ ตกแต่งใหม่ตามสไตล์ทรัมป์

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichonweekly.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...