โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

ตำรวจไซเบอร์จับมือกระทรวงความมั่นคงจีน หารือลุยปราบแก๊งคอลเซ็นเตอร์เมืองเมียวดี

สยามนิวส์

เผยแพร่ 27 ม.ค. 2568 เวลา 10.49 น. • สยามนิวส์
ตำรวจไซเบอร์จับมือกระทรวงความมั่นคงจีน หารือลุยปราบแก๊งคอลเซ็นเตอร์เมืองเมียวดี

วันที่ 27 ม.ค.68 ที่ห้องสาทร ชั้น 2 อาคารเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ เมืองทองธานี บช.สอท. พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ ผบช.สอท. พร้อมผู้บังคับบัญชาระดับสูงของ บช.สอท. ได้ร่วมให้การต้อนรับ Mr.Liu Zhongyi รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงความมั่นคงสาธารณะ สาธารณรัฐประชาชนจีน พร้อมคณะผู้บริหารรวม 15 นาย เพื่อเข้าหารือและประสานความร่วมมือกับ บช.สอท. ในการจัดการปัญหาแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ในพื้นที่เมืองเมียวดี ประเทศเมียนมาร์

หลังการประชุมหารือ ทางกระทรวงความมั่นคงของจีนมีความยินดีร่วมมือกับตำรวจไทยเพื่อแก้ไขปัญหาในประเทศเพื่อนบ้าน โดยทางการจีนได้เสนอข้อตกลงร่วมกันจำนวน 6 หัวข้อ ได้แก่

1. ปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์ในเมียวดี โดยส่งมอบข้อมูลนายทุนแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ซึ่งเกี่ยวข้องกับการค้ามนุษย์ และขอความร่วมมือให้ไทยจับกุมหัวหน้าแก๊งที่อยู่ในประเทศไทยโดยเร็ว

2. ติดตามคดีหวังซิง โดยขอให้จับกุมผู้ต้องหาในขบวนการที่เหลืออีกกว่า 20 ราย และส่งตัวกลับไปดำเนินคดีที่จีน พร้อมขอบคุณตำรวจไทยที่ให้ความร่วมมือ

3. ช่วยเหลือผู้ถูกกักตัวในเมียนมา ขอให้ บช.สอท. ใช้การสืบสวนทางเทคนิคเพื่อพิสูจน์ทราบผู้ถูกกักตัวในพื้นที่ 3 จังหวัดของเมียนมา และกดดันให้มีการปล่อยตัวโดยเร็ว พร้อมชื่นชมมาตรการไทยที่ตัดไฟฟ้าในพื้นที่เมียวดี

4. ปิดช่องทางลำเลียงคนและสินค้า เพื่อป้องกันกลุ่มคนร้ายจากการใช้ช่องทางในการกระทำผิดและลดพื้นที่และทรัพยากรที่กลุ่มคนร้ายสามารถใช้ได้

5. เพิ่มความร่วมมือในการบังคับใช้กฎหมาย โดยเตรียมจัดตั้งศูนย์ประสานงานป้องกันและปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์ โดยมีเจ้าหน้าที่สืบสวนจากทั้งสองฝ่ายทำงานร่วมกัน

6. เสริมประสิทธิภาพในการจับกุมคนร้ายในไทย แก้ปัญหาความกังวลของหลายประเทศเกี่ยวกับความปลอดภัยในไทย และยืนยันความร่วมมือในการสร้างความมั่นใจให้ประชาชน

ต่อมา ทาง บช.สอท. เอง ก็ได้เสนอข้อตกลงร่วมกันอีกจำนวน 4 ข้อ โดยสรุปได้ ดังนี้

1.จัดตั้งชุดทำงานร่วมกัน ระหว่าง บช.สอท. และกระทรวงความมั่นคงของจีน (MPS) พร้อมแลกเปลี่ยนรูปแบบพฤติกรรมการหลอกลวงของคนร้าย

2.ปราบปรามองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ โดยขอความร่วมมือจากจีนในการดำเนินการ โดยมุ่งเป้าที่กลุ่มบอสชาวจีนและผู้จัดการชาวไทยที่ทำงานร่วมกัน

3.ควบคุมการไหลออกของทรัพย์สิน โดยแก๊งคอลเซ็นเตอร์มักแปลงเงินเป็นคริปโตเคอเรนซี่และกลับมาเป็นสกุลเงินหลัก และขอให้ไทยและจีนแลกเปลี่ยนข้อมูลเพื่อป้องกันการไหลออกของเงินผู้เสียหาย

4.จัดประชุมแก้ไขปัญหาแก๊งคอลเซ็นเตอร์ โดยขอให้จีนเป็นผู้นำในการจัดประชุมระดับภูมิภาค โดยเชิญประเทศเมียนมา ลาว กัมพูชา และไทยเข้าร่วมเพื่อแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน

โดยบางส่วนในการหารือ พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ ผบช.สอท. ได้กล่าวว่า “ขอขอบคุณถึงข้อเสนอของทางฝ่ายจีน ตลอดจนการนำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับแก๊งคอลเซ็นเตอร์และวิดีโอที่เป็นประโยชน์อย่างยิ่ง ตำรวจไซเบอร์พร้อมดำเนินการตามข้อเสนอของจีนทั้ง 6 ข้อ ในทันที ขอยืนยันว่าเราพร้อมในการปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์ในประเทศไทยและเพื่อนบ้านอย่างจริงจังและจริงใจ โดยในเรื่องเกี่ยวกับการตัดสัญญาณ การตั้งศูนย์ช่วยเหลือ การตัดทรัพยากรทางตำรวจไซเบอร์จะนำเสนอกับหน่วยเหนือเพื่อดำเนินการปฏิบัติให้เกิดผลต่อไป”

Mr.Liu Zhongyi รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงความมั่นคงสาธารณะ สาธารณรัฐประชาชนจีนได้กล่าวว่า “ข้าพเจ้าเห็นว่า บช.สอท. เป็นหน่วยงานสำคัญ และเป็นหน่วยงานแรก ที่ข้าพเจ้ามาขอหารือด้วย แก๊งคอลเซ็นเตอร์ในเมียวดีได้ทำร้ายร่างกายคนจากหลายประเทศ ตอนนี้พบว่ามี 36 กลุ่มแก๊งคนจีนที่สำคัญ และมีผู้เกี่ยวข้องมากกว่า 1 แสนคน ปัจจุบันมีประชาชนชาวจีนถูกหลอกไปทำงานจำนวนมาก และถูกทำร้ายร่างกาย และเสียชีวิต คดีของหวังซิง ทำให้นักท่องเที่ยวมีคำถามกับความมั่นใจในความปลอดภัยของไทย ทำให้นักท่องเที่ยวที่เข้ามาไทยมีจำนวนลดลง และมีนักท่องเที่ยวต่างประเทศอีกจำนวนมากที่กังวล เกิดภาพลักษณ์เชิงลบต่อไทย ในการรับมือกับสถานการณ์ที่อยู่บริเวณชายแดนนั้น ทางเราทราบว่าไทยพยายามป้องกันปราบปราม ซึ่งหน่วยงานต่างๆ มีการลาดตระเวนกับกองทัพไทยในพื้นที่สำคัญด้วย”

ผมเห็นด้วยกับข้อเสนอท่านทั้ง 4 ข้อ ทำให้เรารู้ว่าทางไทยนั้นเข้าใจปัญหาอย่างลึกซึ้ง ซึ่งปัจจุบันทั่วโลกเกือบทุกประเทศ ได้รับผลกระทบจากคอลเซ็นเตอร์ไปแล้ว โดยมีสถิติว่าทั่วโลกมีความเสียหายจะเป็น 10 กว่าล้านล้าน ดอลล่าร์แล้ว”

วันนี้ท่าน ผบช.สอท. รวมถึงเจ้าหน้าที่ที่แนะนำข้อมูลให้เรา ทำให้ข้าพเจ้ารู้สึกว่าประเทศไทยมีพื้นฐานความรู้ที่สมบูรณ์มากในการประสานความร่วมมือ ซึ่ง บช.สอท. เป็นหน่วยงานที่มีศักยภาพมากในการป้องกันปราบปราม ข้าพเจ้าเชื่อว่าความร่วมมือจะประสบความสำเร็จอย่างแน่นอน ซึ่งข้าพเจ้าหวังว่าความร่วมมือระหว่างประเทศในการป้องกันปราบปรามจะเป็นจุดเริ่มต้นใหม่ที่สำคัญ โดยเริ่มต้นจากประเทศจีนและประเทศไทยก่อน และค่อยๆ ขยายไปประเทศเพื่อนบ้านและทั่วโลก” Mr.Liu Zhongyi กล่าว

ผู้สื่อข่าวสยามนิวส์ กทม. รายงาน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...