โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

Cold Plunging like Jennie Kim! การแช่น้ำเย็นจัด เพื่อบูสต์อารมณ์และร่างกายกิจกรรมที่หลายคนหลงรัก รวมทั้งเจนนี่ คิม

Mirror Thailand

อัพเดต 13 พ.ย. 2567 เวลา 05.57 น. • เผยแพร่ 13 พ.ย. 2567 เวลา 05.57 น.
ภาพไฮไลต์

“My clothes are pajamas, straight from the cold plunge” อีกหนึ่งท่อนที่คุ้นหูใครหลายคนจากเพลง Mantra ของ Jennie Kim ชวนให้เรานึกถึงไลฟ์สไตล์ของใครหลายคนโดยเฉพาะฝั่งตะวันตกที่เลือกจะดูแลตัวเองด้วย Cold Plunge หรือ ‘การแช่น้ำเย็นจัด’ เหมือนที่เจนนี่บอกเอาไว้ในเพลงว่าตอนกลางวันเธอจะสวมชุดพาจามาสบายๆ เพราะเพิ่งไปแช่น้ำเย็นมา นั่นก็เพื่อเตรียมร่างให้พร้อมสำหรับค่ำคืนอันสุดเหวี่ยงแบบสาวแอลเอชิคๆ

Cold Plunge มีอยู่มาเนิ่นนานแล้ว ถ้าย้อนไปก่อนหน้านั้นนักกีฬาจำนวนหนึ่งก็ใช้การแช่เนื้อเย็นจัดเพื่อฟื้นฟูกล้ามเนื้อ หรือในประเทศเขตหนาวอย่างฟินแลนด์หรือสวีเดน ก็มีวัฒนธรรมในการกระโดดลงไปในทะเลสาบหน้าหนาวเพื่อบูสต์สุขภาพตัวเอง หรือย้อนไปไกลที่สุดก็น่าจะเป็นสมัยกรีกโบราณ ที่บิดาแห่งการแพทย์อย่างฮิปโปเครติสบอกว่ามันช่วยส่งเสริมกำลังวังชาได้ดีนัก และมาถึงตอนนี้ Cold Plunging ก็กำลังเป็นที่นิยมขึ้นเรื่อยๆ สำหรับสายดูแลตัวเอง

ล่าสุดนี้ เจนนี่ คิม เองก็เพิ่งเปิดเผยกับ Vogue ว่า Cold Plunging คือนัมเบอร์วันในการช่วยพาเธอให้ก้าวผ่านความหนักหน่วงทางอารมณ์ได้ โดยเธอเริ่มแช่น้ำเย็นจัดครั้งแรกเมื่อสองสามปีก่อนตอนที่ต้องซ้อมหนักระหว่างทัวร์คอนเสิร์ต และเมื่อทำไปนานๆ เข้ามันก็กลายเป็นอีกหนึ่งวิธีฝึกจิตใจตัวเองสำหรับเธอเช่นกัน

“ระหว่างทำ Cold Plunge มันฝึกให้ฉันรู้จักยอมรับและอยู่กับความตึงเครียดในตัวเอง ช่วยฝึกให้ฉันก้าวผ่านความท้าทายไม่ว่าจะใช้ชีวิตส่วนตัวหรือในหน้าที่การงาน… และขณะที่ฉันรักการแช่น้ำเย็นมาก แต่ฉันก็ยังกลัวทุกครั้งที่ต้องก้าวขาลงไปค่ะ ดังนั้นการเอาชนะความกลัวและบังคับตัวเองให้ทำสิ่งนี้ได้ในทุกๆ วัน มันเลยเป็นแรงจูงใจให้ตัวฉันลุกขึ้นไปทำสิ่งต่างๆ และทำให้ฉันเชื่อว่าฉันทรหดกว่าที่ฉันคิดเสียอีก”

แน่นอนว่าการลงไปแช่ในน้ำเย็นจัดไม่ใช่เรื่องง่ายดายสำหรับทุกคน เพราะมันไม่ใช่น้ำเย็นในระดับชิลล์ๆ แต่มันคือุณหภูมิที่อาจทำให้หนาวไปถึงกระดูก โดยวิธีการนี้เป็นส่วนหนึ่งของการใช้ความเย็นบำบัดหรือ Cold Theraphy ซึ่ง Cold Plunge จะเป็นการแช่น้ำที่อุณหภูมิประมาณ 10-15 องศาเซลเซียส ประมาณ 4-20 นาที (และหากขยับไปที่ความเย็นอีกขั้นอย่าง Ice Bath หรือการแช่น้ำที่เต็มไปด้วยน้ำแข็ง จะอยู่ที่ประมาณ 0-4 องศาเซลเซียส) แต่ถึงมันจะทรมานไปบ้างสำหรับบางคน แต่เรื่องของผลดีต่อสุขภาพนั้นเป็นที่ยอมรับในวงกว้างทีเดียว

มีงานวิจัยหลายชิ้นที่ยืนยันว่าการทำ Cold Plunge ช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของโลหิต ทั้งยังมีส่วนฟื้นฟูสุขภาพหัวใจและหลอดเลือด ทั้งยังช่วยระบบเผาผลาญในร่างกายให้ทำงานดีขึ้น ช่วยลดอาการเจ็บปวดของกล้ามเนื้อ ไม่เพียงเท่านั้นยังมีงานวิจัยในปี 2022 ที่บอกว่าการแช่น้ำเย็นจัดช่วยลดอาการบวมอักเสบของกล้ามเนื้อ ลดความรู้สึกเจ็บปวดในร่างกาย และเร่งอัตราการฟื้นฟูกล้ามเนื้อ รวมถึงมีส่วนช่วยลดการดื้ออินซูลิน และฟื้นฟูระบบภูมิคุ้มกันให้ดีขึ้นด้วย

และเช่นเดียวกับที่เจนนี่ คิม บอก งานวิจัยในปี 2022 ก็ยืนยันว่าการแช่น้ำเย็นจัดสามารถช่วยเรื่องอารมณ์และจิตใจได้จริง โดยมีผลดีระยะยาวต่อสุขภาพจิต ทั้งลดระดับฮอร์โมนความเครียด คอร์ติซอล ทั้งยังมีส่วนช่วยลดภาวะวิตกกังวลและภาวะซึมเศร้าได้ด้วย

มีประโยชน์ขนาดนี้ แถมยังฮิตติดกระแสขนาดนี้ แต่อีกแง่หนึ่งก็มีข้อควรระวังเช่นกัน เพราะสำหรับบางคนที่พรวดพราดลงน้ำไปแบบฮาร์คคอร์อาจเจอกับภาวะช็อกจากการที่ร่างกายปรับตัวไม่ทัน โดยเฉพาะในคนที่มีปัญหาเรื่องหัวใจ หรือบางกรณีอาจเกิดการเป็นตะคริวได้ ดังนั้นในเบื้องต้นจึงควรศึกษาวิธีการให้ดีก่อน รวมถึงค่อยๆ ลงไปในน้ำทีละนิด ไม่ฝืนร่างกายจนเกินไป และไม่แช่ในนั้นนานเกินไป ไม่งั้นอาจกลายเป็นเรื่องไม่สนุกมากกว่าผลดีต่อสุขภาพว่าแต่ใครเคยลอง Cold Plunge กันมาบ้าง หรืออยากลองเพราะอะไร คอมเมนต์บอกกันได้นะ

อ้างอิง

https://www.youtube.com/watch?v=HZs1a6n0q7c

https://www.webmd.com/a-to-z-guides/cold-plunge

https://www.healthline.com/health/are-cold-plunges-good-for-you

อ่านบทความที่เกี่ยวข้อง

ตามบทความก่อนใครได้ที่
- Website : Mirror Thailand.com

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...