โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

“ท๊อป จิรายุส” ร่วมประชุม World Economic Forum 2025 ถกอนาคตการเงินโลกสู่รูปแบบสินทรัพย์ดิจิทัล

การเงินธนาคาร

อัพเดต 24 ม.ค. 2568 เวลา 17.35 น. • เผยแพร่ 24 ม.ค. 2568 เวลา 10.35 น.

ท๊อป จิรายุส ร่วมแสดงวิสัยทัศน์ด้านการเงินในการประชุมสภาเศรษฐกิจโลก ประจำปี 2568 (World Economic Forum 2025) ภายใต้หัวข้อ “การเปลี่ยนแปลงจากสินทรัพย์สู่สินทรัพย์ดิจิทัล” ร่วมกับผู้นำด้านการเงินจากหลากหลายหน่วยงานทั่วโลก

นายจิรายุส ทรัพย์ศรีโสภา ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บิทคับ แคปปิตอล กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด ผู้ให้บริการด้านสินทรัพย์ดิจิทัลและเทคโนโลยีบล็อกเชนในประเทศไทย ร่วมแสดงวิสัยทัศน์ด้านการเงินในการประชุมสภาเศรษฐกิจโลก ประจำปี 2568 (World Economic Forum 2025) ภายใต้หัวข้อ “การเปลี่ยนแปลงจากสินทรัพย์สู่สินทรัพย์ดิจิทัล” ร่วมกับผู้นำด้านการเงินจากหลากหลายหน่วยงานทั่วโลก เช่น

Ola Doudin ผู้ร่วมก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร BitOasis, Jeremy Allaire ผู้ร่วมก่อตั้ง, ประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Circle Internet Financial และ Marc Bayle de Jessé ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร CLS Bank International เมื่อวันที่ 23 มกราคม 2568 ตามเวลาประเทศไทย ณ เมืองดาวอส สมาพันธรัฐสวิส

นายจิรายุส กล่าวบนเวทีเสวนาว่า ประเทศไทยมีศักยภาพและความพร้อมในการเป็นผู้นำด้านสินทรัพย์ดิจิทัล เนื่องจากมีการส่งเสริมจากรัฐบาลและกฎระเบียบในการกำกับดูแลของ ก.ล.ต. ที่ชัดเจน ทำให้สามารถพัฒนานวัตกรรมได้อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการทำ “โทเคนอสังหาริมทรัพย์” ที่เปิดโอกาสให้ทุกคนสามารถลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ได้ถึงแม้จะไม่ได้มีทุนมาก

“จากเดิมที่ต้องซื้อทั้งห้องในราคา 10 ล้านบาท เมื่อเปลี่ยนเป็นโทเคนจะทำให้สามารถแบ่งสินทรัพย์นั้นออกเป็นหน่วยที่เล็กลงได้ อาจทำให้ราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 10 บาทต่อหน่วย โดยบิทคับ กรุ๊ป มีโปรเจกต์ที่ร่วมกันกับพาร์ทเนอร์ในไทยอยู่เช่นกัน และไม่ใช่เพียงสินทรัพย์ที่จับต้องได้เท่านั้น แต่โทเคนยังสามารถทำได้กับทั้งโทเคนคาร์บอนเครดิตและโทเคนค่าไฟฟ้า หรือที่เรียกว่า ‘Green Token’ ที่จะได้เห็นการเปิดตัวในปีนี้ และเชื่อว่าภายใน 2-3 ปี จะเห็นสินทรัพย์ที่ถูกทำเป็นโทเคนมากขึ้น ไม่ใช่แค่อสังหาริมทรัพย์”

นายจิรายุส กล่าวต่อว่า ความท้าทายสำคัญคือการสร้างมาตรฐานและกฎระเบียบร่วมกัน เช่น หน่วยงานกำกับดูแลในระดับภูมิภาคและระดับโลก เพื่อป้องกันการแสวงหาประโยชน์จากช่องว่างทางกฎหมายและทำให้สภาพคล่องสามารถไหลเวียนได้อย่างอิสระและปลอดภัย

รวมถึงการทำให้การใช้งานเทคโนโลยีเป็นเรื่องที่คนทั่วไปสามารถเข้าใจได้ง่ายและสามารถเข้าถึงได้มากขึ้น เช่น การยกเลิกคำศัพท์เฉพาะที่ยากต่อการเข้าใจ อย่าง Cryptographic hash function หรือ Private key และทำให้เทคโนโลยีเหล่านี้กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันโดยที่คนไม่ต้องรู้ว่ากำลังใช้งานอยู่ ซึ่งคิดว่าจะช่วยสร้างประโยชน์ได้อีกมาก

โดยสรุปแล้วในปี 2568 นี้ น่าจะได้เห็นการทำโทเคนอสังหาริมทรัพย์ รวมถึงโทเคนคาร์บอนเครดิตอย่างแพร่หลายในไทยมากขึ้น และโดยเฉพาะในสิงคโปร์และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ที่จะเป็นผู้นำในด้านนี้

สำหรับการประชุมในปีนี้ นายจิรายุส ได้รับเชิญให้เข้าร่วมเป็นปีที่ 4 และมีโอกาสได้นำเสนอวิสัยทัศน์ร่วมกับผู้นำจากทั่วโลกถึง 4 เวที ได้แก่

  • นวัตกรรมการเงินเพื่อการค้า (Innovative Trade Financing)
  • กรอบความตกลงเศรษฐกิจดิจิทัลอาเซียน (ASEAN DEFA)
  • การเปลี่ยนแปลงจากสินทรัพย์สู่สินทรัพย์ดิจิทัล (Assets: From Concrete to Ether)
  • ศูนย์กลางการปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่ 4 ในประเทศไทย (Centre for the Fourth Industrial Revolution in Thailand)

นอกจากนี้ บริษัท บิทคับ แคปปิตอล กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด ยังร่วมกับคณะรัฐบาลของนายกรัฐมนตรี นางสาวแพทองธาร ชินวัตร และบริษัทเอกชนชั้นนำ อาทิ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน), ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน), บริษัท เครือเจริญโภคภัณฑ์ จำกัด, บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน), ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน), บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน), บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน), สำนักงานส่งเสริมวัฒนธรรมสร้างสรรค์ (THACCA) และทีมงานมูลนิธิเชฟแคร์ส (CHEF CARES)

เพื่อจัดงาน “THAILAND RECEPTION” ต้อนรับผู้นำจากทั่วโลกผ่านการนำเสนออาหารไทยที่เป็น Soft Power ที่มีเอกลักษณ์และเป็นที่รู้จักไปทั่วโลก โดย บิทคับ แคปปิตอล กรุ๊ป ได้รับผิดชอบการออกแบบ Key visual และ Digital Content ต่างๆ ของงานให้ผสานทั้งความทันสมัย แต่ยังคงกลิ่นอายความเป็นไทยไว้อย่างชัดเจน

ทั้งนี้ การประชุม World Economic Forum 2025 เป็นการประชุมประจำปีที่รวมตัวผู้นำทั้งภาครัฐและภาคเอกชนชั้นนำของแต่ละประเทศจากทั่วโลก มาหารือแลกเปลี่ยนทิศทางเศรษฐกิจของโลกในแต่ละปี โดยในปีนี้จัดขึ้นระหว่างวันที่ 20-24 มกราคม 2568 ภายใต้หัวข้อ“Collaboration for the Intelligent Age” หรือ “การร่วมมือกันเพื่อเตรียมความพร้อมเข้าสู่ยุค AI” ซึ่งในปัจจุบันเทคโนโลยีมีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วและเข้ามามีบทบาทสำคัญอย่างมากในชีวิตและธุรกิจ

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...