โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ที่มีตาทิพย์ ต้องได้ฌานและ อภิญญาเท่านั้น

The Better

อัพเดต 20 พ.ย. 2567 เวลา 00.33 น. • เผยแพร่ 20 พ.ย. 2567 เวลา 00.31 น. • THE BETTER
โดย…สมาน สุดโต 

ขณะนี้ มีข่าวทาง สื่อมวลชนว่า มีสำนักสงฆ์แห่งหนึ่งสอน ให้คนสามารถมีตาทิพย์ได้

ตามคลิปที่นำเสนอทางงสื่อ เด็กที่ถูกผ้าปิดตาสามารถมองเห็นตัวอักษร ที่เขียนไว้ในแผ่นกระดาษอ่านได้ถูกต้อง และเด็กผู้หญิงใช้ผ้าปิดตาแล้วถีบจักรยานไปตามทางไม่ชนอะไรเลย

ทั้งหลายทั้งปวงที่แสดงมานี้ ทางสำนักสงฆ์เรียกว่าเป็นผู้มีทิพย์จักษุ

แต่ตามหลักทางพุทธศาสนา ผู้ที่มีทิพจักษุ หรือตาทิพย์ ต้องบำเพ็ญฌานแก่กล้า จนได้อภิญญา จึงจะมีตาทิพย์ มองเห็นไกลๆที่คนอื่นไม่เห็น

เรื่องที่เล่าต่อไปนี้นี้อ้างอิงจากพจนานุกรมพุทธศาสตร์ และตัดตอนคำบรรยาย ที่ยังไม่ได้ edit ของสมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์(ป.อ.ปยุตฺโต)

เรื่อง ฌาน ท่านอธิบายว่า คือการเพ่งอารมณ์ จนใจแน่วแน่เป็นอัปปนาสมาธิ(อัปปนา แปลว่าแน่วแน่)
ภาวะจิตสงบประณีต ซึ่งมีสมาธิเป็นองค์ธรรมหลัก ได้แก่
1 ปฐมฌาน มีองค์ 5 คือ วิตก(คือการตรึกตามธรรม) วิจาร (คือการประคับประคองจิตให้อยู่ในอารมณ์เดียว )ปิติ สุข เอกัคคตา( เอกัคคตา-คือความมีจิตแน่วแน่อยู่ในอารมณ์ อันเดียวได้แก่สมาธิ)
2 ทุติยฌาน มีองค์ 3 คือ ปิติ สุข เอกัคคตา (ตัดวิตก วิจาร ออก)
3 ตติยฌาน มีองค์ 2 คือสุข และอกัคคตา 4 จตุตถฌาน มีองค์ 2 คืออุเบกขา(ความมีอารมณ์เป็นกลาง) และเอกัคคตา

สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์( ป.อ. ปยุตฺโต) ได้อธิบายว่า เมื่อได้ฌาน ครบทั้ง 4 เราก็สามารถ ก้าวไปสู่ผลได้พิเศษจากสมถะ (ฌาน)ก็คือได้อภิญญา 5

อภิญญานั้นแปลว่าความรู้ที่ยอดยิ่ง โดยมากจะเป็นเรื่องของฤทธิ์เดชปาฏิหาริย์ ที่เป็นผลสำเร็จในด้านพลังจิตมี 5 อย่าง

1 อิทธิวิธิ แปลว่าแสดงฤทธิ์ได้ เช่น การเหาะ การแปลงตัวอะไรต่างๆเหล่านี้หรือเหาะไปในอากาศก็เป็นประเภทที่แสดงฤทธิ์ได้

2 ทิพพโสตะ แปลว่าหูทิพย์คือสามารถได้ยินเสียงที่ไกลๆ ที่หูธรรมดา ไม่สามารถจะได้ยินได้ ก็เรียกกัน เรียกกันง่ายๆว่าหูทิพย์คนก็เข้าใจ

3 เจโตปริยญาณแปลว่าญาณที่กำหนดใจคนอื่น สามารถรู้ใจคนอื่นได้ นี้ก็เป็นความรู้พิเศษ

4 ปุพเพนิวาสานุสติญาณ ญาณที่เป็นเหตุให้ระลึกชาติได้

5 ทิพพจักขุแปลว่าตาทิพย์

สามารถมองเห็นสิ่งที่อยู่ไกลๆ หรือสิ่งที่มีเครื่องปิดบังปกปิดขัดขวางไว้ก็มองเห็นทะลุ ปรุโปร่งไปหมดอันนี้เป็นความสามารถพิเศษทางจิต
เรื่องการเจริญสมถะ มีจุดหมายอยู่ที่การ ได้สมาธิ การทำจิตใจให้สงบ
ในทางพุทธศาสนานั้นสมถะมุ่งให้เป็นฐานแก่วิปัสสนาเป็นสำคัญ ไม่ได้มุ่งให้ได้ผลสำเร็จที่เป็นความสามารถทางพลังจิตเช่นได้อภิญญาอะไรต่างๆเหล่านี้

แต่อภิญญา 5 นี้มักเป็นที่ปรารถนาของคนจำนวนมาก ชอบตื่นเต้น แต่สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า มิได้ทรงถือเป็นเรื่องสำคัญ
ถ้าใครได้ก็ยกย่องในแง่ที่มีคุณสมบัติพิเศษอย่างหนึ่ง แต่ให้เข้าใจว่าก่อนพุทธกาลเขาก็ได้กันอยู่แล้ว

ความวิเศษของพระพุทธศาสนาไม่ได้อยู่ที่สิ่งเหล่านี้

สิ่งพิเศษที่พระพุทธเจ้าได้เพียรพยายามจนกระทั่งความเจริญนั้นอยู่ที่การนำเอาสมาถะมาใช้ เพราะฉะนั้นการได้อภิญญา 5 นี้ ไม่ใช่เป็นการวัดความสำเร็จ ในพระพุทธศาสนา
การได้อภิญญา 5 เช่นได้ฤทธิ์แล้วก็อาจจะทำให้เกิดความเสียหายได้ แปลว่ายังมีกิเลสอยู่นั่นเอง
ยังสามารถทำความชั่วได้ ยกตัวอย่างพระเทวทัต เป็นต้นซึ่งเป็นผู้ที่ได้บรรลุผลสำเร็จในทางสมถะในการเจริญจิตภาวนาแล้ว แต่ทำชั่วร้ายแรง

ฉะนั้นขอให้เป็นข้อสังวรว่า เราไม่ได้เอาความสามารถพิเศษในทางจิต หรืออภิญญา 5 นี้มาวัดความสำเร็จในทางพระพุทธศาสนา
ผู้ที่ปฏิบัติ ในทางพระพุทธศาสนา สามารถชำระกิเลสด้วยปัญญา หรือว่าพัฒนาจิตพัฒนาปัญญาของตนให้เจริญดีงามขึ้นบรรลุกุศลธรรมเบื้องสูง กำจัดกิเลสได้ แม้จะไม่ได้อภิญญา 5 ไม่มีฤทธิ์ไม่มีเดชท่านถือว่าเป็นผู้ประเสริฐ เป็นผู้ปฏิบัติถูกต้อง ตาม หลักของพระพุทธศาสนา

ดังนั้นสำนักสงฆ์ที่สอนทิพยจักษุ นั้นถูกผิด อย่างไร สาธุชนโปรดพิจารณา

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...