โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

คนรุ่นใหม่จีนแห่ ‘ทำงานแบบแกล้งๆ’ เพื่อให้คนอื่นเข้าใจว่า พวกเขามีงานทำ หลังเผชิญภาวะเศรษฐกิจตกต่ำจน ‘ตกงาน’

The Momentum

อัพเดต 19 พ.ย. 2567 เวลา 14.46 น. • เผยแพร่ 19 พ.ย. 2567 เวลา 07.46 น. • THE MOMENTUM

โลกโซเชียลมีเดียจีน เกิดเทรนด์ ‘แกล้งทำงาน’ ตามคาเฟ่และห้องสมุดในหมู่คนรุ่นใหม่ เพื่อหลีกเลี่ยงการเผชิญกับครอบครัวเรื่องการงาน หลังปัญหาเศรษฐกิจของประเทศทำให้ Gen Z อยู่ในภาวะตกงาน

ทั้งนี้สำนักข่าวเรดิโอฟรีเอเชีย (Radio Free Asia: RFA) เปิดเผยว่า แอปพลิเคชัน Douyin เกิดแฮชแท็ก #IPretendedToGoToWorkToday โดยปรากฏภาพของวัยรุ่น Gen Z ชาวจีน กำลังทำกิจวัตรที่ไม่มีอยู่จริงตามคาเฟ่และห้องสมุด เพื่อให้ผู้อื่นเข้าใจว่า พวกเขามีงานทำ แม้ว่าจะตกงานหลังจากเรียนจบ เพราะปัญหาเศรษฐกิจของประเทศก็ตาม

หนึ่งในคลิปไวรัลคือ เด็กผู้หญิงคนหนึ่งซ่อนตัวอยู่บนชั้นบนของอะพาร์ตเมนต์ เพื่อปกปิดครอบครัวว่า เธอไม่มีงานทำ ขณะที่ผู้หญิงนิรนามอีกคน ทำท่าทางชักชวนให้ผู้ชมมาเที่ยวเมืองที่อาศัยอยู่ ด้วยการพาชมสถานีรถไฟ สถานที่ช็อปปิง และจุดเยี่ยมชม แต่ไม่มีใครรู้ว่าเธอเป็นใคร หลังใช้เทคโนโลยีปกปิดตัวตน

ขณะเดียวกันบทความในเว็บไซต์ Banyuetan ยังเปิดเผยเพิ่มเติมว่า Gen Z ที่ตกงานหลายคน ยังนิยมเช่า Co-Working Space เพื่อหลีกเลี่ยงการถูกซักถามเรื่องการสมัครงานจากพ่อแม่ หลังเกิดวัฒนธรรมเช่าพื้นที่ส่วนกลางในหมู่คนรุ่นใหม่ เพื่อเตรียมสอบรับราชการหรือเรียนต่อในระดับปริญญาโท โดยธุรกิจนี้เติบโตอย่างรวดเร็ว สะท้อนจากการมีพื้นที่ขยายมากกว่า 10 ล้านแห่งต่อปี

นอกจากนี้บทความยังพูดถึงเทรนด์ของคนรุ่นใหม่ที่ยังคงอาศัยอยู่กับพ่อแม่ หรือบางครั้งยังได้รับค่าขนมจากครอบครัว ขณะที่บางส่วนตัดสินใจเลือกทางที่แตกต่าง ด้วยการรับจ้างทั่วไป เช่น การทำงานเป็นขนส่งเดลีเวอรี แทนการทำงานตามที่ตนคาดหวังคือ การทำงานออฟฟิศ

เมื่อคำว่า ‘หางเน่า’ กำลังตีตราคนรุ่นใหม่ในจีน

‘หางเน่า’

เป็นคำสแลงในประเทศจีนถึงเด็กที่ไม่ประสบความสำเร็จ ไม่มีอะไรเป็นของตนเอง หลังคนรุ่นใหม่จำนวนมากอยู่ในภาวะตกงาน นอกจากปัญหาเศรษฐกิจของประเทศที่สืบเนื่องจากโรคโควิด-19 แหล่งข่าวยังเผยว่า คนรุ่นใหม่ยังถูกซ้ำเติมด้วย ‘ระบบอุปถัมภ์’ เมื่อเด็กธรรมดาที่ใช้ความสามารถ แพ้ระบบเส้นสายจากครอบครัวที่ร่ำรวย ซึ่งยิ่งทำให้การแข่งขันสูงขึ้น แต่ตำแหน่งงานน้อยลง

วิกฤตว่างงานของคนรุ่นใหม่ในประเทศถือเป็นวิกฤตครั้งสำคัญ สะท้อนจากสถิติในเดือนกรกฎาคม 2024 พบว่า วัยรุ่น 16-24 ปี ไม่มีงานทำเพิ่มขึ้นถึง 17.1% ด้าน สี จิ้นผิง (Xi Jinping) ผู้นำสูงสุดพรรคคอมมิวนิสต์ เริ่มเคลื่อนไหวในปลายเดือนตุลาคมที่ผ่านมาว่า จะผลักดันประเด็นการจ้างงานในหมู่คนรุ่นใหม่เป็นวาระเร่งด่วน แต่ไม่ได้เปิดเผยวิธีการว่าทำอย่างไร

จี เฟิง (Ji Feng) นักวิจารณ์การเมืองเชื่อว่า รัฐบาลพรรคคอมมิวนิสต์มองเห็นปัญหาว่างงานของคนรุ่นใหม่เป็นภัยครั้งสำคัญ เพราะอาจนำไปสู่การสั่นคลอนอำนาจนำทางการเมือง ขณะที่ เฮ่อ เจียงผิง (He Jiangbing) นักเศรษฐศาสตร์ อธิบายความล้มเหลวครั้งนี้ว่า เกิดจากการบริหารราชการแผ่นดินของสี จิ้นผิง เมื่อบริษัทเอกชนยังเป็นแหล่งจ้างงานหลักสำคัญ แต่ก็รับมือกับภาวะชะงักงันทางการเงินที่รัฐไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ พร้อมกับเรียกร้องให้รัฐบาลจีนฟื้นฟูเศรษฐกิจด้วยการสร้างความสัมพันธ์ทางการค้า และเน้นการส่งออกเหมือนในอดีต

“ตัวสี จิ้นผิงเองที่สร้างปัญหา สาเหตุที่เศรษฐกิจจีนพังและตลาดแรงงานซบเซา เพราะไม่มีเสรีภาพหรือความครึกครื้นในการใช้ชีวิต เมื่อเอกสารธรรมดาอาจทำลายได้ทั้งอุตสาหกรรม หรือแม้แต่คำพูดที่ไม่ถูกใจใน WeChat จากคนธรรมดา อาจทำให้เขาถูกจับเข้าคุกได้” แหล่งข่าวของ RFA ชาวเยอรมันที่มีอิทธิพลในโลกโซเชียลฯ ทิ้งท้ายถึงนโยบายปิดกั้นเสรีภาพของสี จิ้นผิง

อ้างอิง

https://www.rfa.org/english/china/2024/11/16/china-young-unemployed-pretend-work-libraries/

https://www.rfa.org/english/news/china/young-graduates-rotten-tail-kids-08262024134727.html

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...