โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

7 ข้อโต้แย้งดร.สุวันชัย MOU 44 ไม่ได้เป็นคุณต่อไทย

The Structure

อัพเดต 30 ม.ค. 2568 เวลา 19.45 น. • เผยแพร่ 30 ม.ค. 2568 เวลา 13.10 น. • The Structure

ดร.สุวันชัย แสงสุขเอี่ยม อดีตสมาชิกสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และอดีตสมาชิกสภาพัฒนาการเมือง ได้เผยแพร่บทความเรื่อง “พื้นที่อ้างสิทธิทับซ้อนทางทะเลไทย-กัมพูชา ตอนที่ 9 : ข้อเสียในข้อดีของ MOU 2544 ที่มักถูกกล่าวอ้าง”

โดยมีเนื้อหาเพื่อการโต้แย้งกับดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของไทย ผู้ลงนามรับรอง MOU 2544 ในฐานะผู้แทนรัฐบาลไทย ในหนังสือชื่อ “กฎหมายและผลประโยชน์ของไทยในอ่าวไทย : กรณีศึกษาบันทึกความเข้าใจไทย-กัมพูชา เรื่องการเจรจาสิทธิในอ่าวไทย” ที่พิมพ์เมื่อปี 2553 ซึ่งมีเนื้อหาโดยสรุปดังนี้ประเด็นที่ 1 ดร. สุรเกียรติ์เห็นว่า MOU44 ทำให้เกิดกรอบและกลไกสำหรับการเจรจาเพื่อหาข้อสรุปเรื่องการปักปันเขตแดนในพื้นที่อ้างสิทธิทับซ้อน (Overlapping Claims Area: OCA) เหนือเส้นละติจูด 11° เหนือ และการพัฒนาพื้นที่ร่วมในพื้นที่อ้างสิทธิทับซ้อนใต้เส้นละติจูด 11° เหนือ ดร.สุวันชัยเห็นว่ามีข้อเสียที่ทำให้การเจรจาถูกจํากัดกรอบไว้และไม่สามารถเจรจานอกเหนือไปจากกรอบนั้นได้ โดยถูกจํากัดกรอบให้เจรจาได้เฉพาะว่าจะมีการพัฒนาพื้นที่ร่วมโดยแบ่งปันผลประโยชน์กันอย่างไรเท่านั้น

ประเด็นที่ 2 ดร.สุรเกียรติ์เห็นว่า MOU 44 ทำให้สามารถแก้ไขได้ด้วยการเจรจาแบบสันติวิธีได้

ดร. สุวันชัยเห็นว่า กัมพูชาไม่มีขีดความสามารถในการสร้างความขัดแย้งทางทะเลกับไทยได้ เพราะกองทัพเรือไทยมีความเข้มแข็งกว่ากัมพูชามาก

ประเด็นที่ 3 ดร.สุรเกียรติ์เห็นว่า MOU 44 มีการผูกประเด็นการเจรจาโดยห้ามไม่ให้มีการแยกพื้นที่ OCA ส่วนบน กับพื้นที่ส่วนล่างออกจากกัน ทำให้สามารถเร่งรัดการเจรจาให้เร็วขึ้นได้

ดร. สุวันชัยเห็นว่าการผูกประเด็นการเจรจานั้น มีผลที่เป็นคุณต่อกัมพูชามากกว่าไทย เนื่องจากกัมพูชามิได้อ้างสิทธิพื้นที่ทับซ้อนตามอนุสัญญาเจนีวาว่าด้วยกฎหมายทะเล ค.ศ. 1958 ที่ทั้งไทยและกัมพูชาต่างเป็นภาคี หรือหลักกฎหมายระหว่างประเทศใดๆ โดยเฉพาะบริเวณพื้นที่อ้างสิทธิทับซ้อนส่วนบน ซึ่งกัมพูชากำหนดเส้นเขตไหล่ทวีปตามใจชอบ ในขณะที่ไทยนั้นอ้างสิทธิตามกฎหมายทะเลและถ้าทั้ง 2 ฝ่ายปฎิบัติตามกฎหมายทะเลแล้ว กัมพูชาจะสูญเสียพื้นที่ในบริเวณพื้นที่อ้างสิทธิทับซ้อนส่วนบน และพื้นที่อ้างสิทธิทับซ้อนที่แท้จริงในบริเวณพื้นที่อ้างสิทธิทับซ้อนส่วนล่างก็จะลดลงอย่างมาก ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อไทยมากกว่า

ประเด็นที่ 4

ดร.สุรเกียรติ์เห็นว่า MOU 44 สามารถยืนยันว่ากัมพูชายินยอมถอนการเรียกร้องสิทธิเหนือเกาะกูด

ดร. สุวันชัยเห็นว่าเกาะกูดเป็นของไทยอย่างไม่มีข้อสงสัยใดๆ อยู่แล้ว อีกทั้งในกฤษฎีกาที่กัมพูชาใช้อ้างสิทธิ กัมพูชาได้เขียนชื่อภาษาอังกฤษของเกาะกูดกํากับไว้ ว่า “Koh Kut (Siam)” ซึ่งบ่งบอกให้เห็นว่ากัมพูชาไม่ได้อ้างสิทธิใดๆ เหนือเกาะกูดอย่างที่หลายคนอาจเข้าใจผิดไป

อีกทั้งตามสนธิสัญญาสยาม-ฝรั่งเศส ค.ศ. 1907 ก็มีการระบุว่าเกาะกูดเป็นของไทย อีกทั้งรัฐบาลไทยได้มีการแสดงออกถึงความเป็นเจ้าของเกาะกูดมาตั้งแต่ปี 2517 และมีคนไทยไปตั้งรกรากบนเกาะกูด และมีกำลังทหารประจำการบนเกาะกูดด้วย

ประเด็นที่ 5

ดร.สุรเกียรติ์เห็นว่า MOU 44 ทําให้กัมพูชายอมรับอย่างเป็นทางการและเป็นลายลักษณ์อักษรเป็นครั้งแรกถึงการอ้างสิทธิในไหล่ทวีปของไทยตามที่ได้ประกาศเมื่อปี พ.ศ. 2516 และการอ้างสิทธิทางทะเลของไทยจะไม่ถูกกระทบไม่ว่าการดำเนินการตาม MOU 2544 จะมีผลออกมาอย่างไร

ดร. สุวันชัยยกตัวอย่างกรณีข้อพิพาทเกี่ยวกับไหล่ทวีปในทะเลเหนือ ค.ศ. 1969 (North Sea Continental Shelf 1960) ซึ่งศาลยุติธรรมระหว่างประเทศยืนยันว่าสิทธิของรัฐชายฝั่งเหนือไหล่ทวีปไม่ได้ขึ้นอยู่กับการประกาศอ้างสิทธิหรือการยึดครอง แต่เป็นสิทธิที่เกิดขึ้นโดยธรรมชาติจากการมีไหล่ทวีป

รัฐจึงมีสิทธิอธิปไตยเหนือไหล่ทวีปของตนโดยธรรมชาติ ไม่จำเป็นต้องมีการประกาศอ้างสิทธิก่อน แม้รัฐอื่นจะเข้ายึดครองพื้นที่ในไหล่ทวีปของอีกรัฐหนึ่ง ก็ไม่อาจอ้างสิทธิเหนือบริเวณนั้นได้ เว้นแต่รัฐนั้นจะไม่โต้แย้ง ยอมรับการครอบครอง หรือสละสิทธิของตน

ประเด็นที่ 6

ดร.สุรเกียรติ์เห็นว่า MOU 44 ทำให้เกิดการเจรจาตามหลักกฎหมายระหว่างประเทศ ส่งผลให้ทั้งไทยและกัมพูชาในปัจจุบันและอนาคตไม่ว่าใครจะมาเป็นรัฐบาลก็ต้องผูกพันตามหลักกฎหมายระหว่างประเทศ

ดร. สุวันชัยเห็นว่า ทั้งไทยและกัมพูชามีพันธะที่จะต้องปฏิบัติตามกฎหมายระหว่างประเทศอยู่แล้ว เนื่องจากเป็นภาคีของอนุสัญญาเจนีวาว่าด้วยกฎหมายทะเล ค.ศ. 1958 แต่ MOU 2544 กลับส่งผลเสียต่อไทย โดยทำให้พื้นที่อ้างสิทธิทับซ้อนส่วนล่างไม่ต้องมีการกำหนดเขตไหล่ทวีปตามกฎหมายทะเลและกฎหมายระหว่างประเทศ ประเด็นที่ 7

ดร.สุรเกียรติ์เห็นว่า MOU 44 สามารถทำให้ไทยนําเอาทรัพยากรปิโตรเลียมขึ้นมาใช้ประโยชน์ได้เร็วขึ้น ซึ่งไทยนั้นมีความต้องการพลังงานและมีความพร้อมในการสํารวจและขุดเจาะปิโตรเลียม

ดร. สุวันชัยเห็นว่า กัมพูชาไม่ได้ปรับเส้นเขตไหล่ทวีปของตนให้ถูกต้องตามกฎหมายทะเล แต่ MOU 2544 ไปยอมรับให้พื้นที่อ้างสิทธิทับซ้อนส่วนล่างทั้งหมดเป็นพื้นที่พัฒนาร่วม จึงทำให้ไทยสูญเสียผลประโยชน์ที่ควรได้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...