โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

อีลอน มัสก์ สั่งปิด USAID อ้างช่วยสหรัฐประหยัด 1 ล้านล้านดอลลาร์

การเงินธนาคาร

อัพเดต 03 ก.พ. 2568 เวลา 15.57 น. • เผยแพร่ 03 ก.พ. 2568 เวลา 08.57 น.

อีลอน มัสก์ ดำเนินการปิด USAID ชี้เป็นหน่วยงานฉ้อโกง เผยจะช่วยสหรัฐลดขาดดุล 1 ล้านล้านดอลลาร์ ยืนยัน โดนัลด์ ทรัมป์ ไฟเขียวแล้ว

วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2568 สำนักข่าวนิกเกอิเอเชียรายงานว่า นายอีลอน มัสก์ ซีอีโอของเทสลา (Tesla) และหัวหน้าสำนักงานควบคุมประสิทธิภาพของรัฐบาลสหรัฐ (Department of Government Efficiency) หรือ DOGE ประกาศว่ากำลังดำเนินการเพื่อปิดหน่วยงานเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศสหรัฐ (USAID) ซึ่งเป็นหน่วยงานที่ให้ความช่วยเหลือแก่ต่างประเทศ และมีเจ้าหน้าที่และพนักงานราว 10,000 คน

นายมัสก์ ซึ่งได้รับการแต่งตั้งจากนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ ให้เป็นหัวหน้า DOGE ซึ่งเป็นคณะทำงานด้านการลดต้นทุนของรัฐบาลกลาง พร้อมด้วยนายวิเวก รามาสวามี รวมถึงนางโจนี เอิร์นส สมาชิกวุฒิสภาพรรครีพับลิกันประจำรัฐไอโอวา และนายไมค์ ลี สมาชิกวุฒิสภาพรรครีพับลิกันประจำรัฐยูทาห์ ได้ร่วมหารือถึงประเด็นดังกล่าว และเผยแพร่ประกาศผ่านทางเอ็กซ์ (X)

นายมัสก์ยืนยันว่า การปิด USAID เป็นเรื่องสำคัญ โดยชี้ว่าเป็นหน่วยงานที่ไร้ประสิทธิภาพเกินความจะซ่อมแซมได้ และเสริมว่านายทรัมป์เองก็ให้การสนับสนุนในการปิดหน่วยงานดังกล่าว

รายงานจากสำนักข่าวรอยเตอร์ระบุว่า แหล่งข่าวเปิดเผยว่า คณะบริหารของนายทรัมป์ได้ปลดเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยระดับสูง 2 คนของ USAID ออกจากตำแหน่ง ในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา หลังจากที่พวกเขาพยายามป้องกันไม่ให้ตัวแทนจาก DOGE นายมัสก์ เข้าถึงพื้นที่จำกัดของหน่วยงาน

USAID เป็นผู้บริจาคที่ให้ความช่วยเหลือแก่ต่างประเทศรายใหญ่ที่สุดในโลก โดยในปีงบประมาณ 2566 สหรัฐจัดสรรเงิน 7.2 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐให้กับโครงการต่าง ๆ ตั้งแต่สุขภาพสตรีในพื้นที่ขัดแย้ง การเข้าถึงน้ำสะอาด การรักษาโรคเอชไอวีและโรคเอดส์ ความมั่นคงด้านพลังงาน และความพยายามปราบปรามการทุจริต และในปี 2567 USAID คิดเป็น 42% ของความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมทั้งหมดที่องค์การสหประชาชาติ (UN) ติดตาม

นายทรัมป์ได้ระงับความช่วยเหลือด้านต่างประเทศทั่วโลกของสหรัฐ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของนโยบาย "อเมริกาต้องมาก่อน" หรือ America First ของเขา ซึ่งก่อให้เกิดความกังวลอย่างกว้างขวาง โดยโครงการที่มีความเสี่ยงจะได้รับผลกระทบหรืออาจถูกยกเลิก รวมถึง โรงพยาบาลสนามในค่ายผู้ลี้ภัยของไทย โครงการการกำจัดทุ่นระเบิดในเขตสงคราม และโครงการการรักษาโรคต่าง ๆ สำหรับผู้ป่วยหลายล้านคนทั่วโลก รวมถึง HIV

นายมัสก์คาดการณ์ว่ารัฐบาลของนายทรัมป์จะสามารถลดการขาดดุลของสหรัฐได้มากถึง 1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐในปีหน้า และอ้างถึงความพยายามที่กว้างขึ้นในการลดค่าใช้จ่ายของรัฐบาล นอกจากนี้แล้ว นายมัสก์ยังอ้างว่ามีกลุ่มฉ้อโกงต่างชาติมืออาชีพกำลังยักยอกเงินจำนวนมาก ด้วยการสร้างพลเมืองดิจิทัลปลอมของสหรัฐขึ้นมา

การหารือดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับการเข้าถึงระบบของกระทรวงการคลังของนายมัสก์ ซึ่งดำเนินการจ่ายเงินกว่า 6 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปีให้กับหน่วยงานของรัฐบาลกลาง ซึ่งระบบนี้มีข้อมูลส่วนบุคคลของชาวอเมริกันหลายล้านคน รวมถึงผู้รับเงินประกันสังคมและผู้เสียภาษีที่ได้รับเงินคืน ซึ่งก่อให้เกิดเสียงวิจารณ์จากพรรคเดโมแครตว่าเป็นการใช้อำนาจในทางที่ผิดอย่างร้ายแรง และเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนว่าเงินมีอิทธิพลต่อรัฐบาลนายทรัมป์มากแค่ไหน

อย่างไรก็ตาม นายทรัมป์ได้ออกมาปกป้องบทบาทของนายมัสก์ โดยกล่าวว่าเขาเป็นที่คนลดต้นทุนได้เก่งมาก แม้บางครั้งเราอาจไม่เห็นด้วย แต่นายมัสก์ทำหน้าที่ได้ดีมาก เขาเป็นคนฉลาดมาก และเขาตั้งใจที่จะลดงบประมาณของรัฐบาลกลางลงเป็นอย่างมาก

ทั้งนี้ ทีมงานของนายมัสก์ได้เข้าควบคุมหรือเข้าถึงระบบของรัฐบาลสหรัฐไปแล้วหลายระบบ โดยผู้ช่วยที่ได้รับมอบหมายให้ดูแลหน่วยงานทรัพยากรบุคคลของสหรัฐได้ปิดกั้นข้าราชการพลเรือนไม่ให้เข้าถึงระบบเก็บข้อมูลส่วนตัวของพนักงานรัฐบาลหลายล้านคน

อ้างอิง : asia.nikkei.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์เศรษฐกิจสหรัฐฯ ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...