โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

แม่และเด็ก

สอนลูกเอาตัวรอดในสถานการณ์ฉุกเฉิน

Mood of the Motherhood

เผยแพร่ 23 มิ.ย. 2565 เวลา 15.33 น. • Features

สอนลูกเอาตัวรอด ในเหตุการณ์ฉุกเฉิน เป็นสิ่งสำคัญที่คุณพ่อคุณแม่ควรสอนลูกตั้งแต่ในช่วงวัยอนุบาล เพื่อให้ลูกมีความรู้ความเข้าใจ เมื่อต้องเผชิญหน้ากับสถานการณ์ฉุกเฉินในชีวิตจริง เช่น ประสบอุบัติเหตุ พลัดหลงกับคุณพ่อคุณแม่ ไฟไหม้ ภัยธรรมชาติ รวมถึงการ สอนลูกเอาตัวรอด จากอันตรายที่มาจากคนแปลกหน้าศูนย์ดูแลเด็กหายและเด็กที่ถูกล่วงละเมิดนานาชาติ (International Centre for Missing & Exploited Children: ICMEC) รายงานว่าในแต่ละปีมีเด็กหายกว่า 8 ล้านคนทั่วโลก ในจำนวนนี้มีเด็กถูกลักพาตัวไปทำการค้ามนุษย์กว่า 25% และเป็นลักพาตัวเพื่อเรียกค่าไถ่ถึง 43%แต่อันตรายและเรื่องไม่คาดคิดที่อาจเกิดขึ้นกับลูกมีมากกว่านั้น การ สอนลูกเอาตัวรอด ในสถานการณ์ฉุกเฉิน จึงเป็นทักษะที่จำเป็นและสำคัญที่จะทำให้ลูกสามารถรับมือเหตุการณ์ไม่คาดคิดได้1. สอนเรื่องสำคัญสำหรับการเอาตัวรอด

#สอนให้ลูกจำข้อมูลสำคัญ คุณพ่อคุณแม่ควรสอนให้ลูกจดจำข้อมูลสำคัญที่จำเป็นต้องใช้เมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน เช่น ชื่อพ่อแม่และผู้ปกครอง ที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์ หรือสถานที่ทำงาน และทบทวนกันอย่างสม่ำเสมอ โดยสามารถทำได้ผ่านกิจกรรมที่สนุกสนาน เช่น ร้องเพลง หรือจำลองสถานการณ์และเล่นบทบาทสมมติเพื่อทดสอบว่าลูกจำข้อมูลดังกล่าวได้ดีแค่ไหน #สอนลูกให้รู้จักเบอร์โทร. ฉุกเฉินยกตัวอย่างแนวการสอนเด็กๆ เพื่อขอความช่วยเหลือจากทางฝั่งอเมริกา โดย Michelle Tween ผู้อำนวยการด้านการศึกษาปฐมวัยแห่ง The Chapel School ให้คำแนะนำว่า ผู้ปกครองสามารถสอนลูกให้รู้จักเบอร์โทร. ฉุกเฉินหรือสายด่วนเพื่อขอความช่วยเหลือ ได้ตั้งแต่ลูกอายุ 3 ขวบ ด้วยการตั้งค่าเบอร์ที่สำคัญไว้ในโทรศัพท์มือถือ และกำชับว่าเอาไว้โทร. ในเวลาที่ฉุกเฉินจริงๆ เท่านั้น#สอนลูกให้ช่างสังเกต การเป็นคนช่างสังเกต จะช่วยบรรเทาเหตุอันตรายได้ในหลายกรณี เช่น สอนให้ลูกสังเกตประตูเข้าออกและประตูหนีไฟของสถานที่ต่างๆ และสังเกตว่าว่าหากมีกลุ่มควันไฟลอยขึ้นมาจากตรงไหน หมายความว่า บริเวณนั้นอาจเกิดไฟไหม้ และสิ่งที่ลูกควรทำเมื่อเกิดเหตุไฟไหม้คืออะไรบ้าง2. สอนให้ระวังตัวจากคนแปลกหน้า

มูลนิธิกระจกเงา ระบุว่าในช่วงสิบปี ปีที่ผ่านมา เด็กไทยอายุระหว่าง 3-12 ปี คือกลุ่มเป้าหมายที่ถูกลักพาตัวจากคนแปลกหน้าและคนใกล้ชิดมากที่สุด โดยในปี 2564 พบว่ามีเด็กสูญหายรวม 697 คนทางฝั่งอเมริกา มีรายงานจากสำนักงานสอบสวนกลาง (Federal Bureau of Investigation; FBI) ระบุว่า ในปี 2020 มีเด็กสูญหายกว่า 400,000 คน ส่วนใหญ่เป็นเด็กผู้หญิงอายุต่ำกว่า 12 ปี ถูกลักพาตัวโดยคนแปลกหน้า1% และถูกลักพาตัวจากคนใกล้ชิด 5%Elana Pearl Ben-Joseph กุมารแพทย์ และบรรณาธิการด้านการแพทย์ที่ Nemours Center for Health Delivery Innovation ให้ความเห็นว่า เด็กส่วนใหญ่จะกลัวคนแปลกหน้าที่ดูหยาบคายและน่ากลัว ดังนั้นผู้ที่จะเข้ามาลักพาตัวเด็กๆ จึงมักเข้ามาด้วยท่าทีเป็นมิตร คุณพ่อคุณแม่จึงควรสอนให้ลูกสังเกตพฤติกรรมของคนแปลกหน้าที่เข้ามาหาเสมอที่สำคัญคือ อย่าบังคับให้ลูกกอดและทักทายคนแปลกหน้า เพราะการไม่ไว้ใจคนอื่นถือเป็นกลไกการป้องกันตัวตามธรรมชาติของลูกเช่นกันทางด้าน Richard So กุมารแพทย์ จาก Independence Family Health Center ให้ความเห็นว่าทันทีที่ลูกเริ่มเข้าโรงเรียน ผู้ปกครองควรสอนให้ลูกสังเกตคนแปลกหน้า ลูกจะต้องไม่รับของหรือยอมไปกับคนที่ไม่รู้จัก ลูกสามารถปฏิเสธ เดินหนี และขอความช่วยเหลือจากคนอื่นในบริเวณนั้นทันทีที่มีการสัมผัสตัวหรือรู้สึกไม่ชอบมาพากล3. สอนทักษะการปฐมพยาบาลเบื้องต้น

การสอนให้ลูกรู้วิธีการปฐมพยาบาลเบื้องต้นเป็นสิ่งที่คุณพ่อคุณแม่ควรทำ เพื่อเตรียมความพร้อมให้ลูกสามารถช่วยเหลือตัวเองและคนอื่นเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินได้โดยคุณพ่อคุณแม่อาจใช้วิธีเล่นแสดงบทบาทสมมติกับลูก เช่น ให้ลูกลองรับบทเป็น ‘หมอ’ ส่วนคุณพ่อคุณแม่หรือตุ๊กตาตัวโปรดของลูก รับบทเป็นคนไข้ เพื่อสอนวิธีช่วยปฐมพยาบาลเบื้องต้น เช่น รักษาแผลถลอกและฟกช้ำ แล้วศึกษาชุดปฐมพยาบาลเบื้องต้นร่วมกัน เพื่อให้เด็กๆ ฝึกฝนผ่านเครื่องมือจริงร่วมกันนอกจากนี้ พ่อคุณแม่สามารถสอนวิธีการให้ความช่วยเหลือคนในครอบครัวที่มีโรคประจำตัว หรือผู้ป่วยสูงอายุเบื้องต้นให้ลูกเตรียมความพร้อมที่จะช่วยเหลือคนอื่นเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินได้4. สอนวิธีรับมือกับอันตรายที่มาจากอุบัติภัยภัยธรรมชาติ

ถึงแม้คุณพ่อคุณแม่จะมั่นใจว่าลูกจะปลอดภัยเสมอเมื่ออยู่กับคุณพ่อคุณแม่ แต่ถึงอย่างนั้นลูกก็ควรมีความรู้และความพร้อมที่จะรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉินที่อาจเกิดขึ้นได้ เช่น เมื่อมีลมพายุ ลูกไม่ควรเข้าไปอยู่ใกล้หน้าต่างเพราะลมแรงอาจทำให้กระจกแตกได้ หรือเมื่อมีไฟไหม้ มีควันก่อตัวหนาให้ใช้ผ้าชุบน้ำคลุมตัว แล้วรีบคลานต่ำไปที่ทางหนีไฟ และห้ามใช้ลิฟต์ หากเห็นน้ำทะเลลดลงอย่างกะทันหัน ให้รีบหนีขึ้นที่สูง หรือทำตามคำประกาศเตือน เพราะอาจเกิดสึนามิ หรือเมื่อเกิดแผ่นดินไหวให้ก้มหลบอยู่ใต้โต๊ะที่แข็งแรง รวมไปถึงเหตุวิกฤติต่างๆ เช่น ติดอยู่ในลิฟต์ หรือในรถตามลำพังโดยคุณพ่อคุณแม่สามารถให้ความรู้กับลูกได้ผ่านการเล่านิทาน ชี้ชวนให้ลูกสังเกตสิ่งแวดล้อมรอบตัว และข้อมูลที่คุณพ่อคุณแม่ค่อยๆ มอบให้กับลูกนั้น จะสามารถปกป้องตัวลูกเองได้ และช่วยเหลือครอบครัวในเวลาคับขันได้อ้างอิงkidshealthhealth.clevelandclinicnymetroparentssafeatlastbottomlineis

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...