โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมืองใน พ.ร.บ.แรงงาน เมื่อ ทำงาน พักผ่อน ใช้ชีวิต ถูกปฏิเสธกลางสภา

มติชนสุดสัปดาห์

อัพเดต 19 มี.ค. 2567 เวลา 04.26 น. • เผยแพร่ 19 มี.ค. 2567 เวลา 04.26 น.
(Photo by Romeo GACAD / AFP)

ในช่วงต้นเดือนมีนาคม ร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงานถูกนำเสนอในสภา

มีรายละเอียดสำคัญคือ การลดเวลาการทำงานตามกฎหมาย จาก 48 ชั่วโมงให้เหลือ 40 ชั่วโมงต่อสัปดาห์

การปรับค่าจ้างขั้นต่ำที่ไม่น้อยกว่าอัตราเงินเฟ้อ-การเติบโตทางเศรษฐกิจ

การห้ามเลือกปฏิบัติไม่ว่าด้วยเพศ เชื้อชาติ ศาสนา ทัศนะทางการเมือง

การวางเงื่อนไขที่ลดการจ้างงานแบบรายวันเพื่อมุ่งสู่การจ้างงานรายเดือน

มีห้องให้นมบุตร ลาดูแลคนในครอบครัว และวันพักผ่อนประจำปี ฯลฯ

กฎหมายนี้ถูกเสนอแยกกับร่างกฎหมายที่เป็นพระราชบัญญัติการเงิน ซึ่งมีประเด็นคือ การเพิ่มวันลาคลอด 180 วัน และการขยายการคุ้มครองแรงงานภาครัฐ ซึ่งเป็นเรื่องของร่างทางการเงินที่ต้องได้รับการอนุมัติจากนายกรัฐมนตรี

ผมได้มีโอกาสให้ความเห็นในคอลัมน์นี้หลายครั้งในประเด็นผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจและทางสังคมต่อข้อเสนอทั้งหลายเหล่านี้

ในบทความนี้ผมจะพิจารณาเฉพาะประเด็นทางการเมือง เพื่อตอบข้อสงสัยว่าเหตุใด พ.ร.บ. “ทำงาน พักผ่อน ใช้ชีวิต” ถึงไม่ผ่าน ถูกคว่ำกลางสภา

พระราชบัญญัติฉบับ“ทำงาน พักผ่อน ใช้ชีวิต” ไม่ใช่ของใหม่ ได้รับการยื่นตั้งแต่ช่วงระหว่างปี 2562-2566 อันล้อกับนโยบายหาเสียงของพรรคอนาคตใหม่ เสนอโดย ส.ส.สุเทพ อู่อ้น ประธานกรรมาธิการการแรงงาน

โดยการยื่นได้รวมทุกข้อเสนอไว้ในร่างเดียวกัน ซึ่งทำให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีขณะนั้นสามารถใช้อำนาจตามรัฐธรรมนูญในการตีตกร่างที่เกี่ยวข้องกับการเงินได้ จะว่าไปแล้วภายใต้รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ มีกฎหมายที่ผ่านเข้าสู่การอภิปรายในสภาอย่างจำกัดมาก

โดยในปี 2567 พรรคก้าวไกลทำการแยกยื่นสองฉบับเพื่อป้องกันข้อเสนอที่ไม่เกี่ยวข้องกับการเงินถูกตีตกไปด้วย

ซึ่งในฐานะคนที่ติดตามประเด็นด้านแรงงานมาอย่างต่อเนื่องต้องกล่าวว่า จริงๆ แล้ว ร่าง “ทำงาน พักผ่อน ใช้ชีวิต” เป็นข้อเสนอที่ไม่ได้ท้าทายต่อโครงสร้างผลประโยชน์ของชนชั้นนำอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับร่างข้อเสนออื่นๆ ของทางพรรคก้าวไกล ซึ่งอาจจะต้องปะทะกับเครือข่ายชนชั้นนำและผลประโยชน์ รวมถึงกระบวนการจัดสรรทรัพยากร

แต่กรณีนี้เราจะพบว่า ข้อเสนอเหล่านี้ไม่ได้ต้องจัดสรรทรัพยากรเพิ่มแต่อย่างใด

หรือแม้แต่กับกลุ่มผู้ประกอบการ ก็มีเพียงส่วนน้อยมากที่จะได้รับผลกระทบทางต้นทุน เพราะเป็นเพียงมาตรฐานขั้นต่ำ ที่หลายแห่งก็ก้าวผ่านจุดนี้ไปแล้ว

การลาดูแลคนในครอบครัว ลาพักผ่อน หรือการเลือกปฏิบัติก็เป็นแนวทางใหม่ๆ ที่เป็นกระบวนการการปรับความเข้าใจมากกว่า การกระทบกับต้นทุนอย่างมีนัยสำคัญ

ในทางเทคนิคมันจึงเป็นเรื่องน่าแปลกใจไม่น้อย เพราะข้อเสนอเหล่านี้น่าจะอย่างน้อยผ่านวาระหนึ่งได้ และสามารถนำสู่การถกเถียงในชั้นต่อไป

การปฏิเสธข้อเสนอพื้นฐาน อย่างเรื่องคุณภาพชีวิตของคนวัยทำงาน ในทางการเมืองจึงไม่ใช่เรื่องที่พึงทำ เพราะอาจก่อให้เกิดผลเสียต่อความนิยมทางการเมืองไม่ว่าจะเป็นการเมืองฝ่ายใด

และเมื่อพิจารณาในด้านนี้ จึงน่าแปลกใจที่พรรครัฐบาลนำโดย พรรคเพื่อไทยตัดสินใจโหวตคว่ำ พ.ร.บ. “ทำงาน พักผ่อน ใช้ชีวิต” ในสภา

และเมื่อพิจารณาถึงเหตุผลที่นำมาอภิปรายก็ไม่มีเหตุผลที่ชัดแจ้งแต่อย่างใด

ส.ส.บางท่านของพรรคเพื่อไทยก็ยังให้ความเห็นในทางสนับสนุนต่อคุณภาพชีวิตแรงงานด้วยซ้ำ

แต่ในทางการเมือง เรื่องนี้ก็เป็นเรื่องสำคัญ เพราะอย่าลืมว่า ณ ปัจจุบัน พรรคก้าวไกล ได้ขยับสู่การเป็นคู่แข่งทางการเมืองหลักของทางพรรคเพื่อไทยเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

ขณะที่รัฐบาลพรรคเพื่อไทยเอง ยังไม่ประสบความสำเร็จอย่างเป็นรูปธรรมในการบริหารงานมามากกว่าครึ่งปีแล้ว ไม่ว่าจะเป็นนโยบาย ดิจิทัลวอลเล็ต หรือการขยับนโยบายซอฟต์เพาเวอร์ ที่ดูจะไม่เห็นความสำเร็จที่ชัดเจน

แม้แต่นโยบายที่ดูจะเป็นรูปธรรมในกระทรวงสาธารณสุขที่ดูจะคืบหน้ามากกว่ากระทรวงอื่น ก็ยังอยู่ในช่วงตั้งไข่ยังไม่สมบูรณ์

ขณะที่นอกสภาแม้พรรคก้าวไกลจะผ่านมรสุมหลายด้าน แต่ความนิยมในทางสังคมก็ยังติดลมบน สวนทางกับทางพรรคเพื่อไทย ที่ยังคอยจังหวะความสำเร็จทางนโยบายที่เป็นรูปธรรม

ในด้านนี้ มีเหตุผลอะไรที่พรรคเพื่อไทยจะปล่อยให้ พ.ร.บ.ฉบับนี้ผ่านเพื่อให้ทางพรรคก้าวไกลมีโอกาสสะสมความนิยมให้มากขึ้น

แม้จะเสี่ยงต่อการถูกวิพากษ์วิจารณาจากขบวนการแรงงาน แต่ทางรัฐบาลก็ปล่อยให้ พ.ร.บ.ฉบับการเงิน ที่เสนอโดยพรรคภูมิใจไทย ที่มีประเด็นถกเถียงมากกว่า ผ่านคู่กันกับอีกร่างของพรรคก้าวไกล ในประเด็นข้อถกเถียงการคุ้มครองแรงงานภาครัฐ และการลาคลอด 98วัน หรือ 180 วัน

ซึ่งการผ่านประเด็นนี้ก็กลายเป็นประเด็นที่น่าแปลกใจเหมือนกัน เพราะเคยเป็นประเด็นที่เคยถูกตีตกมาก่อน

พรรคเพื่อไทยลดแรงเสียดทานต่อประเด็นนี้โดยการพยายามดึงภาคประชาชนที่ขับเคลื่อนประเด็นเรื่องแรงงานและสวัสดิการเป็นตัวแทนในกรรมาธิการวิสามัญ ถือว่าเป็นการพยายามแก้เกม

ขณะที่ทางพรรคก้าวไกลต้องยอมรับความผิดพลาดทางการเมืองที่ประเมินประเด็นนี้พลาดไป

เพราะหากพรรครัฐบาลมีประเด็นร่างที่ใกล้เคียงกันเสนอเข้าไป อาจจะผ่านวาระหนึ่งได้

สะท้อนว่า พรรคก้าวไกลและพรรคเพื่อไทย ไม่ได้มีการหารือในประเด็นแรงงานที่น่าจะเป็นประเด็นร่วมกัน

เอาเป็นว่า พ.ร.บ. “ทำงาน พักผ่อน ใช้ชีวิต” ตกไปด้วยเหตุผลทางการเมือง

แต่สำหรับผู้ผลักดันประเด็นทางแรงงาน การที่ พ.ร.บ.ฉบับนี้กลายเป็นตัวกลางของการวัดพลังอำนาจทางการเมือง เพราะพรรคก้าวไกลซึ่งมีคะแนนนิยมในเมืองอุตสาหกรรมหลายแห่งมีโอกาสสะสมความนิยม ถูกปฏิเสธไป อาจจะเป็นข้ออ้างให้การผลักดันประเด็นเหล่านี้ยากลำบากต่อไปในอนาคต

การลดชั่วโมงการทำงาน เพิ่มวันลา จ้างงานรายเดือน ซึ่งเป็นข้อเสนอที่ยาวนานของขบวนการ อาจถูกเลื่อนวาระออกไปอย่างไม่มีกำหนด

https://twitter.com/matichonweekly/status/1552197630306177024

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : การเมืองใน พ.ร.บ.แรงงาน เมื่อ ทำงาน พักผ่อน ใช้ชีวิต ถูกปฏิเสธกลางสภา

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichonweekly.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...