ถนนข้าวสาร ขน “รถแห่” จัดสงกรานต์ 3 วันเงินสะพัดไม่ต่ำกว่า 300 ลบ.
นโยบายเล่นสงกรานต์ 21 วันยังหงอย “ ถนนข้าวสาร” แพลนเล่นน้ำ 3 วัน 13-15 เมษายน ขน “รถแห่” เข้ากรุงโปรโมต “ซอฟพาวเวอร์” ใหม่ นักท่องเที่ยวต่างชาติตอบรับดียอดบุ๊กกิ้งที่พักใกล้เต็ม คาดเงินสะพัดไม่ต่ำกว่าวันละ 100 ล้านบาท
นายสง่า เรืองวัฒนกุล นายกสมาคมผู้ประกอบธุรกิจถนนข้าวสาร เปิดเผยว่าสำหรับเทศกาลสงกรานต์ปี 2567 นี้ คาดการณ์ว่าอาจไม่คึกคักเท่ากับปีที่แล้วซึ่งอัดอั้นมาหลายปี ส่วนปีนี้ภาครัฐให้นโยบายเล่นสงกรานต์ 21 วันหรือทั้งเดือนซึ่งตรงนี้ต้องรอดูว่าจะมีกิจกรรมที่ไหนบ้างแต่ต้องยอมรับว่าภาครัฐดำเนินการช้าเกินไป
ตอนนี้ยังไม่เห็นกิจกรรมหรือแผนที่เป็นรูประธรรมว่า 21 วัน มีจุดเล่นน้ำที่ไหนมีกิจกรรมอะไรที่ชัดเจนเป็นปฏิทินให้คนสามารถเข้าไปติดตามได้ เพราะฉะนั้นภาพรวมปีนี้น่าจะยังเป็นสงกรานต์เดิมๆ แต่คาดว่าปีหน้าหลังจากมีระยะเวลาเตรียมงานยาวขึ้น น่าจะเห็นอะไรใหม่ๆจากภาครัฐ
ซึ่งผู้ประกอบการเองก็คาดหวังว่าจะมีอะไรใหม่ๆเข้ามาช่วยทำให้คำว่าสงกรานต์ติดอันดับโลกเช่นมีกิจกรรมใหม่ๆ เข้ามาเสริมไม่ว่าจะเป็นอีเวนต์ใหญ่ ดึงดีเจ ดึงนักร้องต่างประเทศเข้ามาเล่นสงกรานต์เพื่อให้มีความคึกคักมากขึ้นในเดือนเมษายน ซึ่งตรงนี้จะต้องรอดูแผนงานของภาครัฐในอนาคต
อย่างไรก็ตามสิ่งที่น่ากังวลในช่วงสงกรานต์นี้หลักๆเป็นเรื่องของรายได้ของผู้บริโภคที่ได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจทำให้การจับจ่ายน้อยลง เพราะคนไม่กล้าจะใช้เงินหลังจากเศรษฐกิจฝืดเคือง ขณะที่ภาครัฐเองงบประมาณที่จะออกมากระตุ้นกำลังซื้อก็อาจเห็นผลในเดือนพฤษภาคมหรือมิถุนายน
เพราะฉะนั้นจึงไม่มีเงินหมุนเวียนในระบบมากนัก กอปรกับค่าครองชีพที่สูงขึ้นทำให้ผู้บริโภคระมัดระวังในการจับจ่าย เห็นได้จากจากตัวเลขนักท่องเที่ยวชาวไทยที่เข้ามาจับจ่ายที่ถนนข้าวสารจากเดิมสัปดาห์ละ 2-3 ครั้งหายไป
“ปัญหาหลักคือกำลังซื้อแต่เราเชื่อว่าคนไทยจะยังออกมาเล่นน้ำสงกรานต์ แต่การจับจ่ายใช้สอยอาจน้อยลง ส่วนท่องเที่ยวเองคาดว่าน่าจะเข้ามามากขึ้นหลังจากรัฐบาลปลดล็อกฟรีวีซ่าให้นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางเข้าออกได้ง่ายขึ้น”
สงกรานต์ ถนนข้าวสาร ใช้ “รถแห่” ดึงนักท่องเที่ยว
นายสง่ากล่าวต่อไปว่าในส่วนของ “ถนนข้าวสาร” ในช่วงเทศกาลสงกรานต์บรรยากาศจะคึกคักแน่นอน โดยคาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวเข้ามาในพื้นที่ประมาณ 100,000 คนต่อวัน ประกอบกับททท.จัดงานสงกรานต์ถนนราชดำเนินตั้งแต่วันที่ 11-16 ซึ่งจะมีขบวนพาเหรดในวันที่ 11 และ 12 ส่วน 13-15 จะไปจัดที่สนามหลวง
ทาง ททท.คาดการณ์ว่ามีนักท่องเที่ยวเข้ามาดูขบวนพาเหรดวันที่ 11-12 ประมาณแสนกว่าคน เพราะฉะนั้นถนนข้าวสารก็จะได้อานิสงส์ของวันที่11-12 ด้วย ส่วนข้าวสารเองเล่นน้ำตั้งแต่วันที่ 13- 15 จำนวน 3 วัน ไฮไลท์หลักๆปีนี้คือพยายามไม่ให้มีกิจกรรมใหญ่ๆบนถนนข้าวสาร เนื่องจากคนเดินบนถนนข้าวสารเยอะมาก ถ้ามีกิจกรรมใหญ่ๆบนถนนจะทำให้นักท่องเที่ยวไม่เดินไปไหน เกิดการเบียดเสียดและอาจจะตามมาด้วยเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิด
“กิจกรรมปีนี้จะอยู่ในบริเวณโดยรอบเช่นสี่แยกบางลำพู สี่แยกคอกวัว วัดบวรฯ ซึ่งจะช่วยกระจายนักท่องเที่ยวออกไป โดยเราจะนำรถแห่จากต่างจังหวัดเข้ามาเป็น “ซอฟเพาเวอร์” ตัวหนึ่งที่เราอยากให้นักท่องเที่ยวเห็นเพราะรถแห่ในกรุงเทพฯไม่มีเลยแต่ดังมากในต่างจังหวัด
ส่วนบนถนนข้าวสารแต่ละร้านจะจัดกิจกรรมของตัวเองในพื้นที่ของตัวเอง ทำให้ถนนเดินสะดวก ไม่มีการเบียดเสียดกันมากนัก เราจะมีการตั้งหอคอยสังเกตุการณ์หากถนนแน่นมากจริงๆเราจะหยุดไม่ให้นักท่องเที่ยวเข้ามาเติมเพิ่มจนกว่าจะมีการระบายคนออก
และแน่นอนว่าภาครัฐไม่ต้องการให้มีการขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์บนท้องถนน ซึ่งปกติแล้วจะมีรถถังหรือบัคเก็ต จำนวนมากที่ขายโดยไม่ได้รับอนุญาตบนพื้นผิวจราจรหรือฟุตบาท ทางเขตเองก็มีการกำชับให้ระมัดระวังและเข้มงวดเรื่องเหล่านี้โดยเฉพาะเครื่องดื่มที่ไม่ได้รับอนุญาตในการขาย ส่วนร้านที่มีการอนุญาตการขายยังคงมีการขายปกติ ซึ่งแต่ละร้านจะมีกิจกรรมกับเจ้าของแบรนด์ต่างๆแยกกันไป”
เม็ดเงินสะพัดวันละ 100 ล้าน
สง่ากล่าวต่อไปว่า ในแง่ของเศรษฐกิจโดยปกติแล้วในช่วงที่ไม่ใช่เทศกาลจะมีเม็ดเงินสะพัดบนถนนข้าวสารวันละประมาณ 15-20 ล้านบาทขึ้นอยู่กับช่วง High Season หรือ Low season แต่ในช่วงสงกรานต์นี้คาดว่าจะมีเม็ดเงินสะพัดเกิน 100 ล้านบาทต่อวันในช่วง 3 วัน และในช่วงวันที่ 11- 12 เมษายนหลังจากประชาชนและนักท่องเที่ยวดูขบวนพาเหรดเสร็จน่าจะเข้ามาจับจ่ายในพื้นที่ ดังนั้นคาดว่าน่าจะมีเม็ดเงินสะพัดเพิ่มขึ้นในช่วง 2 วันแรกด้วยประมาณวันละ 15-20 ล้านบาท
ทั้งนี้ในส่วนของนักท่องเที่ยวที่เข้ามาในถนนข้าวสารช่วงเทศกาลต่างๆโดยเฉพาะสงกรานต์จะเป็นคนไทย 70% ต่างชาติ 30% แต่หากเป็นช่วงปกติจะเป็นนักท่องเที่ยว 70-80 % และคนไทย 20-30% ซึ่งตอนนี้มีบุ๊กกิ้งของชาวต่างชาติเข้ามาเกือบเต็มหรือ 90% แล้ว
“สงกรานต์นี้เราอาจจะได้เห็นตัวเลขนักท่องเที่ยวจีนกระโดดสูงขึ้น รวมทั้งนักท่องเที่ยวจากเอเชียด้วยกันที่จะเติบโตสูงขึ้น ส่วนนักท่องเที่ยวยุโรปตอนนี้ตัวเลขกลับลงมาอยู่ในภาวะปกติเพราะเป็นช่วงหน้าร้อนของยุโรปทำให้นักท่องเที่ยวเริ่มทยอยกลับประเทศตัวเอง”