โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เรื่องสั้น

ย้อนเวลามาเปลี่ยนสามี[ปิดตอน13/03]

นิยาย Dek-D

อัพเดต 25 ก.พ. 2567 เวลา 09.02 น. • เผยแพร่ 25 ก.พ. 2567 เวลา 09.02 น. • อสูรไม่ได้ร้าย
สามีที่สมบูรณ์แบบเหมือนกับประธานคลั่งรักในซีรี่ย์ทำผู้หญิงข้างนอกท้อง? คิดว่าเธอจะทำตัวเป็นนางเอกที่ไม่ถือสาเรื่องเล็กน้อยสนแต่ความรัก? เหอะ อุตส่าห์มีโอกาสใหม่ทั้งที สามีที่ดีคือสามีใหม่!

ข้อมูลเบื้องต้น

ลู่อวี่เคยคิดว่าคนรักที่มั่นคงและคู่ควรกับเธอคือสิ่งที่ดีที่สุด แต่ในอีกห้าปีข้างหน้าเขากลับให้ความสำคัญกับความมั่นคงของตัวเองมากกว่าเธอ ทั้งยังกล้าถึงขนาดมีภรรยาตัวน้อยอยู่ข้างนอกนั่น เวลาห้าปีเขาให้เธอทั้งรักหวานชื่นในตอนแรก ความเบื่อหน่ายเย็นชาหลังจากนั้น ชีวิตของหญิงสาวคนหนึ่งและชื่อเสียงของภรรยาผู้สมบูรณ์แบบแต่สามีดันนอกใจมีผู้หญิงอื่นอยู่ข้างนอก เมื่อได้โอกาสอีกครั้ง ถ้าเธอยังกล้าแต่งงานกับเขาอีก ลู่อวี่จะถือว่าสมองเธอคงถูกลาเหยียบจนโง่ไปแล้ว
หลังจากแต่งงานใหม่ซักพัก

" เสี่ยวอวี่ ที่แต่งงานกับผม คุณเคยนึกเสียใจมั้ยครับ " สามีที่อายุน้อยกว่าและไม่ค่อยสู้คนของเธอถาม

" ที่รัก ใครทำให้คุณมีความคิดแบบนี้ " ดวงตาของลู่อวี่เย็นชาขึ้นมาทันที " หืม? " ท่าทางตอนเอียงคอสงสัยว่าเธอถามทำไมของเขามันชวนให้คนอยากย่ำยีจริงๆ แต่ลู่อวี่เก็บความคิดนี้ไว้ก่อน ต้องรูให้ได้ว่าใครกล้ามาทำให้สามีที่น่าทะนุถนอมของเธอคิดมากแบบนี้

พวกเขาได้รับความกล้ามาจากไหน

ลู่อวี่ทะนุถนอมสามีตัวเองยิ่งชีพ หน้าตาดี เป็นนักไวโอลีนชั้นนำ อายุน้อยกว่า ถึงแม้จะถูกคนนอกมองว่าไร้ความมั่นคง แต่สุดท้ายแล้วในสายตาเธอนี่ก็ไม่นับเป็นข้อเสียเช่นกัน " ที่รักพวกเขารังแกคุณเหรอ " " อืม " สามีหลุบตาตอบ ทำให้ภายในใจของลู่อวี่เจ็บปวดจนเกินทน สาบานในใจ

งั้นฉันจะไปรังแกพวกเขากลับ!

" ที่รัก ฉันถูกคนรังแก " สามีตัวน้อยกอดปลอบลู่อวี่ให้กำลังใจเธอ แต่ไม่พูดอะไรเกี่ยวกับคนคนนั้น ครึ่งเดือนต่อมาหุ้นของคนที่รังแกเธอก็ดิ่งลงเหวจนฉุดไม่ขึ้นและค่อยๆหายออกไปจากสายตาคนทั้งเมือง

ลู่อวี่รู้เรื่องตอนหลัง นอกจากจะรู้สึกสะใจแล้วก็ยังสงสัยอยู่นิดหน่อย

" อืม…คนพวกนั้นไปขัดขาผู้มีอิทธิพลคนไหนเข้านะ? "

สามีที่กำลังจัดชุดอาหารอยู่อยู่กดยิ้มลึกขณะมองดูเค้กที่หั่นได้อย่างสมบูรณ์แบบด้านหน้า หันเหความสนใจของเธอ

" ถึงเวลากินของว่างแล้วนะครับ "

อดีต

ลู่อวี่เคยไม่เคยเชื่อในเรื่องการกลับชาติมาเกิดที่วิทยาศาสตร์พิสูจน์ไม่ได้ แต่เมื่อเธอมองวันที่ในปฏิทินซึ่งวงไว้ในอีกสามวันข้างหน้าพร้อมมีรูปก้อนเค้กเล็กๆ ตรงมุม

ปฏิกิริยาแรกของเธอคือความแปลกใจ ก่อนเดินออกจากเตียงเพื่อมานั่งพินิจใบหน้าตัวเองซึ่งสะท้อนในกระจก นอกจากความประหลาดใจที่เห็นได้ชัดแล้วยังมีความยินดีที่ห่างหายไปนานจากใบหน้าที่ยังอ่อนเยาว์

บวกลบจากปีบนปฏิทินแล้ว เธอจะครบยี่สิบสามปีในอีกสามวันข้างหน้าและในอีกสามวันยังเป็นวันที่เธอตกลงเริ่มคบหากับรุ่นพี่โจว

โจวซู่หมิน เขาจบจากมหาวิทยาลัยไปแล้วเกือบหกปี หลังเรียนจบปริญญาโทจากอเมริกาเขาก็กลับมาเปิดบริษัทของตัวเองในเมืองเกิด ในวัยยังไม่เข้าเลขสามทุกคนคิดว่าเขาเป็นคนที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในรุ่นและมันเป็นอย่างนั้นจริง

หลังจากนี้อีกห้าปีบริษัทของเขาจะเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็วจนกลายเป็นบริษัทยักษ์ใหญ่ที่ใครก็รู้จักและเงินทีาเขาหาได้ก็เพียงพอที่จะให้เขาเลี้ยงภรรยาตัวเล็กๆ ไว้ด้านนอกได้หลายคนเลยทีเดียว

ลู่อวี่เหยียดยิ้มเยาะตัวเองขณะคิดถึงเรื่องนี้ เครื่องธรรมดาของการเป็นนายหญิงตระกูลใหญ่

ความจริงเหตุการณ์ในอีกสามวันข้างหน้ามีเรื่องหนึ่งที่เธอไม่เคยบอกใครเพราะไม่ได้เก็บมาใส่ใจ ผู้ชายที่มาสารภาพรักกับเธอในวันนั้นไม่ได้มีแค่รุ่นพี่โจวที่มางานเลี้ยงรุ่นซึ่งตรงกับวันเกิดเธอ แต่ยังมีรุ่นน้องชายอีกคนหนึ่ง

หานเซียว เจ้าของเสียงไวโอลีนซึ่งจะกลายเป็นตำนาน ในปีที่เขาสารภาพรักกับเธอ เขาเพิ่งมีอายุครบยี่สิบปีเท่านั้น ลู่อวี่ไม่แปลกใจเลยที่ตอนนั้นเธอไม่ได้ตอบรับเขา เทียบกับรุ่นพี่โจวแล้วเขายังเด็กมากจริงๆ ทั้งตอนนี้และในอีกห้าปีเขาจะยังเด็กกว่าเธอเสมอ แต่อีกอย่างที่แน่นอนเหมือนกันคือเขาจะยังคงรอเธออยู่ที่เดิมตลอดเช่นกัน

ในปีที่เธอแต่งงาน เขาออกเดินทางไปกับไวโอลีนไปเติบโตในต่างประเทศ เธอไม่ได้ยินข่าวคราวของเขาอยู่พักใหญ่

ในตอนที่เด็กที่เป็นเลือดเนื้อของเธอกับรุ่นพี่โจวยังอยู่ เธอและลูกถูกทำร้ายจากศัตรูของสามีและถูกขังในโกดังร้างแต่ แต่เมื่อโทรขอความช่วยเหลือจากสามี

แต่ก่อนที่เธอจะทันกรีดร้องหรือพูดอะไร รุ่นพี่โจวที่เธอเคยคิดว่ามั่นคงเป็นผู้ใหญ่กลับบอกแค่ว่า " ผมยุ่งอยู่ อีกเดี๋ยวผมจะโทรกลับนะ " แล้วตัดสายทิ้ง

ยิ่งคาดหวังไว้มากเท่าไหร่ก็แหลกสลายไปมากเท่านั้น เมื่อต้องเผชิญความจริงที่ว่าตลอดคืนนั้นเขาไม่เคยโทรกลับมา

เขายุ่งมากเพราะอยากได้ความมั่นคง มั่งคั่งให้มากกว่าเดิม เรื่องนี้ลู่อวี่รู้มาตลอด แต่เธอไม่เคยคิดว่าความมั่นคงของเขาต้องแลกกับชีวิตเล็กๆ ที่กำลังเติบโตอย่างน่ารักน่าชังชีวิตหนึ่ง และฝันร้ายตลอดชีวิตของเธอ

ในตอนที่เธอสูญเสียเด็กที่เป็นที่ยึดเหนี่ยวทั้งหมดของเธอไปต่อหน้าต่อตา ลู่อวี่ไม่อาจมองหน้าสามีของเธอได้เต็มตาอีก ด้วยส่วนประกอบบนใบหน้าของเขาคล้ายกับลูกชายเกินไป จนเธอคิดถึงสาเหตุที่ต้องเสียเด็กคนนั้นไป ความอาฆาตแค้นจะผุดขึ้นมาเงียบๆเหมือนกับต้นไม้ที่ได้โอกาสฝังรากลึกลงไป ตอนนั้นรุ่นพี่โจวคงคิดเหมือนกัน เธอรู้ว่าเขาก็โทษตัวเองไม่ต่างกัน ความเจ็บปวดที่ไม่อาจปิดบังของสามีภรรยาที่เคยรักกันทั้งสองคน ดังนั้นพวกเขาจึงค่อยๆ ห่างออกจากกันและเธอก็เริ่มกลายเป็นคนที่คิดลบกับทุกสิ่งในชีวิต

ตอนนั้นหานเซียวกลับมาพักอยู่ในเมืองเกิดอย่างไร้กำหนด เธอรู้ว่าเขารออะไร เพราะเธอไม่เคยได้ข่าวคราวว่าเขาคบหากับใคร และแววตาโศกเศร้าจางๆที่ไม่สามารถปิดบังความคิดได้คู่นั้น แต่เธอกลับยึดมั่นในการเลือกของตัวเองเกินไปจนสุดท้ายก็เป็นเธอที่พังทลายเอง

จากนางแบบสาวที่กำลังมีชื่อเสียงกลายเป็นนายหญิงโจวที่คนอิจฉาและพัฒนาเป็นภรรยาที่ไม่ได้รับความรักจากสามี

ทุกคนรู้ว่าสามีของเธอเลี้ยงภรรยาน้อยที่อายุน้อยกว่าเธออยู่ข้างนอก แม้จะมีการปลอบโยนจากคนนอกที่มองเข้ามาว่าผู้หญิงพวกนั้นหน้าตาคล้ายเธอ เขาแค่มองหาเงาของเธอจากผู้หญิงพวกนั้น แต่นั่นก็ไม่ได้ช่วยอะไรซักเท่าไหร่

ทุกคนเอาแต่พูดว่าประธานโจวแค่หลงผิดชั่วขณะ แต่ผลสุดท้ายล่ะ หนึ่งในผู้หญิงของเขาให้กำเนิดลูกชายที่อ้วนท้วนอุดมสมบรูณ์ และสามีของเธอก็เริ่มมีความคิดที่จะรับเด็กเข้ามาในตระกูล

ลู่อวี่ไม่อาจมีความสุขบนความมั่นคงที่แลกมาจากชีวิตของเด็กไร้เดียงสาคนหนึ่ง แต่ใช่ว่าเธอจะยอมให้คนอื่นมาใช้มัน แผนร้ายที่ดูจะไกลตัวถูกนำมาใช้มากมายเพื่อขัดขวางไม่ให้สามีรับเด็กคนนั้นเข้ามา สุดท้ายก็กลายเป็นเธอที่แพ้ภัยตัวเอง ในตอนที่แผนร้ายทุกอย่างถูกเปิดเผย ลู่อวี่เลือกที่จะเขียนสัญญาการหย่าร้างเตรียมไว้ให้โจวซู่หมิน บริจาคทรัพย์สินทั้งหมดที่ตัวเองมีและควรได้รับให้บ้านเด็กกำพร้าและองค์กรการกุศล เธอไม่ปราถนาการให้อภัยแต่หวังว่าจะมีคนเผากระดาษเซ่นไหว้ขนมหวานให้เด็กชายที่เป็นดั่งดวงใจของเธอในตอนที่เธอไม่มีโอกาสนั้นแล้ว

ยานอนหลับแบบออกฤทธิ์เร็วและเม็ดยาลึกลับสีขาวที่มีแค่เธอและคนขายที่ถูกซื้อตัวมาด้วยเงินก้อนโตที่รู้ว่ามันคืออะไร

รสชาติขมติดลิ้นที่เธอเคยเกลียด ตอนนี้กลับเหมือนลูกกวาดแสนหวานที่คอยปลอบประโลมดวงใจที่แห้งผากของเธอ

โกดังร้างอันเงียบสงัดในความทรงจำที่มักปรากฏตัวเป็นฝันร้ายทุกค่ำคืน อดีตนายหญิงโจวตัดสินใจเลือกสถานที่เรียบง่ายที่เด็กชายผู้เป็นทุกสิ่งของเธอจากไปเพื่อเป็นที่สำหรับการหลับไหลตลอดกาล

ลู่อวี่ไม่คิดว่าตัวเองจะตื่นขึ้นในอีกห้าปีก่อนหน้า แม้จะไม่รู้ว่าตัวเองแค่สร้างภาพในจินตนาการออกมาหลอกตัวเองหรือเธอย้อนเวลากลับมาจริงๆ แต่ลู่อวี่ก็ไม่คิดจะเดินกลับไปทางเดิมอีก

ครั้งนี้ถ้าเธอยังแต่งงานกับรุ่นพี่โจว ลู่อวี่สาบานว่าตัวเองจะไปนอนให้ลาเตะสมองตาย!

เริ่มใหม่

ในตอนนี้ลู่อวี่ยังอาศัยอยู่คนเดียวในคฤหาสน์หลังเล็กของตระกูลลู่ นอกจากแม่บ้านประจำแล้วจะมีสาวใช้ที่ทำความสะอาดเช็ดถูมาทำงานแบบไปเช้าเย็นกลับอีกจำนวนหนึ่ง เพราะค่าใช้จ่ายถูกตัดผ่านบัญชีที่มีคนดูแลอยู่ ลู่อวี่จึงไม่เคยสนใจพวกเขา และบรรดาสาวใช้ก็ไม่กล้ารบกวนคุณหนูคนเดียวผู้เป็นเจ้าของคฤหาสน์ด้วย

เพราะไม่มีคนรบกวนลู่อวี่จึงเรียงข้อมูลเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตามลำดับเวลาในช่วงนี้ทั้งทำงานร่วมกับใคร สนิทกับคนไหน งานอดิเรกคืออะไร มีนัดอะไรที่สำคัญและสิ่งที่ควรทำด้วยสีที่เด่นชัด

เวลาสามวันในการเตรียมตัวของลู่อวี่นั้นจึงผ่านไปเร็วจนแทบเหมือนชั่วพริบตาเดียว ตอนนี้เธอยังเป็นนางแบบที่กำลังเติบโตในหน้าหน้าที่การงาน ด้วยใบหน้าที่แฝงส่วนผสมเล็กๆ จากหลายเชื้อชาติ รูปหน้าของเธอจึงไปทางคมชัดติดตรึงสายตามากกว่าสวยหวานน่าทะนุถนอมตามพิมพ์นิยม รูปร่างทรงนาฬิกาทรายเธอยังสามารถกลายเป็นนางแบบแถวหน้าได้ ในอีกห้าปีเธอจะกลายเป็นนางแบบที่โด่งดัง ทั้งรูปร่างหน้าตา บุคลิกท่าทาง และข่าวฉาวเกี่ยวกับการนอกใจของสามี

ห้องแต่งตัวระยิบระยับในตอนนี้ไม่มีอะไรดึงดูดสายตาลู่อวี่ที่ถูกกาลเวลากว่าในอนาคตขัดเกลาได้อีกต่อไป แต่เพราะกระชั้นชิดเกินกว่าจะสั่งตัดชุดใหม่จากห้องเสื้อชั้นนำ เธอจึงต้องหลับหูหลับตาเลือกหยิบมาส่งๆตัวหนึ่ง

ร่างสูงเพรียวในชุดเดรสยาวสีน้ำเงิน กระโปรงยาวถึงเข่าผ่ายาวตั้งแต่ต้นขาเผยเรียวขาคู่งามแสนดึงดูดสายตา ผิวเนียนไร้ตำหนิ รองเท้าส้นเข็มราคาชวนหวาดเสียวพอๆกับความรู้สึกยามสวมมันย่างเท้า ทว่าคุ้มค่ากับความต้องการดึงดูดสายตาในค่ำคืนนี้ ดวงดาวของงานคือเจ้าของวันเกิดอย่างเธอและมันสมควรเป็นอย่างนั้น ไม่ใช่’เพื่อนสนิท' ที่บังเอิญใส่ชุดสีแดงเพลิงอย่างครั้งก่อน

ดวงตาหงส์เหยียดยิ้มรอชมเรื่องสนุกในวันนี้อยู่ตลอดเวลา ตวัดหางตามองนาฬิกาบนฝาผนัง น่าจะช่วงเวลาประมาณนี้นี้ที่คนคนนั้นจะปรากฏตัว ลู่อวี่เช็คเครื่องประดับและการแต่งหน้าของตัวเอง ทั้งๆที่แต่งหน้ามาอย่างสมบูรณ์แบบแล้วแต่ก็ยังหยิบลิปสติกสีสดทาเน้นไปอีกครั้งอย่างอดไม่อยู่ แต่พอครุ่นคิดอีกทีก็ต้องรีบควานหากระดาษมาเช็ดออกส่วนหนึ่ง เพราะจุดมุ่งหมายหลักของเธอวันนี้ไม่ใช่การไปประชันกับใคร แต่เป็น…

นึกถึงร่างสูงโปร่งพร้อมใบหน้าประหม่าที่ทำให้คนลืมไม่ลงในตอนนั้น ดวงตางามทอประกายพราวระยับ สวมกำไลไข่มุกไร้ตำหนิ ก่อนคว้ากระเป๋าถือสีดำสนิทพร้อมล้วงกุญแจรถคันหรูไปยังที่จอดรถของคฤหาสน์ด้วยท่าทางผ่อนคลาย

หลังจากบังคับพวงมาลัยรถหรูแล่นมาถึงหน้าประตูคฤหาสน์ส่วนตัว ลู่อวี่จงใจชะลอความเร็วพร้อมกับรอให้ร่างสูงในชุดสูทสีน้ำเงินเข้มในความทรงจำปรากฏตัวก่อนเพื่อป้องกันไม่ให้ออกมาเร็วเกินที่เขาจะเตรียมตัว หรือช้าจนเขาหมดไฟ โชคดีที่กระจกรถติดฟิล์มไม่ให้ข้างนอกมองเข้ามาได้จึงไม่มีคนเห็นดวงตางามที่เพ่งมองจนแทบกลั้นหายใจ จนเห็นคนที่คิดเดินตรงมาโบกรถ จึงค่อยๆชะลอให้รถหยุดก่อนกดเปิดประตูจนขายาวลงจากรถ แสดงสีหน้าประหลาดใจก่อนกล่าวทักพร้อมรอยยิ้มหวาน

" หานเซียว? " เธอจำคนคนนี้ได้ในทันทีและรู้สาเหตุที่เขามาแต่ยังแสร้งทำท่าแปลกใจถามขึ้นมา " ทำไมนายถึงมาอยู่ที่นี่ได้ล่ะ "

หานเซียวชะงักเมื่อเห็นหญิงสาวลงจากรถตรงมาหาเขาทันที ท่าทางบอบบางเหมือนกระต่ายขาวที่ต้องเผชิญหน้ากับหมาป่าสาวไม่มีผิด ชายหนุ่มหลุบตาเขินอายเล็กน้อยขณะพยักหน้าส่งเสียงขานรับกลับ " รุ่นพี่ลู่ครับ อันที่จริงผมมีเรื่องอยากจะบอกมาซักพักแล้ว… "

เมื่อเหลือบเห็นว่าเธอเอียงคอมองอย่างสงสัยแต่ก็พยักหน้าเป็นเชิงให้เขาพูดต่อ ใบหูเขาพลันกลายเป็นสีแดงก่ำ ดูอึกอักเล็กน้อยยามจะกล่าวประโยคต่อมาแต่เขาก็สามรถกลั้นใจกล่าวจนจบในทีเดียว ประโยคเดียวกับชาติก่อนทั้งน้ำเสียงและสีหน้าอารมณ์

" ผมชอบรุ่นพี่ครับ! ถึงผมจะเด็กกว่าแต่ถ้าให้โอกาสผมรับประกันว่าจะเป็นที่พึ่งพิงให้รุ่นพึ่ให้ได้ ผมอยากให้รุ่นพี่พิจารณาเรื่องการพัฒนาความสัมพันธ์อย่างจริงจัง แต่ถ้ารุ่นพี่ไม่ชอบผมสัญญาว่าจะไม่เอาไปพูดกับคนอื่นแน่ครับ ขอแค่ได้อยู่ข้างรุ่นพี่…เอ่อ" เขาอึกอักในประโยคหลังเมื่อเห็นเธอไม่มีปฏิกิริยาตอบสนอง

ท่าทางรีบพูดราวกับกลัวเธอเดินหนีในอึดใจถัดมาแบบนี้ อืม… นี่สินะความสดใสของฤดูใบไม้ผลิ ลู่อวี่รำพึงรำพันในใจแต่ฉากหน้ายังสวมหน้ากากของรุ่นพี่ที่หนุ่มรุ่นน้องชื่นชม

“ ผมอาจจะรบกวนมากไป… “

ในครั้งก่อนนั้นนอกจากแปลกใจ ลู่อวี่ยังนึกเอ็นดูท่าทางของรุ่นน้องหนุ่มยามมาสารภาพรักกับเธอด้วย ครั้งนี้ก็เหมือนกัน ดูท่าทางตื่นๆ ราวของเขาที่ราวกับกลัวว่าเธอจะกินเขาเข้าไปในคำเดียว ลู่อวี่อยากบอกว่าเธอไม่คิดจะกินเขาหรอก แต่เมื่อนึกถึงสิ่งที่เธอกำลังจะทำลู่อวี่ก็ปิดปากเงียบพร้อมอมยิ้มน้อยๆ เริ่มล่อลวงหนุ่มรุ่นน้องเข้ากับดักอันใหญ่ที่เธอใช้เวลาเตรียมตลอดระยะเวลาสามวัน

“ นายชอบฉันเหรอ? “

เขาพยักหน้าหงึกๆ อย่างน่าเอ็นดู

ลู่อวี่ไม่กล้าถามว่ามากแค่ไหน เพราะหานเซียวเคยใช้เวลาเป็นเครื่องพิสูจน์มาแล้ว ในตอนที่คนทั้งโลกหันหลังให้เธอ มีแต่เขาที่ยื่นมือมามาในทุกเรื่อง ถึงเธอจะพยายามไม่ฉุดรั้งเขาไว้ เขาก็ดื้อรั้นไม่ยอมปล่อยมือ เป็นคนโง่คนหนึ่งที่ทำให้เธอปวดใจ

เมื่อนึกถึงอดีตก่อนกลับมาที่ชีวิตเธอใช้ชิวิตแทบไม่ต่างตายทั้งเป็นแล้ว การตั้งสติในสามวันหลังนี้ทำให้เธอมองโลกนี้น่าอยู่ขึ้นจนแทบจะยิ้มให้กับการถูกสำนักข่าวเล็กๆหาว่าแอบซุ่มเก็บตัวเพราะตั้งครรภ์กับผู้มีอิทธิพล เพราะนั่นเป็นการระบประกันว่าเธอในตอนนี้ยังไม่ใช่ ‘นายหญิงโจว’คนนั้น ที่หมดหวังกับทุกอย่างเพราะลูกชาย

ในชีวิตถึงจะไม่มีลูกชายแล้วแต่เธอยังสามารถเริ่มต้นใหม่ได้ เพราะเขาเลือกเกิดไม่ได้แทนที่จะให้เขามาเจอกับพ่อแบบโจวซู่หมินหรือแม่แบบเธอในหลายวันก่อน สู้ปล่อยให้เขาได้ไปอยู่อยู่ในครอบครัวอื่นที่อบอุ่นดีกว่า ถ้าเธอไม่เชื่อในโจวซู่หมินเด็กคนนั้นไม่ต้องมาเจอกับอนาคตที่โหดร้าย ทั้งเธอและรุ่นพี่โจวต่างต้องมีเส้นทางของตัวเองและทางเส้นนั้นจะไม่มีทางมาบรรจบกัน

จากนั้นลู่อวี่จึงหันมองคนตรงหน้าให้ดี หานเซียวมีใบหน้าที่สมบูรณ์แบบ เหมือนจะได้รับยีนดีมาจากครอบครัวอย่างไม่ขาดไม่เกิน ส่วนสูงเกือบสองเมตร ต่างจากโจวซู่หมินที่สูงกว่าเธอไม่ถึงครึ่งหัวจนถ้าเธอใส่รองเท้ามีส้นจากส่วนสูงหนึ่งจุดเจ็ดเมตรเธอเมื่อเพิ่มเข้าไปเขาก็จะดูเป็นผู้ชายตัวเล็กขึ้นมาทันที เธอจึงเคยเลิกใส่ส้นสูงอยู่พักใหญ่

" งั้นเรามาคบกันเถอะหานเซีย- ไม่สิตอนนี้ต้องเรียกว่าที่รักสินะ " น้ำเสียงล่อลวงที่แฝงกลิ่นอายยั่วเย้าหน่อยๆ พร้อมยิ้มหวานอ่อนโยนยามช้อนตามอง ทำให้หานเซียวต้องกลั้นหายใจพร้อมกับมีท่าทีไม่คาดคิดกับคำตอบของเธอ ในสายตาลู่อวี่เขาเหมือนกระต่ายขาวแสนน่าเอ็นดูที่ตกใจจนประมวลผลประโยคเมื่อครู่ครบทั้งประโยคอีกหลายรอบเพื่อแน่ใจว่าตัวเองไม่ได้ฟังผิด

อา…ตอนนั้นเธอทิ้งเจ้าลูกกระต่ายไปเอาหมาป่าตาขาวมาได้ไง!

เพื่อนเก่า

หานเซียวที่ยืนอยู่ตรงหน้าเธอตอนนี้คือชายหนุ่มอายุน้อยคนหนึ่ง เพราะท่าทางประหม่าปนเขินอายที่ตามมาในภายหลังทำให้ทั่วร่างของเขาราวกับจะแผ่กลิ่นอายอันบริสุทธิ์ไร้เดียงสาชวนให้คนอยากย่ำยีออกมา ผิวของเขาซึ่งโผล่พ้นชุดสูทออกมานั้นขาวซีดยิ่งกว่าเธออีก ลู่อวี่กล้าพนันได้เลยว่าเมื่อผ่านไปซักห้าปีสิบปี เขาจะเติบโตชายหนุ่มที่ทำให้คนเหม่อมองได้แทบทุกเพศทุกวัย เขาในอีกข้างหน้าที่มีผู้ติดตามจำนวนมากจนเทียบชั้นกับคนในวงการบันเทิงได้นอกจากความสามาถแล้วส่วนหนึ่งก็เพราะใบหน้านี้เช่นกัน
ทั้งๆที่เป็นชายหนุ่มที่โตแล้วแต่กลับยังมีใบหน้าที่ยังออกไปทางหวานปนน่าเอ็นดูอย่างกับตุ๊กตา ที่เขามองเธออย่างตกตะลึงปนขึ้นสีแดงระเรื่อ คงเพราะเขาคาดเดามาก่อนกระมัง ว่าเธอจะ 'ปฏิเสธ'
หานเซียวในครั้งนั้นหลังจากถูกปฏิเสธก็ไม่ได้แสดงท่าทีผิดหวังออกมา นอกจากท่าทางประหม่าที่หายไปแล้ว เขายังแสดงสีหน้าผ่อนคลายยิ้มติดเศร้าส่งให้เธอราวกับคาดเดาคำตอบได้ตั้งแต่ต้นแต่ก็ยังจะดึงดันให้สุดเท่านั้น
อืม… หานเซียวนี่ดูดีจริงๆ สมกับเป็นชายหนุ่มที่ผู้หญิงอยากแต่งงานด้วยครึ่งค่อนเมืองในอีกห้าปีข้างหน้า และเมื่อตอนนี้เขากลายเป็นคนของเธอ ลู่อวี่ก็จะไม่ยอมให้มีความเศร้าหลงเหลืออยู่บนใบหน้านี้ตลอดเวลาเหมือนครั้งก่อนอีก
หญิงสาวคิดว่าเขาน่าจะต้องใช้เวลาอีกพักใหญ่จึงหันมองไปที่รถของตัวเองถาม " งั้นที่รัก เราไปงานเลี้ยงรุ่นพร้อมกันดีไหม? "
เมื่อเห็นหานเซียวที่ยังมีท่าทางงงวยตามเธอขึ้นรถซื่อๆ ตอนนี้เธอคิดว่าตัวเองคือหมาป่าสาวจริงๆ ลู่อวี่ไม่ถามว่าเขามาถึงคฤหาสน์ของเธอด้วยวิธีใดหรือจอดรถไว้ตรงไหน
ในเมื่อเหยื่อตัวน้อยเดินมาถึงปากแล้วหากลู่อวี่ยอมปล่อยให้เขากลับขึ้นรถตังเองง่ายๆ นั่นไม่ใช่ทำโอกาสดีหลุดมือเหรอ
ลู่อวี่เอนตัวเปิดประตูข้างคนขับให้แฟนหนุ่มหมาดๆด้วยท่าทางเป็นธรรมชาติ หานเซียวนั่งตัวตรงดึงเข็มขัดรัดตัวเอง ภายใต้สายตาลู่อวี่ เธอถอนหายใจยิ้มหวานหยด ก่อนขมวดคิ้วพอเป็นพิธีเอ่ยปากทัก
" ที่รัก อะไรติดผมคุณน่ะ "
" ครับ? " ชายหนุ่มเหมือนทวนแระโยคนั้นอีกทีก่อนคลำผมที่จัดทรงไว้ของตัวเองทันที
" ไม่ใช่ตรงนั้น "
" เดี๋ยวฉันช่วย” ตอนที่เขายังไม่ทันมีปฏิกิริยาตอบรับ ลู่อวี่ก็เอ่ยเสนอตัวเป็นแบบอย่างคนรักที่ดี
ร่างเพรียวระหงดันตัวออกจากเบาะอย่างง่ายดาย หานเซียวเหมือนเพิ่งรู้ว่าหญิงสาวยังไม่ได้คาดเข็มขัดตอนขึ้นจากรถ ทว่าก่อนที่เขาจะเอ่ยปากถามอะไรใบหน้างามก็เข้ามาประชิดตัว ทาบทับอยู่ด้านบนของเขาแล้ว ลู่อวี่ยิ้มขำท่าทางเหวอน้อยๆ ของแฟนหนุ่ม พลางเลื่อนปลายนิ้วเรียวสวยไว้หลังเส้นผมดำ ออกแรงขยุ้มเบาๆ ให้เขาเงยหน้าขึ้นมาเธอโน้มตัวลงไป
" อา… " เสียงคำรามเล็กเล็ดลอดออกมาพร้อมกับที่คู่หนุ่มสาวภายในรถรับรู้ถึงลมหายใจอุ่นที่พัวพันกันทั้งสองสาย
หานเซียวเหมือนกับกำลังสวมบทบาทเป็นกระต่ายซื่อบื้อตัวจริง ในตอนลู่อวี่จู่โจมด้วยการขบเม้มและดูดดึงติ่งหูนุ่มขาวเหมือนหิมะไล้ลงจนถึงซอกคอ หานเซียวเผลอส่งเสียงครางในลำคอก่อนที่ริมฝีปากร้อนจัดจะลากยาวมาถึงลูกกระเดือกสีขาวซีดซึ่งกำลังขยับขึ้นลงตามจังหวะเสียงคำรามเล็ก สัมผัสร้อนขบเม้นอย่างซุกซนบนผิวบอบบางปิดกั้นเสียงเล็กๆ ของเขา กว่าจะทันรู้ตัวแขนขาวซีดก็ดึงร่างบางเข้าใกล้พลางเชยคางเรียวขึ้นมาประกบปิดริมฝีปากอ่อนนุ่มที่เอาแต่ซุกซนบนร่างกายกายเขา
ปลายนิ้วขาวซีดให้สัมผัสเย็นแผ่วเบา น้ำหนักกำลังพอดีเหมือนอุ้งมือแมวเริ่มกลายเป็นหนวดปลาหมึก คืบคลานบนต้นขาขาวเนียน เมื่อรู้ว่าตัวเองเสียจังหวะรุก ลู่อวี่ก็ออกแรงเม้มเบาบางบนปลายลิ้นที่กำลังจะรุกล้ำเข้ามาของหนุ่มรุ่นน้อง ออกเสียงดุติดกลิ่นอายยั่วเย้าไม่ทันสร่าง
" พอแล้ว นี่จะไม่ไปงานกันหรือไง "
ส่วนชายหนุ่มที่เพิ่งฉวยโอกาสรุกเธอ ยามนี้กลับหลุบตางุดด้วยใบหน้าแดงก่ำจนลู่อวี่ไม่กล้าเอ่ยปากต่อ ได้แต่หันหน้าหลบกลับมาจับพวงมาลัยบังคับรถออกตัวจากคฤหาสน์เพื่อมุ่งหน้าไปยังมหาวิทยาลัย หลงเหลือเพียงกลิ่นอายยั่วยวนอบอวลภายในรถไม่จางหายไป
โจวซู่หมิน ลู่อวี่ และหานเซียวจบจากโรงเรียนมัธยมชั้นนำแห่งเดียวกัน ทั้งยังเรียนต่อในระดับปริญญาในมหาลัยเดียวกัน จะว่าบังเอิญก็ไม่ใช่แต่เพราะในเมืองแห่งนี้เด็กที่จบจากโรงเรียนมัธยมของเธอมักจะต่อในมหาลัยชั้นนำของเมืองอย่างต่อเนื่องกันอยู่แล้ว
ลู่อวี่มีนัดรับเพื่อนสนิทที่ต่อปริญญาโทในมหาวิทยาลัยเดิม ต่างจากเธอที่พอจบก็เดินเข้าสู่สายเดินแบบกลายเป็นนางแบบผู้มีชื่อเสียงในระยะเวลาสั้นๆ รออยู่สิบนาที 'ฟางหรง' หญิงสาวในชุดเดรสปาดไหล่สีแดงเพลิงก็พาร่างของตัวเองออกมาจากประตูหลังมหาวิทยาลัย
เดิมทีเธอไม่เข้าใจว่าทำไม เพื่อนสนิทจึงไม่ขับรถไปงานเลี้ยงรุ่นเองแต่เพราะหาเหตุผลโต้แย้งไม่ได้ จึงต้องมารับผู้หญิงคนนี้ในครั้งนั้น
ความจริงคือหากไม่การเปรียบเทียบย่อมไม่มีใครบาดเจ็บ แต่เมื่อผู้หญิงสองคนเดินออกจากรถไปพร้อมกัน คนหนึ่งเตรียมพร้อมให้เกียรติงานเลี้ยงรุ่นเต็มที่ ส่วนอีกคนแต่งตัวเรียบง่ายเพื่อนในงานย่อมมองหาความจริงใจของคนทั้งนำมาเปรียบเทียบกันในทันที โดยเฉพาะเมื่อวันนี้เป็นวันครบรอบยี่สิบสามปีของคนที่ไม่ใส่ใจกับงานรวมรุ่น
จำนวนข้อความอวยพรและแสดงความยินดีของเธอในครั้งนั้นน้อยลงจนน่าใจหาย ทั้งๆ ที่มีเรื่องการคบหากับรุ่นพี่โจวมาช่วยหนุน เดิมทีเธอไม่รู่ว่าเพราะอะไรและไม่คิดจะสนใจแต่เมื่อเรื่องมันผ่านไปนานแล้วและเธอมองย้อนกลับมาอีกที ลู่อวี่ก็มองหาสาเหตุได้ไม่ยาก
" ลู่อวี่ " เมื่อเปิดประตูหลังเข้ามา หญิงสาวชุดแดงเพลิงขมวดคิ้วพลางลอบมองหานเซียวเป็นเชิงสอบถาม
ลู่อวี่ทั้งที่คาดเดาท่าทีตอบสนองของเพื่อนสนิทได้อยู่แล้วแต่ก็ยังแสดงสีหน้าเหมือนเพิ่งนึกได้ รีบเอ่ยแนะนำ " ที่รัก นี่ฟางหรงเพื่อนเก่าฉัน " แม้แต่คำว่าเพื่อนสนิทลู่อวี่ก็กระดากปากเกนกว่าจะใช้ตอกย้ำความโง่ของตัวเองในอดีต
หานเซียวพยักหน้ารับทันที ถึงแม้บรรยากาศรอบตัวรุ่นพี่ลู่จะเปลี่ยนไปชวนให้อึดอัดสับสนอยู่บ้างตั้งแต่ตอนที่ผู้หญิงคนนี้เข้ารถมา แต่ในเมื่อรุ่นพี่แนะนำว่าเธอคนนี้คือเพื่อนเก่า หานเซียวก็ไม่คิดถามอะไรเพิ่มอีก
" ฟางหรง นี่หานเซียวที่รักของฉัน " ลู่อวี่ยิ้มน้อยๆ พลางเหลือบมองแฟนหนุ่มรุ่นน้องที่กำลังทำหน้าตื่นของเธอสลับกับเพื่อนเก่าด้านหลังผ่านกระจก
คนทั้งสองมีท่าทีผิดไปจากปกติเมื่อสิ้นเสียงแนะนำ จากนั้นหานเซียวตัวน้อยก็เปลี่ยนจากตื่นตระหนกเป็นเขินอายจนปลายหูแดงก่ำทั่วร่างแผ่บรรยากาศเปี่ยมสุข ส่วนผูเหญิงอีกคนนอกจากยินดีแล้วยังไม่อาจปิดบังเสี้ยวความดูถูกเหยียดหยามในดวงตาและลู่อวี่รู้สาเหตุว่าทำไม
ความจริงฟางหรงแอบชื่นชมโจวซู่หมินตั้งแต่แรกแล้ว ทั้งแอบทำเรื่องลับหลังลู่อวี่หลายอย่างเพื่อตอบสนองความต้องการอยากครอบครองของตัวเอง สุดท้ายในบรรดาภรรยาด้านนอกของโจวซู่หมินก็รวมผู้หญิงคนนี้เข้าไปด้วย นั่นนับเป็นฟางเส้นสุดท้ายของเธอ

อ่านต่อนิยายเรื่องนี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...