โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

Thailand Vision เปิด 8 วิสัยทัศน์นายกรัฐมนตรี สำหรับขับเคลื่อนประเทศไทย

The Structure

อัพเดต 25 ก.พ. 2567 เวลา 19.03 น. • เผยแพร่ 25 ก.พ. 2567 เวลา 12.03 น. • The Structure

เมื่อวันที่ 22 ก.พ. 2567 นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ได้ประกาศวิสัยทัศน์ Thailand Vision “IGNITE THAILAND จุดพลัง รวมใจ ไทยต้องเป็นหนึ่ง” มุ่งเป้าพัฒนาประเทศไทยให้กลายเป็นศูนย์กลางเมืองแห่งอุตสาหกรรมระดับโลก ขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยสู่อนาคตที่ยั่งยืน ครอบคลุมทั้งการท่องเที่ยว การรักษาพยาบาลและสุขภาพ อาหาร การบิน การผลิตยานยนต์แห่งอนาคต เทคโนโลยี และการเงิน เพื่อการก้าวขึ้นเป็นที่ 1 ของภูมิภาคโดยอาศัยความได้เปรียบของประเทศไทย มีทั้งหมด 8 ด้านดังนี้

1 ศูนย์กลางเมืองท่องเที่ยว (Tourism Hub)

คนไทยกว่า 1 ใน 3 มีรายได้จากการท่องเที่ยว มีมูลค่าทางเศรษฐกิจกว่า 2.3 ล้านบาท หรือ 70% ของงบประมาณรายจ่ายประจำปี และเมืองไทยมีอัตลักษณ์ที่มีเสน่ห์ที่โดดเด่นในสายตาชาวโลก อีกทั้งยังมีเมืองรองอีกมากที่ยังรอการพัฒนา

รัฐบาลจะเปิดอิสรภาพในการเดินทางระดับภูมิภาคเพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่นักท่องเที่ยว เชื่อมโยงการเดินทางระหว่างประเทศเพื่อนบ้านสู่เมืองรอง และจะทลายข้อจำกัด กฎระเบียบที่เป็นอุปสรรคการท่องเที่ยว เพื่อให้เมืองไทยกลายเป็น Homestay ของคนทั้งโลก

2 ศูนย์กลางด้านการแพทย์และสุขภาพ (Wellness & Medical Hub)

ระบบการรักษาพยาบาลของประเทศไทยมีชื่อเสียงระดับโลก ทั้งศาสตร์การดูแลสุขภาพแผนไทยที่มีชื่อเสียง บุคลากรที่มีคุณภาพและ Service Mind ทั้งยังสามารถดูแลได้ครอบคลุมตั้งแต่เกิดไปจนถึงวัยชรา และรักษาได้ทุกโรค ด้วยค่าใช้จ่ายที่สมเหตุสมผล สร้างรายได้ให้ประเทศกว่า 4 หมื่นล้านบาท

ในขณะที่ระบบประกันสุขภาพของคนไทยจะได้รับการพัฒนา ยกระดับจาก “30 บาทรักษาทุกโรค” เป็น “30 บาทรักษาทุกที่” เพื่อให้คนไทยเข้าถึงการรักษาพยาบาลที่ดีขึ้นได้ ทั้งในโรงพยาบาลรัฐและเอกชน โดบใช้ AI เชื่อมฐานข้อมูลทั้ง 77 จังหวัดด้วยบัตรประชาชนเพียงใบเดียว ซึ่งจะแล้วเสร็จทั่วประเทศภายในปีนี้

3 ศูนย์กลางอาหาร (Agriculture & Food Hub)

ไทยจะดูแลความมั่นคงทางอาหารโลก ด้วยการยกระดับอุตสาหกรรมครบวงจร ตั้งแต่ภาคการเกษตร ไปจนถึงการแปรรูป และพัฒนาสูตรอาหาร ซึ่งรัฐบาลจะส่งเสริมเกษตรกรไทย ให้มีรายได้มากขึ้น 3 เท่าใน 4 ปีของรัฐบาลนี้ ด้วยการพัฒนาระบบชลประทาน และการประยุกต์ใช้เกษตรแม่นยำ ไปพร้อมๆ กับการดูแลเรื่องฝุ่น PM2.5

และจะพัฒนาอุตสาหกรรมอาหารแห่งอนาคต การวิจัยพัฒนาอาหารโปรตีนสูงจากพืช ตลอดจนการพัฒนาอาหารที่แปลกใหม่ ซึ่งคาดว่าจะเป็นกระแสของตลาดโลกในอนาคต รวมถึงการยกระดับคุณภาพอาหาร ทั้งอาหาร Halal อาหารสำหรับผู้ป่วย และอาหารชนิดพิเศษอื่น ๆ

4 ศูนย์กลางการบิน (Aviation Hub)

จะพัฒนาสนามบินให้รองรับการ Transit ของสายการบิน และเตรียมปรับเปลี่ยนเส้นทางตารางบินให้เหมาะสม เพื่อเพิ่ม Transit Capacity ให้สูงขึ้น และให้มีความเชื่อมโยงกับเมืองรองให้มากขึ้น พร้อมเป็น

Home-base มากขึ้น

ซึ่งการปรับปรุงการบิน ไม่ได้เพียงเพื่อรองรับการเดินทางเท่านั้น แต่จะรองรับการขนส่งสินค้าทางอากาศ และมีความพร้อมที่จะเป็นศูนย์ดูแลรักษา ซ่อมบํารุง ที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาค

5 ศูนย์กลางขนส่งของภูมิภาค (Logistic Hub)

ภายในปี 2593 จะมีการขยาย Motorway เพิ่ม 10 เท่าเป็น 2,500 กม. และมีทางหลวงแผ่นดิน 4 เลนเพิ่มเป็น 23,000 กม. เชื่อมโยงประเทศเพื่อนบ้านจากเหนือจรดใต้ ขยายระบบรางคู่เพิ่มอีก 2,000 กม. ให้ระบบรางระหว่างเมืองมีระยะทางรวม 5,500 กิโลเมตรภายในปี 2573

จะมีการสร้างทางรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน และเชื่อมโยงถึงหนองคาย และท่าเรือน้ำลึกที่แหลมฉบัง เพื่อรองรับภาคอุตสาหกรรม และกลายเป็นนศูนย์กลางคมนาคมของอาเซียน เชื่อมจีน ยุโรป และเป็นศูนย์กลางขนส่งผ่าน Land Bridge เชื่อมสองฝั่งมหาสมุทรอันดามัน-อ่าวไทย สร้างความสมดุลสู่ความมั่งคั่งเป็นตัวกลางการค้าระหว่างโลกตะวันตกและตะวันออก

6 ศูนย์กลางผลิตยานยนต์แห่งอนาคต (Future Mobility Hub)

ตั้งเป้าหมายการลงทุนกว่า 1 ล้านล้านบาท เพื่อผลักดันไทยให้กลายเป็นศูนย์กลางการผลิตยานยนต์แห่งอนาคต และจะให้ความช่วยเหลือบริษัทยานยนต์ญี่ปุ่น ที่เลือกประเทศไทยเป็นบ้านหลังที่ 2 ในการเปลี่ยนผ่านไปสู่อุตสาหกรรมยายนต์แห่งอนาคต และวางรากฐานรองรับเทคโนโลยีอนาคตอื่น เช่นเครื่องยนต์ไฮโดรเจน

7 ศูนย์กลางเศรษฐกิจดิจิตอล (Digital Economy Hub)

ดึงดูดการลงทุนด้านอุตสาหกรรมดิจิทัลให้เข้ามาลงทุนในประเทศไทย ไม่ว่าจะการผลิตเซมิคอนดักเตอร์ ศูนย์ Data Center รวมไปถึงการวิจัยและใช้งาน AI และ Deep Tech เพื่อให้โปรแกรมเมอร์ชาวไทยกว่า 3 แสนคนได้มีงานทำในประเทศ และเปิดโอกาสให้คนไทยที่อยากจะเป็นเจ้าของธุรกิจStart Up สามารถสร้าง Unicorn ของตนเอง

8 ศูนย์กลางทางการเงิน (Financial Hub)

ตั้งเป้าจะเปลี่ยนให้ไทยเป็น Financial Center of Southeast Asia ขับเคลื่อนโดยระบบการเงินที่แข็งแกร่ง ดึงสถาบันการเงินระดับโลกเข้ามาลงทุน สร้างย่านการเงิน Wall Street ของอาเซียนให้เกิดขึ้นในประเทศไทย และพัฒนา Infrastructure รองรับระบบการเงินแห่งอนาคตขับเคลื่อนด้วย Blockchain ที่ไร้ตัวกลาง

และเตรียมปลดล็อก Digital Asset ต่าง ๆ ให้สามารถแปลงเป็นผลผลิตในโลกแห่งความเป็นจริง รวมถึงเชื่อมต่อระหว่างสินทรัพย์ในโลกปัจจุบันให้มาอยู่บนโลกดิจิทัลได้อีกด้วย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...