โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เรื่องสั้น

(BL) ซ่งหยวน ทะลุมิติมาป่วนรัก

นิยาย Dek-D

อัพเดต 09 พ.ค. 2567 เวลา 14.10 น. • เผยแพร่ 09 พ.ค. 2567 เวลา 14.10 น. • เม่าทองคำ
ซ่งหยวน เจ้าสำนักฉีเทียน เสียท่าให้กับปีศาจมังกรเพลิงที่มีตบะบำเพ็ญถึงห้าแสนปี เมื่อได้สติกลับกลายมาอยู่ในร่างของ ซ่งหยวน นักแสดงตัวประกอบผู้หนึ่ง

ข้อมูลเบื้องต้น

ซุบซิบดารา
นักแสดงเกรด C อักษรย่อ SY ตามตื้อพระเอกดัง อักษรย่อ WJ จนเจ้าตัวโดนอัปเปหิออกจากงานปาร์ตี้วันเกิดนางเอกชื่อดัง อ่านต่อ
อะไรกัน ใครมันช่างเขียนข่าวมั่วซั่วเช่นนี้ เจี๋ยเกอเกอนะเหรอจะไล่เขาออกมา มีแต่จะเป็นห่วงเขาล่ะไม่ว่า วันก่อนยังถามเขาอยู่เลย
“นายไม่มีงานทำเลยหรือไง”
เขาก็ตอบว่า “ไช่” เจี๋ยเกอเกอถึงกับส่ายหัวกุมขมับเพราะเป็นห่วงเขามาก

????

ฝาก E-Book

https://www.mebmarket.com/web/index.php?action=BookDetails&data=YToyOntzOjc6InVzZXJfaWQiO3M6NzoiNDk2ODY5NCI7czo3OiJib29rX2lkIjtzOjY6IjI5NzQyMiI7fQ

ชี้แจงเรื่องติดเหรียญ

จะมีการติดเหรียญอ่านล่วงหน้า ตอนละ 3 Coin จบแล้วจะติดเหรียญถาวรตอนละ 6-8 Coin

ขอบคุณที่สนับสนุน

ใครไม่ชอบแค่กดออกได้นะคะ รบกวนไม่คอมเม้นท์บั่นทอนกำลังใจนักเขียน

โลกใหม่

โลกใหม่

TW: มีฉากบรรยายเกี่ยวกับ suicide การฆ่าตัวตาย

ทำความเข้าใจก่อนอ่าน เป็นโลกนิยายที่ไม่อิงความเป็นจริง เซ็ตโลเคชั่นของนิยายคือวงการบันเทิงจีน ค่าเงินจีนนะคะ ส่วนอาหาร อิงตามอาหารไทย

-----------------------------

ซ่งหยวน จ้องมองร่างที่สะท้อนในกระจกเงา ใบหน้านี้ช่างคล้ายกับเขาในโลกก่อนถึงเจ็ดส่วน ผิวพรรณขาวผ่องอมชมพู ร่างบอบบางราวดรุณีแรกรุ่น เขาทบทวนความทรงจำของร่างเดิมอยู่ครู่ใหญ่ ก็พบว่านี่เป็นอีกโลกหนึ่งซึ่งต่างจากที่ที่เขาจากมามากนัก

คนที่นี่ไร้ลมปราณ ไร้วิชา อ่อนแอราวมดปลวก ร่างเดิมนี้มีอาชีพเป็นดารา หลายคนเรียกเขาว่า นักแสดงปลายแถว ที่พอมีชื่อเสียง แต่เป็นชื่อเสียงในทางไม่ดีเสียมากกว่า

‘อี้ พวกมือที่สาม อย่าไปให้ค่ามันเลย’

‘เกลียดนัก พวกแย่งของคนอื่น’

‘ได้ข่าวว่าเป็นเมียน้อยด้วยล่ะ แนบรูป’

‘น่าจะตายๆ ไปซะ’

“อุแว้ๆๆๆๆๆๆ” เสียงร้องอันดังลั่นของทารกวัยเก้าเดือนกำลังแผดร้องเพราะหิวโหย เรียกสติซ่งหยวนที่พึ่งตื่นจากร่างที่พึ่งจะกินยาเกินขนาดมา

ซ่งหยวนเดินเข้ามาใกล้ทารกน้อย พร้อมส่งลมปราณให้เด็กน้อย เมื่อทารกสัมผัสถึงความอบอุ่นที่ไหลเวียนในร่าง เด็กน้อยจึงหลับไปอีกครั้ง

ซ่งเว่ยหลง คือชื่อของเด็กน้อยคนนี้ ซึ่งเป็นน้องชายแท้ๆ ของเขาเอง แม่กับพ่อของร่างเดิมประสบอุบัติเหตุรถชน ญาติๆ สุดที่รักทั้งหลายจึงพากันปัดความรับผิดชอบ โยนชีวิตน้อยๆ มาอยู่กับซ่งหยวนคนเก่า ที่ซึ่งแม้แต่ชีวิตตนเองยังเอาไม่รอด

ซ่งหยวนที่กำลังเจอมรสุมข่าวฉาวเข้า ทั้งงานหรือเพื่อนร่วมวงการต่างถอยห่าง จิตใจที่เปราะบางจึงหาทางหลีกหนี ชีวิตที่มืดมนไร้ทางออก ความโดดเดี่ยวที่ต่อสู้มาทั้งชีวิตทำให้ร่างเดิมดำดิ่ง รู้ตัวอีกทีก็ปีนระเบียงคอนโดแล้ว จนกระทั่งเสียงร้องไห้ของน้องชายทำให้ซ่งหยวนได้สติถอยห่างจากระเบียง แต่ซ่งหยวนคนเก่าก็ยังคิดว่าอยากจะนอนแล้วไม่ต้องตื่นขึ้นมาอีก จึงกินยานอนหลับเกินขนาดเข้าไป จนกระทั่งซ่งหยวนอีกคนตื่นขึ้นมา

ด้วยร่างกายที่อ่อนแรง ซ่งหยวนจำต้องนั่งเดินลมปราณอยู่ครู่ใหญ่ โชคดีที่ยังพอฝึกลมปราณได้ แม้จะต้องเริ่มฝึกตนใหม่ก็เถิด แต่เหนือสิ่งอื่นใด ซ่งหยวนรู้สึกดีใจเมื่อถุงเฉียนคุน[1]

ยังตามเขามาด้วย สมุนไพรและของวิเศษต่างๆ ที่ซ่งหยวนหามาได้ยังอยู่ครบ นั่นจึงทำให้ใบหน้างามยิ้มอย่างเบิกบานใจ

เมื่อรู้สึกสบายตัวขึ้นแล้ว จึงเริ่มทบทวนความทรงจําของร่างเดิม ช่างประหลาดนัก เพราะปกติ หากเกิดการสวมร่างคืนวิญญาณขึ้น ไม่มีทางที่จะมีความทรงจำของร่างเดิมได้

แต่ตอนนี้ความทรงจำของซ่งหยวนคนเดิมกลับชัดแจ้งไม่ตกหล่น เอาเถิด ไว้ค่อยหาคำตอบ เมื่อฝึกลมปราณถึงขึ้นหยวนอิงเมื่อไหร่ ความจริงคงปรากฏ

ซ่งหยวนคนเดิมเป็นคุณชายตระกูลซ่ง เข้ามาทำงานในวงการเพราะชื่อชอบรุ่นพี่ที่เป็นพระเอกดังอย่าง หวังเจี๋ย ล้มลุกคลุกคลานอยู่หลายปีก็ยังไม่ประสบความสำเร็จ จนผู้เป็นพ่อแม่จากไป พร้อมกับทิ้งน้องชายคนเล็กที่อายุห่างจากเขาถึง 20 ปี ลูกหลงที่ไม่มีใครคิดว่าจะมี แต่เมื่อคลอดออกมาก็เป็นที่รักของตระกูลซ่ง จนกระทั่งเกิดเรื่องราว

แม่ของซ่งหยวนเป็นคนต่างมณฑลที่ฐานะไม่ได้ร่ำรวย หลายครั้งที่ทะเลาะกับบ้านใหญ่ ซ่งหยวนมักหนีออกจากบ้าน ไปอยู่กับตายาย พออารมณ์เย็นก็กลับบ้าน บ้านตายายอยู่มณฑลเหอหนานที่ซ่งหยวนไม่ได้ไปนานแล้ว หลังจากที่ย้ายออกมาอยู่คอนโดคนเดียวพร้อมกับงานในวงการบันเทิง

“หาอะไรกินดีกว่า” มือขาวผ่องกดหน้าจอสี่เหลี่ยมของสมาร์ตโฟนอย่างเคยชิน ซ่งหยวนคนใหม่ ไม่ได้ตะขิดตะขวงใจการใช้งานสิ่งนี้เพราะมีความเคยชินและความทรงจำของร่างเดิม ไม่นานนักอาหารก็มาส่ง

ซ่งหยวนสั่งกะเพราหมูกรอบพิเศษมาสามกล่อง ในใจยังรู้สึกว่าไม่อิ่ม คราวหน้าต้องสั่งห้ากล่อง ถึงจะพอดี

อืม ร้านนี้อร่อย

ระหว่างที่กินข้าว ซ่งหยวนก็ดูวิดิโอเกี่ยวกับการเลี้ยงเด็กทารกวัยเก้าเดือน

อ่า ต้องซื้อโจ๊กสำหรับเด็ก ที่มีชื่อเรียกว่า ซีรีแล็คและของใช้ที่จำเป็นต่ออาหลง ซ่งหยวนจึงกดสั่งมาตุนไว้ เพราะเมื่อดูเปิดแอพดูของเกี่ยวกับเด็กมากๆ ก็จะมีหน้าต่างโฆษณาเด้งขึ้นมา ไปๆ มาๆ ก็หมดไปเป็นหมื่นหยวน

ตาเรียวสวยเหลือบมองเจ้าตัวเล็กที่หลับอยู่อย่างมันเขี้ยว ตัวเล็กแค่นี้ ใยใช้เงินเยอะนัก หากทารกน้อยตอบได้ คงตอบว่า ผมบังคับมือพี่กดมาเหรอฮะ? ที่สั่งมาทารกอย่างเขากินได้เป็นปีๆ เลยนะ

จากความทรงจำ ซ่งหยวนหมดสัญญากับค่ายเก่าแล้ว เขาจึงต้องหางานทำ แม้ว่าจะมีเงินที่พ่อแม่ทิ้งไว้ให้ที่พอจะอยู่ได้อีกเป็นสิบๆ ปีก็ตาม

แต่เมื่อน้องชายโตพอจะเข้าเรียนได้เมื่อไหร่ กระเป๋าแบนแน่ๆ

“แอ้ แอ้” เสียงเด็กน้อยที่พึ่งตื่นขึ้นมาเรียกสติซ่งหยวนกลับมา

“ไง เจ้าตัวเล็ก หิวหรือยัง รอก่อนนะ เดี๋ยวโจ๊กก็มาส่งแล้ว” ซ่งหยวนชงนมให้อาหลงกินไปก่อน

กินนมอิ่มแล้วจึงจัดท่าเด็กน้อยมานั่งเรอ แล้วจึงเปลี่ยนแพมเพิสให้ ฉี่เสร็จก็ไม่ร้องเตือนกันเลย

ซ่งหยวนมองไปรอยๆ ห้องก็เห็นโปสเตอร์รูป หวังเจี๋ยอยู่เต็มไปหมด มือบางจึงเข้าไปเสิร์จหาข้อมูลก็พบว่า คนคนนี้เป็นทายาทตระกูลหวัง เป็นตระกูลใหญ่ที่มีอิทธิพลอันดับหนึ่งของประเทศ ตระกูลที่แม้แต่ตระกูลซ่งคงเทียบไม่ติด

ซ่งหยวนนอนอ่านข่าวเก่าๆ ของร่างเดิมอยู่นาน

‘จ้าวเหลียง ปัดข่าวที่กิ๊กกับนักแสดงรุ่นน้องอย่าง ซ่งหยวน ยืนยันมีภรรยาคนเดียว’

ด้าน จ้าวซีอวิ่น ดาราสาว ภรรยาของ จ้าวเหลียง สัมภาษณ์ว่า

‘ยังรักกันดีกับสามี พวกที่ผ่านมาก็แค่ของเล่น’

เหอะ

ซ่งหยวนคนเก่าไม่เคยไปยุ่งกับคนแซ่จ้าวนี่เลย มีแต่ไอ้คนแซ่จ้าวหน้าไม่อายนั่นแหละ มาตอแยเขา ส่วนคนเป็นภรรยาก็หูเบา หลับหูหลับตาให้สามีหลอก

ซ่งหยวนคนเดิมถูกสามีภรรยาคู่นี้ตามราวีไม่เลิก จ้าวเหลียงโกรธที่ถูกซ่งหยวนปฏิเสธ ส่วนจ้าวซีอวิ่นก็หึงหวงจนหน้ามืดตามัว ใช้เส้นสายในวงใน เล่นงานซ่งหยวนทุกครั้งที่ได้โอกาส

ซ่งหยวนปล่อยเรื่องนี้ไปก่อน ตอนนี้เขากำลังตั้งเตาปรุงยา ส่วนการหลอมยา รอให้เขาเลื่อนขั้นลมปราณได้เสียก่อน สมุนไพรมากมายถูกเรียกออกมาจากถุงเฉียนคุน

ร่างกายนี้จำต้องบำรุง การฝึกตนให้ไปถึงขึ้นหยวนอิง แม้ในโลกเก่าเขายังนับว่ายากสำหรับผู้ฝึกตนหลายคน ไม่ต้องพูดถึงโลกนี้ที่ยากยิ่งกว่างมเข็มในมหาสมุทร แต่เขาก็พอมีวิชาติดตัวมาบ้าง

ในโลกเก่า ซ่งหยวนนับเป็นอัจฉริยะในใต้หล้า อายุห้าขวบ เขาเรียนวิชาจากอาจารย์จนหมด สิบขวบเอาชนะอาจารย์ได้ อายุสิบห้าปีเขาเก่งกว่าอาจารย์

ตัวอักษรใดที่ผ่านตา ซ่งหยวนจดจำได้เพียงแค่อ่านแค่ครั้งเดียว ฉะนั้น วิชาลับใดๆ ที่เขาแอบเขาไปอ่านที่หอตำรา ซ่งหยวนล้วนจดจำได้ทั้งหมด

กินยาเสร็จก็เดินลมปราณจนถึงเช้า ซ่งหยวนใช้เวลาฟื้นฟูร่างกายอยู่เป็นอาทิตย์ จึงตัดสินใจพาเด็กน้อยออกมาเที่ยวห้าง การอยู่ในห้องสี่เหลี่ยมโดยไร้การพูดคุยกับคนอื่น ทำให้รู้สึกจิตตก แม้เขาจะยุ่งอยู่กับเด็กน้อยที่คลานเร็วยิ่งกว่าจรวดก็เถอะ ซ่งเว่ยหลงยืนได้บ้างแล้ว แต่เลือกที่จะคลานเพราะถึงจุดหมายเร็วกว่า เด็กน้อยพอจะเข้าใจคำว่า ‘ไม่’ อยู่บ้าง

เชิงอรรถ

^ ถุงเฉียนคุน คือ ถุงมิติเก็บของ

นักแสดงตกอับ

นักแสดงตกอับ

ครืด ครืด

เสียงโทรศัพท์ที่ซ่งหยวนตัั้งระบบสั่นไว้ดังขึ้น “ฮัลโหลครับ”

“หยวนหยวน นายเป็นไงบ้าง?” ซ่งหยวนขหมวดคิ้ว เมื่อปลายสายโพล่งถามออกมาโดยไม่มีการแนะนำตัว เขามองหน้าจอโทรทัศน์อีกครั้ง

ไห่ถัง

อดีตเพื่อนร่วมชั้นและยังเป็นเพื่อนในวงการของซ่งหยวน ที่พึ่งลงมาจากเขาหลังจากไปเก็บตัวถ่ายหนังอยู่หลายเดือน ลงมาจากเขาอีกที ก็เกิดเรื่องกับซ่งหยวนเสียแล้ว

“อ้อ สบายดี นายล่ะ?” ซ่งหยวนตอบอีกฝ่ายไป

“ฉันสบายดี นี่ ฉันมีงานมาบอก เผื่อนายสนใจ ฉันได้รับบทภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ แล้วเขายังขาดนักแสดงอีกหลายบท นายลองไปแคสดูมั้ย?” ไห่ถังบอก

“อืม ขอบใจนะ งั้นนายส่งบทมาให้ฉันก่อนได้มั้ย?”

“ได้สิ ฉันให้ผู้จัดการไปจิ๊กบททั้งเรื่องมาเรียบร้อยแล้ว” ไห่ถังบอกไปอย่างไม่ได้รู้สึกผิดอะไร จิ๊ก ก็คือ ขโมยมา? ซึ่งปกติเขาจะให้แค่บทคร่าวๆ ในพาร์ทของนักแสดงที่รับบทบาทนั้นๆ

“อ๋าา ขอบใจนายมากนะ ทำไมนายยังช่วยฉัน ไม่กลัวว่าฉันจะเป็นแบบที่ข่าวลงเหรอ?” ซ่งหยวนถาม

“ฉันพอจะรู้ว่านายมีนิสัยยังไง พวกหัวสูง เย่อหยิ่ง จองหอง เป็นเมียน้อยไม่เข้ากับนายเลยอ่ะ” ไห่ถังตอบ

“สาบานว่านี่ชม?” ซ่งหยวนกัดฟันกรอด ไห่ถังไอ้ดาราปากเสีย มันเป็นพระเอกดังได้ไง

“ฮ่าๆๆๆ ชมแหง๋สิ เค ไว้เจอกันนะ” ไห่ถังพูด

“อืม ขอบคุณอีกครั้ง”

วางสายเสร็จ ซ่งหยวนก็จัดแจงหิ้วน้องชายใส่เป้อุ้มเด็กสะพายไว้ด้านหน้า ร่างบางเพลิดเพลินอยู่กับการเดินช๊อปปิ้ง เดินดูของที่ละลานตา แม้แต่ซ่งหยวนคนเก่ายังไม่ค่อยได้มาเปิดหูเปิดตาแบบนี้ เดินวนไปสักพักก็รู้สึกหิวจึงแวะร้านร้านหนึ่งที่เขากำลังเดินผ่านแล้วกลิ่นของอร่อยลอยมาปะทะจมูก ทำให้ต้องแวะเข้าไปดู

ซ่งหยวนสั่งเซ็ตหมูย่างกระทะร้อน เซ็ตปลาแซลมอนย่างซีอิ๊วกระทะร้อน เซ็ตซาชิมิเดอลุกซ์ เบนโตะ ตบท้ายด้วยสไปซี่แซลมอนมากิ ทั้งหมดนี้ซ่งหยวนสวาปามอยู่คนเดียว

“หม่ำๆ” อาหลงเห็นคนพี่กินแล้วก็อยากกินตามจึงโดนคนพี่ยัดขวดนมสีเหลืองสดใสเข้าปาก ปากน้อยๆ ก็ดูดอย่างหิวโหย

ซ่งหยวนรู้ตัวว่าโดนแอบถ่าย แต่หาได้ใส่ใจไม่ ความอร่อยมันบดบงทุกอย่างแล้วตอนนี้ หมูย่างเนื้อนุ่มที่ผัดมากับน้ำซอสหอม ๆ เสิร์ฟมาบนกระทะร้อนสุดฟิน ในกระทะจะมีไข่ต้ม, ถั่วงอก และถั่วแขกมาให้ด้วย ชุ่มฉ่ำกำลังดี หมูย่างรสชาติเค็ม ๆ หวาน ๆ กลมกล่อมมาก

ปลาแซลมอนย่างซีอิ๊ว แซลมอนที่ชุ่มฉ่ำ หอมกลิ่นซอส เนื้อปลานุ่ม ๆ ละลายในปาก เสิร์ฟมาบนกระทะร้อนฉ่า มีแครอท, เห็ดออรินจิ, ถั่วแขก และมันฝรั่งมาให้ในจาน กินกับข้าวสวยและซุปร้อน ๆ อ่าาา สวรรค์

เบนโตะอีกกล่อง รวบรวมความอร่อยมาไว้ในกล่องเดียว มีทั้งแซลมอนซาชิมิ, ไก่ทอด, ปลาซาบะย่าง และข้าวปั้นที่ให้มาแบบจุก ๆ

เซ็ตสุดท้าย สไปซี่แซลมอนมากิ มีแซลมอน, ข้าวปั้น และกุ้งเทมปุระ มีข้าวญี่ปุ่น, สาหร่าย และกุ้งเทมปุระมาโรลจนได้ขนาด ถูกหั่นเป็นชิ้นพอดีคำ ท็อปด้วยแซลมอนเบิร์นหอม ๆ แล้วตบท้ายด้วยการราดซอสสไปซี่ลงไป สัมผัสแรกที่กัดคือได้ความหอมนุ่มของแซลมอน และมีความกรอบของกุ้งเทมปุระมาตัดเลี่ยน

อ๊ากกก อร่อยยยยย

โต๊ะข้างๆ ที่เห็นซ่งหยวนกินอย่างเอร็ดอร่อยก็สั่งตาม แต่ไม่ได้สั่งมาทุกอย่างแบบซ่งหยวน

หลังจากกลับเข้าคอนโด ซ่งหยวนก็คลุกอยู่กับการปรุงยา โดยมีอาหลงนั่งดูดขวดนมอยู่ใกล้ๆ เด็กน้อยเมื่อมีขวดนมอยู่ในปากจะสงบเสงี่ยมเจียมตัวเป็นพิเศษ ซ่งหยวนจึงเตรียมนมผสมยาบำรุงพลังปราณอ่อนๆ ให้น้องชายดื่ม

เด็กน้อยวัยเก้าเดือน กลับมีพัฒนาการดีกว่าเด็กวัยปกติ อาหลงเข้าใจคำพูดของพี่ชาย แต่ก็ยังซุกซน เมื่อทำผิดก็นั่งทำตาแป๋วให้ ซ่งหยวนได้แต่ส่ายหน้าระอา

ซ่งหยวนใช้ชีวิตในพื้นที่ของตนเอง โดยไม่รู้ว่าโลกโซเชียลกำลังให้ความสนใจในชื่อของเขา คลิปการสวาปามอาหารของซ่งหยวนได้รับความสนใจอย่างล้นหลาม ส่งผลให้ผู้คนมากมายอยากลองชิมบ้าง แต่ยังมีเนติเซน[1]

บางส่วนที่ยังติดภาพข่าวฉาวของซ่งหยวน

‘แค่อาหารธรรมดาป่ะ บ้าบอ’

‘นันดิ คอนเทนต์ป่าว ปกติเห็นนางกินแต่ร้าน Fine Dining[2]

ประจำ’

‘ก็แค่นักแสดงตกอับ’

‘อิพวกเมนท์ข้างบน พวกมึงสิบ้า หลักฐานที่บอกว่าน้องเป็นเมียน้อยมีป่ะ? มีแค่ภาพแตกๆ อย่ามาเสร่อ’

‘เหอะ ปกป้องเถอะจ้ะ ถ้าไม่เป็นความจริง ทำไมไม่ออกมาพูด งานในวงการก็ไม่มีใครจ้าง’

‘ว่าแต่ว่า เด็กคนนั้นเป็นใคร ลูกนางอ่ะป่าว’

‘นั่นสิ หน้าตาน่าเกลียด’

‘พวกข้างบน เข้าใจว่าเป็นแอนตี้ แต่มึงจะแอนตี้เด็กทารกไม่ได้ค่ะ ดอก’

โลกโซเชียลกำลังร้อนแรง แต่ซ่งหยวนยังดำเนินชีวิตอย่างปกติ พาอาหลงน้อยออกไปเที่ยวบ้าง อย่างเช่นวันนี้ เขายังพาน้องชายมาเที่ยวห้าง ดูเหมือนเด็กน้อยจะชอบที่ที่มีคนเยอะๆ อาหลงมักส่งยิ้มกว้างยามเห็นผู้คนเดินผ่านไปมา

จนกระทั่งไปยังโซนที่เป็นฮอลล์ใหญ่ ผู้คนเริ่มหนาตาขึ้น เขาสังเกตเห็นป้ายไฟและอ่านมัน

‘หวังเจี๋ย’

คงเป็นงานพรีเซ็นเตอร์สักตัวของอีกฝ่าย ซ่งหยวนกระซิบบอกน้องชายว่าจะพาไปดูดาราดัง เด็กน้อยส่งเสียงหัวเราะเอิ้กอ๊ากอย่างชอบใจ จากนั้นซ่งหยวนก็กระแซะเบียดเข้าไปใกล้เวที

โอ้โห

ทำไมผู้ชายคนนี้มีปราณบริสุทธิ์อยู่รอบตัวราวกับผู้ฝึกตนขั้นหยวนอิงเช่นนี้ อืมม ดูท่าซ่งหยวนคนเก่าตาถึงไม่น้อย

ทว่า ก็ยังมีปราณขมุกขมัวอยู่ล้อมรอบ ซ่งหยวนจึงใช้วิชาทำนายดวงซะตา โดนดักลอบทำร้าย จะเสียญาติผู้ใหญ่ในบ้าน จะช่วยหรือปล่อยไปดีน๊าาา

ปล่อยดีกว่า เพราะพลังปราณสีขาวมีมากกว่า อย่างไรก็ไม่ถึงกับชีวิต แต่เรื่องญาติผู้ใหญ่ เฮ้อ! ทุกคนต่างมีวาสนาของตน

ตกลงกับตัวเองเสร็จสรรพ จึงเดินแยกจากกลุ่มของแฟนคลับ ซ่งหยวนหยวนเดินแบกน้องชาย ฮัมเพลงไปตามทาง เพื่อออกจากห้าง แต่ซ่งหยวนจำต้องแวะห้องน้ำก่อน เมื่อจัดการธุระเสร็จจึงออกมา

ปึก

ไหล่บางโดนกระแทกจนเซ แต่ได้มือหนาของอีกคนคว้าไว้ ซ่งหยวนจึงเงยหน้าขึ้นมอง ทั้งคู่สบตากันไม่รู้ว่านานแค่ไหน รู้สึกตัวอีกทีก็ได้ยินเสียง “แอ้ แอ้” ของอาหลงเสียแล้ว

“เอ่อ ขอโทษครับ” ซ่งหยวนเอ่ย เพราะไม่ทันสังเกตมอง จึงโดนชนเข้า

“อืม” ร่างสูงส่งเสียงตอบเพียงแค่นั้น แล้วเตรียมผละออกไป แต่เสียงของซ่งหยวนทำให้ใบหน้าหล่อเหลาของหวังเจี๋ยเคร่งเครียดขึ้น

“คุณระวังตัวด้วยนะ” ซ่งหยวนเตือนอีกฝ่าย ส่งสายตาที่เต็มไปด้วยความหวังดีให้

คนของเขาพึ่งรายงานความเคลื่อนที่ผิดปกติของศัตรู แล้วมาเจออีกคนทักแบบนี้ มือหนาจึงคว้าข้อมือของซ่งหยวนตามออกไปยังลานจอดรถ ดันร่างบางที่หิ้วเด็กทารกไว้ด้านหน้าขึ้นรถ ซ่งหยวนไม่ได้ปริปาก เพียงแค่ทำหน้าเหมือนหมางงขึ้นไปนั่งบนรถตู้

โอ้ ดีเหมือนกัน จะได้ไม่ต้องจ่ายค่าแท็กซี่ ซ่งหยวนคิด

“แอะ แอ้”

“อะไร! หิวอีกแล้วหรือ อย่ากินจุนักซิ มันเปลืองรู้มั้ย” แม้ปากบ่น แต่มือก็ชงนมให้น้องชาย เด็กน้อยได้แต่นั่งตาแป๋วทำท่าทางไม่รู้ไม่ชี้

TBC.

เชิงอรรถ

คือ ชาวเน็ต มาจาก Internet + Citizen เป็นคำที่เอาไว้ใช้เรียกคนที่มาแสดงความคิดเห็นในข่าวหรือกระทู้ต่างๆในเว็บไซต์ Fine Dining คือ การกินอาหารที่มาพร้อมกับมาตรฐานที่สูงขึ้นอีกระดับและแตกต่างจากร้านอาหารทั่วไป เริ่มตั้งแต่บรรยากาศของร้านไฟน์ไดนิ่งคือร้านที่เต็มไปด้วยความโอ่อ่า

ช่วยคน

ช่วยคน

น้ำร้อน? มาจากไหน?

ตาคมเหลือบมองกระเป๋าเป้ปิก้าจูสีเหลืองอ๋อยของซ่งหยวนอย่างสงสัย มีน้ำร้อนชงนม? แล้วยัดกลับไปยังเป้สีเหลืองเช่นเดิม ไม่กลัวนำร้อนหกเลยเหรอ?

“นายครับ พวกมันประชิดเราแล้ว”

“อืม เล่นกับพวกมันสักหน่อย”

รถที่ขับตามมาเมื่อเห็นเป้าหมายรู้ตัวแล้วจึงชะโงกตัวออกมาชักปืนยิง แต่น่าเสียดายนักที่รถเป้าหมายในวันนี้ เป็นรถกันกระสุน

หวังเจี๋ยเหลือบมองสองพี่น้องที่ยังคงชุลมุนอยู่กับขวดนมสีเหลืองอ๋อย ไม่ได้มีท่าทีตกอกตกใจกับกระสุนที่กระหน่ำยิงจากด้านนอกเลยแม้แต่นิด

ครืด ครืด

“ครับป๊า” หวังเจี๋ยรับสายผู้เป็นพ่อ

“ปู่น่าจะไม่พ้นคืนนี้แล้วล่ะเจ้ารอง” หวังจิ้นเทาบอกกับลูกชายคนรองด้วยเสียงเศร้า

แม้ครอบครัวหวังจะทำใจไว้บ้างแล้ว แต่เมื่อถึงเวลาจริงๆ ก็ไม่มีใครทำใจได้

“ครับ พี่ใหญ่กับเจ้าสามถึงบ้านแล้วใช่มั้ยครับ” หวังเจี๋ยถามผู้เป็นพ่อ

“กลับมากันหมดแล้ว เหลือแต่ลูก”

“ครับ”

เมื่อวางสายเสร็จจึงหันไปสั่งคนของตนว่า “เลิกเล่น แล้วกลับบ้าน”

“ครับ” จากนั้นเลขาหรือผู้จัดการดาราดังอย่างหานเย่ จึงยกหูโทรศัพท์ขึ้นเพื่อสั่งงาน ไม่นานนักพวกแมลงวี่ที่น่ารำคาญพวกนั้นก็โดนกำจัด

ตระกูลหวังเป็นตระกูลเก่าแก่ที่สืบทอดจากบรรพบุรุษที่เคยเป็นฮ่องเต้ปกครองแผ่นดิน แม้จะไม่คิดยุ่งเกี่ยวกับการเมืองในประเทศ แต่ก็มีอิทธิพลต่อรัฐบาลทุกยุคทุกสมัยที่ผ่านมาจนปัจจุบัน ว่ากันว่าอำนาจของตระกูลหวังสามารถล้มระบบเศรษฐกิจของประเทศได้เพียงชั่วพริบตา จึงทำให้ตระกูลน้อยใหญ่ทั้งหลายไม่กล้ายุ่งเกี่ยว แต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีคนอยากลองดี

หวังเสียน นายท่านหวังที่เป็นผู้นำตระกูลคนปัจจุบันอายุ 70 ปี แม้จะยืนอยู่บนยอดปิรามิด แต่ก็ยังพลาดโดยวางยาพิษ หลายตระกูลต่างก็อยากรู้ว่าใครช่างกล้าแหย่มังกรหลับได้ หากโดนจับได้ ไม่อยากคิดถึงสภาพของคนเหล่านั้นเลย ว่าพวกมันจะมีสภาพเช่นไร

หวังจิ้นเทาคือลูกชายที่สืบทอดกิจการ และยังมีลูกชายคนโตของหวังจิ้นเทา อย่างหวังจื่อหยางที่เข้ามาช่วยบริหาร ส่วนหวังเจี๋ยและหวังหย่งนั้นก้าวเข้าสู่วงการบันเทิง หวังเจี๋ย พระเอกดังที่เมื่อเอ่ยชื่อแล้ว ไม่มีใครไม่รู้จัก ส่วนหวังหย่งนั้น เป็นนักร้องไอดอลชื่อดัง

รถตู้คันใหญ่วิ่งใกล้เข้าสู่อาณาจักรตระกูลหวัง ดวงตาของซ่งหยวนพลันเกิดประกายขึ้นเมื่อมองทำเลที่ตั้งของพื้นที่แห่งนี้

ฮวงจุ้ยจักรพรรดิ

อ่าาา ซ่งหยวนอยากขอซื้อที่ดินแถวนี้บ้างจัง พลังปราณเข้มข้นกว่าห้องสี่เหลี่ยมที่เขาอยู่เสียอีก

“เกอเกอ ที่ตรงนี้ราคาเท่าไหร่ แบ่งขายให้ผมบ้างสิ”

เกอเกอ? หานเย่และเว่ยซาน บอดี้การ์ดที่พ่วงด้วยตำแหน่งผู้จัดการส่วนตัวทั้งสองต่างมองหน้ากัน เด็กคนนี้ช่างอาจหาญนัก รู้จักกันไม่ถึงชั่วโมงก็เรียกซะสนิทกันมานาน

ช่างไม่เกรงใจใบหน้าอันเย็นชาของพระเอกดังที่อยู่ตรงหน้าเลยสักนิด อันที่จริงก็แปลกตั้งแต่ที่ไม่เห็นท่าทีตื่นตกใจเสียงปืนเลยแม้แต่น้อย

ซ่งหยวนหันไปมองคนที่ไม่แม้แต่ตอบคำถามตน เห็นเพียงสีหน้าที่เย็นชาเท่านั้น จึงปล่อยผ่าน ไม่ได้เซ้าซี้อะไรมาก ตาตากลมก็กวาดมองพื้นที่บริเวณรอบๆ ด้วยสายตาละห้อย

“อยู่ตรงนี้ ห้ามไปไหน” หวังเจี๋ยกำชับอีกฝ่ายเสียงเข้ม เขาเองก็ไม่รู้ทำไมถึงพาคนคนนี้มาที่บ้านด้วย ซึ่งไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน คิดได้อีกทีก็เดินเข้ามาในบ้านแล้ว จึงพูดกำชับอีกฝ่ายอย่างอารมณ์ขุ่นมัว

หวังเจี๋ยแค่รู้สึกว่า ปล่อยไปไม่ได้ ต้องพามา เมื่อกำชับเสร็จก็เดินไปหาครอบครัวที่กำลังคุยเรื่องคุณปู่อยู่

ซ่งหยวนที่นั่งอุ้มน้องชายที่ดูดขวดนมอยู่ เขามองไปยังไปยังทิศทางที่ทำให้ซ่งหยวนอยากเดินไป เพียงแต่ว่ามีคนยืนเฝ้าเขาอยู่ ซ่งหยวนจึงโบกยันต์ขึ้น เป็นยันต์ที่ตนเขียนขึ้นมาเล่นๆ การ์ดที่ยืนอยู่จึงตกอยู่ในภวังค์

จากนั้นซ่งหยวนก็เดินไปยังทิศทางนั้น ทิศทางที่เขารู้สึกว่าจะต้องไป เหมือนมีบางอย่างกำลังรอคอยเขาอยู่ ไม่นานก็เจอห้องๆ หนึ่ง เมื่อเปิดประตูเข้าไปก็พบชายชราร่างกายซูบผอมที่นอนหายใจแผ่วอยู่

พิษว่านเสี่ยวเถาหูลี่

ไม่น่าเชื่อว่าว่านชนิดนี้จะมีอยู่ในโลกมิตินี้ด้วย แม้จะเป็นว่านพิษระดับต่ำในโลกเก่าของซ่งหยวน แต่หากคนธรรมดาในโลกใหม่นี้โดนเข้าก็มีสิทธิ์ได้ไปต่อคิวดื่มน้ำแกงนายเมิ่งเป็นแน่

“ท่านผู้เฒ่า เจ็บมากหรือ”

ซ่งหยวนเห็นคนตรงหน้าแสดงอาการเจ็บปวด และพยายามข่มกลั้นความทุกข์ทรมานนั้นลงไป แววตาดำมืดของชายชรามองมายังคนแปลกหน้าที่เข้ามาก่อกวนตนถึงห้องพัก

พวกการ์ดข้างนอกมันเลี้ยงเสียข้าวสุกหรืออย่างไร ถึงปล่อยให้คนแปลกหน้ามายืนประชิดเตียงเขาได้แบบนี้ ด้วยความที่ต้องขึ้นมาบริหารธุรกิจของตระกูลตั้งแต่ยังเล็ก ทำให้หวังเสียนเป็นคนเด็ดขาดและดุดัน เมื่อเกิดความผิดพลาดจึงไม่เคยปล่อยผ่าน นั้นจึงทำให้ตระกูลหวังมาถึงจุดสูงสุดยิ่งกว่าบรรพบุรุษหลายๆ รุ่นเคยทำไว้

“ท่านคงทรมานมากสินะ หน้าตาถึงได้ไม่น่าดูเอาเสียเลย นี่ ผมมียารักษา แค่พิษว่านเสี่ยวเถาหูลี่ ไม่คณามือหรอก”

ผู้นำตระกูลหวังอยากจะตวาดเด็กหนุ่มที่มีเด็กทารกเกาะไหล่อยู่นี่ออกไปให้พ้นหน้า หากว่าเม็ดยาลักษณะคล้ายยาลูกกลอนลอยเด่นอยู่กลางฝ่ามือเด็กหนุ่มนี่ ชายชราตกใจจนลืมความทุกข์ทรมานจากพิษไปชั่วขณะ

นี่มันอะไรกัน!

ยาเม็ดนั้นลอยมาใกล้ริมฝีปากแห้ง หวังเสียนจึงอ้าปากกลืนยาเม็ดนั้นลงไป ไม่นานนัก ชายชราก็รู้สึกสบายตัวขึ้น ความเจ็บที่เคยวิ่งไปทั่วร่าง บัดนี้ หายไปจนหมดแล้ว

เกิดใหม่เมื่อตอนแก่ บัดนี้ เขาได้รู้ซึ้งถึงคำๆ นี้ แล้วจริงๆ อย่าว่าแต่ความเจ็บปวดที่หายไป เรี่ยวแรงที่ไม่มีกลับฟื้นฟูจนสามารถพยุงตนขึ้นมานั่งพิงหัวเตียงได้ นี่มัน สวรรค์โปรดจริงๆ ก่อนหน้านี้ เพียงแค่หายใจยังเจ็บร้าวจนอยากตายไปให้พ้นๆ

“ท่านผู้เฒ่าดีขึ้นแล้ว” ซ่งหยวนเอ่ยอย่างยินดีพร้อมหันไปยิ้มกว้างให้น้องชาย ราวกับว่าอยากได้รับคำชมจากเด็กน้อย

“อืม ดีขึ้นแล้ว เรียกคุณปู่เถิด” คำเรียกขานที่ว่า ‘ท่านผู้เฒ่า’ นั้น พบเจอได้เพียงในหนังเท่านั้น สงสัยเด็กนี่จะดูหนังมากไป ชายชรายังถามต่อว่า “แล้วหนูมาอยู่ในห้องปู่ได้ยังไง”

“อ๋อ ผมเหรอ ผมมากับเจี๋ยเกอเกอล่ะ”

“มากับเจ้ารองเหรอ” ชายชราพึมพำกับตัวเอง เพราะแปลกใจกับคำบอกของเด็กหนุ่มตรงหน้าที่ดูจะไม่ใช่นิสัยของเจ้ารองที่ไม่น่าจะพาคนแปลกหน้าเข้ามาบ้าน เรียกว่าไม่เคยเลยจะดีกว่า แม้แต่เพื่อนในกลุ่มของหลานชายยังนับคนได้ที่ได้มาเหยียบตระกูลหวัง

“แอ้ๆๆ หม่ำๆ”

“อะไร ไอ้เด็ก” มือป้อมๆ ชี้ไปยังกระเป๋าปิกาจูพร้อมบอกจุดประสงค์

“อะไร! กินอีกแล้ว! ไอหยา แบบนี้จะเลี้ยงยังไงไหว”

“หม่ำๆๆๆ” เด็กน้อยยังชี้นิ้วป้อมๆ พร้อมยื่นปากน้อยๆ ที่มีน้ำลายฟองฟอดเข้ามาจุ๊บแก้มพี่ชายเพื่อออดอ้อน

“หม่ำๆ หม่ำๆ หม่ำๆ”

“เฮ้อ! รีบโตไวๆ น่ะ จะได้หาเงินช่วยกัน”

“อื้อ หม่ำๆ”

TBC.

อ่านต่อนิยายเรื่องนี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...