โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ทำไม Xiaomi ในตลาดรถ EV ถึงน่าจับตา? เจาะกลยุทธ์รุกตลาดพรีเมียมเทียบชั้น Tesla และ Porsche

Thairath Money

อัพเดต 07 เม.ย. 2567 เวลา 03.50 น. • เผยแพร่ 07 เม.ย. 2567 เวลา 03.19 น.
ภาพไฮไลต์

“การเข้าสู่อุตสาหกรรมยานยนต์ของ Xiaomi คือก้าวสำคัญของอุตสาหกรรมสมาร์ทโฟน”

เป็นที่ฮือฮาอีกครั้งกับวงการยานยนต์ไฟฟ้าเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา Lei Jun ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ก่อตั้ง Xiaomi กล่าวอย่างเชื่อมั่นด้วยตัวเลขลงทุนกว่า 1 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐหรือราว 3.6 แสนล้านบาท พร้อมด้วยตัวเลขคำสั่งซื้อที่มีเข้ามามากกว่า 90,000 คัน ภายใน 24 ชั่วโมงแรกนับตั้งแต่เริ่มขาย หลังจากการเปิดตัว ‘SU7’ รถยนต์ไฟฟ้าทรงสปอร์ตซีดานรุ่นแรกอย่างเป็นทางการ ในราคาเปิดตัวที่จั่วหัวว่าถูกกว่า Tesla Model 3

ล่าสุด Xiaomi เริ่มต้นส่งมอบลอตแรกเมื่อเดือนเมษายน ท่ามกลางกระแสบวกจากผู้บริโภคและนักลงทุน ด้วยหุ้น Xiaomi ที่พุ่งขึ้นถึง 16% สวนทางกับอีกเจ้าที่เพิ่งประกาศยุติความพยายามในการรุกตลาดนี้ ดับฝันโปรเจกต์ Apple Car ถาวร เพราะแน่ชัดว่า Apple ไม่สามารถรับมือกับตลาด EV ได้ดีนัก ทำให้ความเคลื่อนไหวของ Xiaomi ในตลาด EV ที่เรียกได้ว่าน้ำเชี่ยวกรากนั้นน่าสนใจ ท้าทาย และมีความโดดเด่นต่างจากผู้ผลิตจีนรายอื่นที่มุ่งตรงไปที่การหั่นราคาสุดโหด

แน่นอนว่า Xiaomi อาจไม่ต่างจากผู้ผลิตอิเล็กทรอนิกส์ หรือบริษัทเทคโนโลยีเจ้าอื่นที่รายได้หลักๆ มาจากโปรดักต์เรือธงที่เป็นยอดนิยม อย่าง Xiaomi เองรายได้ส่วนใหญ่ก็มาจากโทรศัพท์มือถือถึง 70% โดยรายได้จากเครื่องใช้ไฟฟ้าและสินค้าอุปโภคบริโภคอื่นๆ มีสัดส่วนไม่ถึง 30% ไม่ต่างจากเจ้าอื่นที่เป็นผู้เล่นในตลาดสมาร์ทโฟนโดยตรงอย่าง Apple และ Huawei

ฉะนั้นการขยายน่านน้ำของ Xiaomi ในฐานะบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เพื่อค้นหาแหล่งทำเงินมากกว่าหนึ่งด้าน จึงเป็นเรื่องที่ตามเหตุและผลทางธุรกิจ โดยเฉพาะตลาดรถยนต์ที่โตเป็น 10 เท่าของธุรกิจสมาร์ทโฟน

Xiaomi SU7 ชูตลาดพรีเมียม นำเสนอเทคโนโลยีและจุดแข็งด้านอีโคซิสเต็ม

แม้ปัจจุบันคลื่นการส่งออกรถยนต์ไฟฟ้าของจีนจะท่วมตลาดต่างประเทศ Xiaomi กลับวางตำแหน่งให้ SU7 เป็น ‘เรือธงใหม่’ พร้อมทั้งตั้งเป้าหมายใหญ่ในการเป็น“หนึ่งในห้าผู้ผลิตรถยนต์ชั้นนำระดับโลกให้ได้ภายใน 15- 20 ปีหลังจากนี้”

โดย SU7 มาพร้อมกับสองรุ่นย่อย ได้แก่ SU7 Standard และตัวชูโรง SU7 Max ที่สามารถทำความเร็ว 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้ภายใน 2.78 วินาที ความจุแบต 101 kWh วิ่งได้ไกลสูงสุด 800 กิโลเมตรต่อการชาร์จเต็มหนึ่งครั้ง โดย SU7 Max ยังมีเป้าหมายให้เป็นรุ่นที่สามารถแข่งขันได้ในตลาดพรีเมียม โดยถูกวางหมากให้ท้าชิงกับ Porche Taycan Turbo อีกด้วย

แม้เขาเปิดเผยถึงมุมมองด้านเสนอเทคโนโลยี (Core Automotive Technologies) ที่เป็นตัวชูโรงของยานยนต์ แต่ในฐานะหน้าใหม่ในสนาม ว่าตนยังคงต้องใช้เวลาในการไล่ตามเทคโนโลยีตะวันตกให้ทันภายในสามถึงห้าปี เรียกได้ว่าไม่ได้เป็นเวลาที่นานนักในการไล่ตามให้ทันในยุคที่เทคโนโลยีพัฒนากันอย่างรวดเร็ว

ด้านบรรดานักวิเคราะห์กล่าวว่า Xiaomi SU7 มาแรงเกินคาด โดยมีการคาดการณ์ว่าคำสั่งซื้ออาจสูงถึง 100,000 คันในปีนี้ ทำให้ Xiaomi ถูกจับตามองมากยิ่งขึ้นว่าจะสามารถผลิตและส่งมอบยานพาหนะได้เร็วแค่ไหน เพราะขนาดผู้นำตลาดอย่าง Tesla เองยังเผชิญกับปัญหาด้านห่วงโซ่การผลิต อย่างไรก็ตาม SU7 จะขายผู้บริโภคในจีนก่อนอย่างน้อยสองถึงสามปี ค่อยเริ่มต้นขยายสู่ตลาดต่างประเทศ

Lei Jun นำเสนอถึง‘กลยุทธ์ในการเจาะตลาดพรีเมียม’ ไว้อย่างแยบคายว่า Xiaomi ก่อตั้งขึ้นในปี 2010 และประสบความสำเร็จเป็นเบอร์ต้นๆ ในฐานะแบรนด์สมาร์ทโฟนที่มีคุณสมบัติโดดเด่นในราคาที่เอื้อมถึงได้ โดยในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา Xiaomi เริ่มปรับทิศทางเข้าสู่ตลาดสมาร์ทโฟน รวมถึงอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ระดับไฮเอนด์ เพื่อขยายฐานลูกค้ากลุ่มพรีเมียม ซึ่งปัจจุบันเขากล่าวว่า Xiaomi กินสัดส่วนตลาดสมาร์ทโฟนอยู่ในอันดับที่สาม รองจาก iPhone และ Samsung และมีผู้ใช้ในกลุ่มราคาพรีเมียมดังกล่าวนี้แล้วประมาณ 20 ล้านคน และนี่คือผู้ที่มีความเป็นไปได้ว่าจะสนใจซื้อ SU7

“Human x Car x Home” นิยามใหม่อุตสาหกรรมยานยนต์

นอกจากนี้นักวิเคราะห์กล่าวถึงมุมมองที่น่าสนใจว่า จุดแข็งของ Xiaomi คือฐานลูกค้าที่ผูกพันและคุ้นชินกับอีโคซิสเต็มของอุปกรณ์ Xiaomi จะเป็นกำลังสำคัญที่มีความเป็นไปได้ในการต่อยอดประสบการณ์การใช้งานอุปกรณ์เทคโนโลยี

พูดง่ายๆ ก็คือบริษัทที่มีผลิตภัณฑ์สมาร์ทโฟนและระบบปฏิบัติการของตนเอง มีความได้เปรียบกว่าผู้ผลิตรถยนต์แบบดั้งเดิมในแง่ของการเชื่อมต่ออีโคซิสเต็มไร้รอยต่ออย่างไม่ต้องสงสัย

สอดคล้องไปกับวิสัยทัศน์ของ Xiaomi ที่มองว่ายานยนต์ไฟฟ้าในอนาคต จะมีการบูรณาการการผลิตเชิงอุตสาหกรรมเข้ากับซอฟต์แวร์อัจฉริยะ หรือมีการผสมผสานวิทยาการด้านยานยนต์เข้ากับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์สำหรับผู้บริโภคที่ขับเคลื่อนด้วยระบบนิเวศปฏิบัติการ ซึ่งนี่คือ ‘ภูมิทัศน์ใหม่ทางเทคโนโลยี’

โดย Lei Jun กล่าวว่า เทคโนโลยีของ SU7 จะเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ “Human x Car x Home” ระบบนิเวศอัจฉริยะที่จะเชื่อมทั้งอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และรถยนต์ระบบปฏิบัติการ HyperOS แบบใหม่ ที่จะเชื่อมโยงระบบโปรไฟล์และข้อมูลการใช้งานของผู้ใช้อย่างเป็นเนื้อเดียวกัน

การเปิดตัว SU7 ในครั้งนี้ ไม่เพียงแต่ให้โลกได้ยลโฉมตัวรถ แต่ Xiaomi ได้เผยให้การลงทุนวิจัยพัฒนา การลงทุนในบุคลากรชั้นแนวหน้ามาร่วมทัพ พร้อมทั้งความก้าวหน้าในการพัฒนาเทคโนโลยีที่ซุ่มพัฒนามาตลอด 13 ปี นับตั้งแต่ก่อตั้ง เช่น E-Motor, ระบบ Battery, Xiaomi Hyper Die-Casting, Smart Cabin และระบบขับขี่อัตโนมัติ Xiaomi Pilot Autonomous Driving สิ่งนี้แสดงให้เห็นถึงการสั่งสมเทคโนโลยีตลอด 13 ปีของ Xiaomi นับตั้งแต่ก่อตั้ง

อ้างอิง Xiaomi, Bloomberg, Financial Times, CNBC

ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ - https://www.facebook.com/ThairathMoney

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ทำไม Xiaomi ในตลาดรถ EV ถึงน่าจับตา? เจาะกลยุทธ์รุกตลาดพรีเมียมเทียบชั้น Tesla และ Porsche

ข่าวอื่นที่เกี่ยวข้อง

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : Thairath Money
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...