โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

พระนเรศวรบุกเขมร พระเจ้ากรุงละแวกส่งทูตไป “หมู่เกาะฟิลิปปินส์” ขอสเปนช่วยรบอยุธยา

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 29 ก.ค. 2568 เวลา 03.35 น. • เผยแพร่ 28 ก.ค. 2568 เวลา 03.15 น.
พระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช อ. เกาะคา จ. ลำปาง กับฉากหลัง (ขวา) ภาพจิตรกรรมสมเด็จพระนเรศวรตามจับพญาจีนจันตุ จิตรกรรมฝาผนังภายในวิหารวัดสุวรรณดาราราม พระนครศรีอยุธยา จาก ศิลปวัฒนธรรม, 2559 (ซ้าย) “สมเด็จพระนเรศวรมหาราชกระทำยุทธหัตถีกับสมเด็จพระมหาอุปราชา” จิตรกรรมฝาผนัง จัดแสดงภายในอาคารภาพปริทัศน์ อนุสรณ์สถานแห่งชาติ จังหวัดปทุมธานี

พระนเรศวรบุกเขมร พระเจ้ากรุงละแวกส่งทูตไป “หมู่เกาะฟิลิปปินส์” ขอสเปนช่วยรบอยุธยา

เรื่องราวความสัมพันธ์ “สามเส้า” ระหว่าง กรุงศรีอยุธยา (สยาม) กรุงละแวก (เขมร) และกรุงมะนิลา ศูนย์กลางการปกครองหมู่เกาะฟิลิปปินส์ของราชอาณาจักรสเปน ระหว่าง ค.ศ. 1532-1600 (พ.ศ. 2075-2143) เมื่อ สมเด็จพระนเรศวรมหาราช เสด็จยกทัพปราบเขมร พระเจ้ากรุงละแวก จึงส่งเรือเร็วขอความช่วยเหลือไปยังกรุงมะนิลา หมู่เกาะฟิลิปปินส์ ในการปกครองของเจ้าอาณานิคมสเปน ให้มาช่วยเสริมกำลัง

ปรากฏว่าความช่วยเหลือจากฟิลิปปินส์ยังไม่ทันไปถึง เขมรก็เสียแก่กองทัพอยุธยาไปเรียบร้อย หากแต่สเปนไม่ได้หวังช่วยอย่างเดียว พวกเขามองความเป็นไปได้ในการเข้าไปมีอิทธิพลในเขมรด้วย

หลักฐานความสัมพันธ์ดังกล่าวอยู่ในเอกสารสเปน แปลโดย ศาสตราจารย์จันทร์ฉาย ภักอธิคมภาควิชาประวัติศาสตร์ คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคําแหง จัดพิมพ์อยู่ในหนังสือ กรุงศรีอยุธยาในเอกสารหลักฐานสเปน(สมาคมประวัติศาสตร์ฯ : 2532) ชี้ให้เห็นว่า กรุงละแวก คาดการณ์ล่วงหน้าแล้วว่า สมเด็จพระนเรศวรมหาราช จะเสด็จนำทัพในสงครามรุกรานเขมร และประเมินว่าเขมรไม่อาจรับศึกอยุธยาได้เพียงลำพัง จึงมุ่งสานสัมพันธ์กับสเปนที่กรุงมะนิลา

สมเด็จนักพระสัตถาหรือ “พระยาละแวก” ตามพระราชพงศาวดารของไทย ทรงแต่งตั้งชาวสเปนคือ นายดิเอโก เบโลโซ(Diego Beloso) เป็นราชทูตไปหมู่เกาะฟิลิปปินส์ในต้น ค.ศ. 1593 เพื่อเจริญทางไมตรี และขอความช่วยเหลือจากสเปน

แต่โชคไม่ดีนักสำหรับเขมร เพราะสเปนกําลังเตรียมทัพไปปราบหมู่เกาะโมลุกกะ (ปัจจุบันเป็นส่วนหนึ่งของอินโดนีเซีย) จึงไม่มีกําลังพลเพียงพอที่จะแบ่งไปช่วยเขมรได้ ยังดีที่สเปนตอบรับไมตรีครั้งนั้นด้วยดี และสัญญากับกรุงละแวกว่าจะให้การสนับสนุนทันทีเมื่อพร้อม

เมื่อคณะของนายเบโลโซเดินทางกลับถึงเขมรประมาณต้นปี 1594 นั้น ปรากฏว่ากรุงศรีอยุธยาจวนจะชนะในสงครามกับกรุงละแวกอยู่แล้ว เขาเองยังเป็นเชลยถูกคุมตัวไปกรุงศรีอยุธยาด้วย

นายบลัส รุยส์(Blas Ruys) ชาวสเปนอีกคน ซึ่งเป็นคนโปรดของพระเจ้ากรุงละแวก ได้ตกเป็นเชลยเช่นกัน แต่สามารถนําชาวสเปนยึดเรือสําเภาไทย และหลบหนีไปถึงกรุงมะนิลาสำเร็จในปีเดียวกันนั้น นายเบโลโซจึงอาสาฝ่ายอยุธยาออกเดินทางไปสืบข่าว พร้อมเป็นราชทูตเจริญพระราชไมตรีกับสเปนแห่งหมู่เกาะฟิลิปปินส์ไปด้วย คณะทูตชุดนี้ไปถึงฟิลิปปินส์ประมาณปลายปี 1594

ปรากฏว่า ทั้งคู่กลายเป็นตัวการสำคัญหว่านล้อมให้ทางการสเปนช่วยกู้เอกราชเขมร และทําข้อตกลงกับกรุงมะนิลาอย่างเป็นทางการ

สเปนตกลงส่งทหารภายใต้การนําของกัปตันฆวน ฆัวเรซ กายินาโต(Juan Juarez Gallinato) ไปสืบข่าวความเป็นไปได้ในการตั้งสถานีการค้า เผยแผ่ศาสนา และการครอบครองเขมร กองทหารออกเดินทางเมื่อเดือนมกราคม ค.ศ. 1596 แต่ดินฟ้าอากาศไม่อํานวย ต้องประสบความยากลําบาก กองเรือกระจัดกระจายพลัดพรากกันไปคนละทิศคนละทาง และผู้คนล้มตายไปมากมายกว่าจะถึงแผ่นดินเขมร ก่อนพบว่า พระเจ้ากรุงละแวก (สมเด็จนักพระสัตถา) เสด็จหนีพร้อมพระราชวงศ์ไปประทับในลาวแล้ว และเขมรมีกษัตริย์พระองค์ใหม่คือ สมเด็จพระรามาธิบดี

เอกสารสเปนเรียกกษัตริย์องค์ใหม่ว่า “องค์นักพระรามผู้ชิงราชย์” เพราะกษัตริย์พระองค์นี้ทรงขับไล่กองทัพสยามออกจากอาณาจักรเขมร

เอกสารสเปนยังเล่าถึงสถานการณ์ถัดจากนั้น ตามที่อาจารย์จันทร์ฉายได้แปลและให้รายละเอียดไว้ว่า

“องค์นักพระรามหรือสมเด็จพระรามาธิบดีทรงพระพิโรธที่พวกสเปนก่อเหตุกับพวกคนจีน และพวกสเปนที่ตกอยู่ในวงล้อม ได้ฉวยโอกาสกระทําการปล้นเมืองและพระราชวัง และสําเร็จโทษองค์นักพระราม

เหตุการณ์ที่น่าสนใจเหล่านี้ เอกสารสเปนได้ให้รายละเอียด แต่ไม่ระบุวันเดือนปีที่แน่นอน เข้าใจว่าเหตุเกิดในกลางปี ค.ศ. 1596 กัปตันกายินาโตเดินทางไปถึงกัมพูชา เมื่อเหตุการณ์สงบแล้วเขาเห็นว่าสถานการณ์ไม่เอื้ออำนวยที่จะฉวยปฏิบัติการยึดครองกัมพูชาตามเสียงเรียกร้องส่วนใหญ่ กัปตันกายินาโตได้ตัดสินใจเดินทางกลับ และไปถึงฟิลิปปินส์ในกลางปี ค.ศ. 1597

ระหว่างทางขบวนเรือได้แวะเข้าชายฝั่งโคชินไชนา นายเบโลโซและนายบลัส รุยส์ ได้เดินทางบกไปลาว ปรากฏว่าสมเด็จนักพระสัตถาได้สิ้นพระชนม์ไปแล้ว เหลือแต่พระบรมราชา พระโอรสองค์ที่สอง ทั้งสองคนและกองทัพลาวได้ช่วยเหลือให้พระบรมราชาได้ปราบดาภิเษกขึ้นครองราชย์ในกัมพูชา สมเด็จพระบรมราชาได้ทรงพระกรุณาปูนบำเหน็จความชอบแก่นายเบโลโซและนายบลัส รุยส์ และตรัสให้แต่งคณะทูตไปเจริญทางไมตรีกับสเปนแห่งฟิลิปปินส์ เพื่อขอความช่วยเหลือจากสเปนอีก

ครั้งนั้นสเปนไม่มีจุดประสงค์ที่จะช่วยเหลือกัมพูชา แต่นายดอน ลุยส์ ดัสมารีญัส (Don Luys Dasmarinas) อดีตผู้ว่าราชการได้อาสาแต่งกองทหารไปด้วยทุนทรัพย์ของตนเอง การส่งทหารครั้งนั้นที่ออกเดินทางในเดือนกันยายน ค.ศ. 1598 ประสบความล้มเหลว เพราะดินฟ้าอากาศไม่อำนวย นายลุยส์ ดัสมารีญัส เองไปตกทุกข์ได้ยากที่ชายฝั่งจีนอยู่นาน แต่ชาวสเปนบางส่วนเดินทางไปถึงกัมพูชาในเดือนตุลาคม

แม้ว่าสมเด็จพระบรมราชาจะโปรดพวกสเปน แต่พระบรมวงศานุวงศ์ฝ่ายในทรงนิยมพวกมลายูมุสลิม ซึ่งมีออกญาลักษมานาเป็นผู้นำ พวกมลายูมุสลิมและขุนนางเขมรบางส่วนได้ร่วมมือกันก่อเหตุโจมตีพวกสเปน เผาที่พักและรุกไล่ฆ่าพวกสเปน แม้แต่นายเบโลโซ และนายบลัส รุยส์ เองก็ถูกฆ่าตาย ชาวสเปนที่เหลือรอดตายได้เดินทางกลับฟิลิปปินส์ ความปราชัยของชาวสเปนในครั้งนั้นเป็นบทเรียนอันมีค่าสำหรับชาวสเปนในฟิลิปปินส์”

เหตุการณ์ในเขมรยังทวีความรุนแรงขึ้น แม้สเปนกลับหมู่เกาะฟิลิปปินส์ไปแล้ว เพราะพวกมลายูมุสลิมเหิมเกริมหนักขึ้นถึงขั้นก่อการยึดอำนาจ และสำเร็จโทษสมเด็จพระบรมราชา แผ่นดินเขมรเกิดการจลาจลอีกครั้ง

ขุนนางเขมรจึงแต่งคณะทูตไปกรุงศรีอยุธยา เพื่อขอรับพระราชทาน “พระศรีสุพรรณมาธิราช” ที่ประทับอยู่ในอยุธยาไปครองราชย์ ซึ่งสมเด็จพระนเรศวรมหาราชก็ทรงพระกรุณาให้แต่งกองทัพนําเสด็จพระศรีสุพรรณฯ ไปปราบปรามเหตุการณ์ความวุ่นวายในแผ่นดินเขมร และครองราชย์ที่นั่น

เอกสารที่บันทึกเรื่องราวนี้เป็นเอกสาร “ทางการ” จึงฉายภาพค่อนข้างชัดเจนว่า สเปนให้ความสำคัญกับเขมรอยู่ไม่น้อย จึงมีความเห็นชอบให้ส่งทหารไปช่วยเขมรกู้เอกราชจากกรุงศรีอยุธยา และเข้าไปพัวพันในสงครามกลางเมืองเขมร

อาจารย์จันทร์ฉาย วิเคราะห์ว่า เราสามารถสรุปได้ว่าสเปนมีจุดประสงค์ให้อาณาจักเขมรเป็น “หน้าด่าน” หรือเป็นฐานปฏิบัติการของพวกเขาในยุทธศาสตร์เพื่อการค้าและศาสนาในเอเชียภาคพื้นทวีป และมุ่งหมายถึงขั้นยึดครองทั้งอาณาจักรเขมรเป็นอาณานิคม เพราะอดีตผู้ว่าราชการแห่งกรุงมะนิลายังวาดฝันถึงการเป็นใหญ่ในเขมรด้วย

“การที่กรุงกัมพูชาใฝ่แสวงหามิตรไมตรีจากสเปนเพื่อปกป้องตนเองจากศึกศัตรูภายในอาณาจักรและกรุงศรีอยุธยานั้น จึงดูเสมือนหนึ่งว่า กรุงกัมพูชาได้ ‘หนีเสือปะจระเข้’ อย่างหลีกเลี่ยงมิได้” อาจารย์จันทร์ฉายกล่าว

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

อ้างอิง :

จันทร์ฉาย ภัคอธิคม. พระนเรศวรตีละแวก เอี่ยวการเมืองกัมพูชา-สเปน นำเลือดศัตรูล้างพระบาทจริงหรือ?. ศิลปวัฒนธรรม. จาก https://www.silpa-mag.com/history/article_26633

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 6 มีนาคม 2567

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : พระนเรศวรบุกเขมร พระเจ้ากรุงละแวกส่งทูตไป “หมู่เกาะฟิลิปปินส์” ขอสเปนช่วยรบอยุธยา

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...