โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เลิกMOU44ใช้UNCLOS ไม่แจ้งกัมพูชา/43ลุยต่อ

ไทยโพสต์

อัพเดต 24 เมษายน 2569 เวลา 5.17 น. • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา

"อนุทิน" เผย สมช.รับทราบยกเลิก MOU 44 จ่อชง ครม.เร็วที่สุด ใช้ UNCLOS แทน ยันไม่ต้องแจ้งกัมพูชา ส่วน MOU 43 ยังใช้ต่อ โฆษกรัฐบาลเผยเหตุยกเลิกเพราะมีมา 25 ปี ไม่บรรลุเป้าหมาย กลับสร้างความขัดแย้งหวาดระแวงให้ทั้ง 2 ประเทศ ทร.ขานรับ แต่ สว.ยันต้องเลิกทั้ง 2 ฉบับ

เมื่อวันที่ 23 เมษายน 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ภายหลังเสร็จสิ้นการประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ว่า กระทรวงการต่างประเทศทำเรื่องยกเลิก MOU 44 เสนอที่ประชุม สมช. จากนั้นจะเสนอเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ซึ่งยังไม่ทราบว่าจะใช้ระยะเวลาอีกเท่าไหร่ แต่ยืนยันว่าจะดำเนินการเรื่องนี้โดยเร็ว

เขากล่าวว่า ตั้งแต่รัฐบาลเข้ามาทำหน้าที่ 2 สัปดาห์ ก็นำเสนอเรื่องการยกเลิก MOU 44 ให้สมช.รับทราบ โดยจะใช้อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล (UNCLOS) แทน ยืนยันว่ายกเลิกเฉพาะ MOU 44 โดยใช้อำนาจ ครม.ยกเลิก ไม่ต้องแจ้งคู่กรณี ส่วน MOU 43 ยังไม่มีการพูดถึงทุกอย่างยังเป็นไปตามเดิม

ด้าน น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงว่า ยกเลิก MOU 44 ตามนโยบายรัฐบาล ด้วยเหตุผล 1.MOU 44 เป็นกรอบการเจรจาการบริหารทรัพยากรร่วมกันที่อยู่ใต้ทะเล ระหว่างไทย-กัมพูชา แต่กว่า 20 ปีที่ผ่านมา มีการเจรจากันเพียง 5 ครั้ง และไม่ได้ข้อสรุปที่เป็นประโยชน์แก่ทั้ง 2 ประเทศ ตรงกันข้ามกลับทำให้เกิดข้อพิพาทเรื่องเขตแดนทางทะเล ทำให้เกิดความขัดแย้งระหว่าง 2 ประเทศ และไม่มีแนวทางที่จะทำให้เกิดการพัฒนาและบริหารทรัพยากรร่วมกันได้

2.การยกเลิก MOU 44 เพื่อเป็นการยุติการเจรจาตามกรอบ MOU 44 หากฝ่ายกัมพูชายังคงต้องการหรือเห็นประโยชน์จากการพัฒนาและบริหารทรัพยากรใต้ทะเลร่วมกับไทยอีก ขอให้แสดงเจตนารมณ์หรือแจ้งมาให้ทราบ เพื่อที่จะได้จัดกรอบการเจรจากันใหม่ ที่มีความเป็นไปได้ โดยไม่นำไปสู่ข้อพิพาทเรื่องเขตแดนทางทะเลเช่นที่ผ่านมา

3.ต้องยอมรับว่าสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างไทยและกัมพูชาหลายครั้งในช่วงเวลา 25 ปีที่ผ่านมา หลังจากมีการทำ MOU 44 เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้การเจรจาไม่คืบหน้า และไม่บรรลุเป้าหมายของ MOU 44 ที่กำหนดไว้ และหากสถานการณ์ความขัดแย้งยังคงมีอยู่เช่นปัจจุบันนี้ การเจรจาเพื่อพัฒนาและบริหารทรัพยากรใต้ทะเลร่วมกันเป็นเรื่องที่ยาก หลักการสำคัญคือต้องตกลงเขตแดนทางทะเลให้ได้ก่อน แล้วจึงหาแนวทางพัฒนาและบริหารร่วมกันบนพื้นฐานความจริงใจและแบ่งปันด้วยความเป็นธรรมทั้งสองฝ่าย

“การมี MOU 44 อายุ 25 ปี เจรจากันเพียง 5 ครั้ง ไม่สามารถดำเนินการได้ตามวัตถุประสงค์ ย่อมแสดงให้เห็นว่า MOU ฉบับนี้ไม่อาจนำไปสู่การบรรลุเป้าหมายได้ การมีอยู่ของ MOU 44 นอกจากจะไม่สร้างประโยชน์แล้ว ยังก่อให้เกิดความหวาดระแวง ความขัดแย้งระหว่างสองประเทศอีกด้วย จึงเห็นควรที่ต้องยกเลิกและวางกรอบการเจรจากันใหม่ เพื่อลดความขัดแย้ง และนำทรัพยากรมาใช้เป็นประโยชน์ได้จริง” น.ส.รัชดา กล่าว

ขณะที่ พล.ร.อ.ธาดาวุธ ทัดพิทักษ์กุล เสนาธิการทหารเรือ ให้สัมภาษณ์ว่า ขณะนี้ทางกัมพูชาได้เข้ามาเป็นสมาชิกอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล ค.ศ.1982 (UNCLOS) แล้ว สามารถที่จะพูดคุยกันได้ในวงสมาชิกเพื่อประโยชน์ของไทย

ผู้สื่อข่าวถามว่า หลังจากยกเลิกเอ็มโอยู 44 แล้ว จะใช้เครื่องมือใดในการดูแลพื้นที่ระหว่างประเทศ เสนาธิการทหารเรือตอบว่า เราใช้หลักกฎหมายสากลของ (UNCLOS) ซึ่งทั้งไทยและกัมพูชาเป็นสมาชิกแล้วเมื่อเดือน มี.ค.ที่ผ่านมา

"กองทัพเรือเป็นผู้ปฏิบัติ โดยหลักปฏิบัติของกองทัพเรือในการรักษาอธิปไตยทางทะเลของประเทศ ถ้ารัฐบาลโดยกระทรวงการต่างประเทศมีความชัดเจนแล้ว กองทัพเรือก็มีความพร้อมในการปฏิบัติทันทีตามนโยบายของรัฐบาล" พล.ร.อ.ธาดาวุธกล่าว

วันเดียวกันนี้ นายมงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภา เป็นประธานในพิธีเปิดงานสัมมนาวิชาการในหัวข้อ “MOU 2543 และ MOU 2544 : มองอดีต ประเมินปัจจุบัน มุ่งสู่อนาคตของประเทศไทย” ณ ห้องประชุม 402-403 ชั้น 4 อาคารรัฐสภา (ฝั่งวุฒิสภา) จัดโดยคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาข้อดีข้อเสียของการยกเลิก MOU 2543 และ MOU 2544 วุฒิสภา เพื่อเปิดพื้นที่ให้ผู้เชี่ยวชาญ นักวิชาการ และผู้เกี่ยวข้อง 400 คน ร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็น พร้อมตอบข้อซักถามในประเด็นที่สังคมให้ความสนใจ เพื่อให้เกิดความเข้าใจรอบด้าน ทั้งในเชิงประวัติศาสตร์ กฎหมาย และผลกระทบต่ออธิปไตยและผลประโยชน์ของประเทศ โดยมีนายชิบ จิตนิยม สมาชิกวุฒิสภา เป็นผู้ดำเนินการอภิปราย

นายนพดล อินนา สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะ ประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาข้อดีข้อเสียการยกเลิก MOU 2543 และ MOU 2544 เพื่อแก้ไขปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา วุฒิสภา กล่าวว่า แม้คณะกรรมาธิการฯ ได้มีมติเอกฉันท์เสนอให้ยกเลิก MOU 2543 และ MOU 2544 ไปแล้ว แต่การจัดสัมมนาครั้งนี้เพื่อเปิดเวทีแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับประเด็นข้อตกลงระหว่างประเทศที่มีผลต่อปัญหาเขตแดนไทย-กัมพูชา ทั้งในแง่ของอาณาเขตทางบกที่มีความยาวตลอดแนวกว่า 798 กิโลเมตร และในแง่ของอาณาเขตทางทะเลที่มีพื้นที่ทับซ้อนทางทะเลในอ่าวไทย เพื่อรับฟังจากทุกฝ่ายอย่างรอบคอบรอบด้านอย่างครบถ้วน ซึ่งตลอดเวลาที่ผ่านมาความขัดแย้งไทย-กัมพูชา ทำให้เราสูญเสียทั้งทหารและประชาชนไปจำนวนมาก ซึ่งไม่อยากให้ “ตายฟรี” โดยการสัมมนาครั้งนี้ยึดถือผลประโยชน์ประชาชนและประเทศชาติเป็นสำคัญสูงสุด

ด้านนายคำนูณ สิทธิสมาน อดีต สว.หลายสมัย และหนึ่งในกรรมาธิการวิสามัญฯ วุฒิสภา ยืนยันต้องยกเลิก MOU 43-44 ด้วยเหตุผล “4 ขัด” ประเด็นสำคัญคือ 1.ขัดต่อรัฐธรรมนูญ เพราะ MOU ทั้งสองฉบับอาจเข้าข่ายเป็นหนังสือสัญญาที่มีผลกระทบต่ออธิปไตยหรือเขตแดน แต่ไม่ได้เป็นมติ ครม. และไม่ได้ผ่านกระบวนการให้ความเห็นชอบจากรัฐสภาตามที่รัฐธรรมนูญกำหนด 2.ขัดต่อหลักการปกป้องอธิปไตยของไทย เพราะมีเงื่อนไขบางประการใน MOU อาจเปิดช่องให้ไทยเสียเปรียบในการยืนยันสิทธิเหนือพื้นที่ทับซ้อน หรือกระทบต่อเขตแดนในระยะยาว 3.ขัดต่อแนวทางการใช้แผนที่และหลักฐานทางประวัติศาสตร์ของไทย ซึ่งแนวทางตาม MOU อาจไม่สอดคล้องกับหลักฐานหรือแนวเขตที่ไทยยึดถือมาเดิม โดยเฉพาะประเด็นแผนที่ และ 4.ขัดต่อผลประโยชน์แห่งชาติในภาพรวม MOU อาจทำให้การเจรจาในอนาคตเสียเปรียบ หรือจำกัดอำนาจต่อรองของไทยในการแก้ไขปัญหาชายแดนกับกัมพูชา

พล.ร.อ.พัลลภ ตมิศานนท์ อดีตเสนาธิการทหารเรือ และอดีต สว. กล่าวให้ความเห็นว่า ขอเสนอให้ยกเลิก MOU 2544 ว่าด้วยกรอบความร่วมมือด้านเขตแดนทางทะเล ไทย-กัมพูชา เนื่องจาก 1.เงื่อนไขใน MOU กระทบอธิปไตยทางทะเลของไทย เปิดช่องให้ไทยเสียเปรียบในการอ้างสิทธิเหนือพื้นที่ทางทะเล โดยเฉพาะพื้นที่ทับซ้อน 2.กรอบ MOU จำกัดท่าทีการเจรจาของไทย การคง MOU ไว้ทำให้ไทยต้องผูกพันกับกรอบเดิม ซึ่งอาจไม่เอื้อต่อการปรับยุทธศาสตร์หรือเพิ่มอำนาจต่อรองในอนาคต 3.ความไม่ชัดเจนของแนวเขตและหลักฐานอ้างอิง การกำหนดแนวทางตาม MOU ยังมีความคลุมเครือ และอาจไม่สอดคล้องกับหลักฐานหรือแนวเขตที่ไทยยึดถือ 4.ผลประโยชน์ด้านทรัพยากรทางทะเล ซึ่งพื้นที่ที่เกี่ยวข้องมีทรัพยากรสำคัญ เช่น พลังงาน การยึดตาม MOU อาจทำให้ไทยเสียเปรียบในเชิงผลประโยชน์ระยะยาว

อย่างไรก็ตาม เวทีสัมมนาเห็นตรงกันว่า แนวทางการยกเลิก MOU 43 และ MOU 44 นั้น ประเทศไทยสามารถทำได้เพียงฝ่ายเดียวได้ ตามอนุสัญญาเวียนนาว่าด้วยกฎหมายสนธิสัญญา (VCLT) เนื่องจากกัมพูชาเป็นฝ่ายละเมิดข้อตกลงอย่างร้ายแรง ทั้งการสร้างอาคารสูงบริเวณชายแดน การวางทุ่นระเบิด และการใช้อาวุธสงครามทำร้ายประชาชนไทย โดยไทยจะต้องแจ้งให้กัมพูชาทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 3 เดือน ทั้งนี้ภายหลังการยกเลิก ไทยและกัมพูชายังคงสามารถใช้กลไกสนธิสัญญาสยาม-ฝรั่งเศส ค.ศ.904 และ 1907 รวมถึงข้อตกลงความร่วมมือชายแดนปี 2538 ในการระงับข้อพิพาทได้ตามปกติ.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...