โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

เปิดดัชนีราคาไข่ไก่ยุครัฐบาลอนุทิน "Egg Board" ถอดบทเรียนสร้างสมดุล

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา

“ราคาไข่ไก่” มักจะถูกหยิบยกขึ้นมาเป็นดัชนีในการชี้วัดฝีมือในการทำงานของรัฐบาลทุกยุคทุกสมัย ซึ่งในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา รัฐบาลที่คว้าตำแหน่งยุคไข่แพงคือ รัฐบาลประยุทธ์ 4.00 บาท ยุคที่ราคาถูกที่สุดคือยุคนายกสุรยุทธ์ 2.32 บาท มาถึงยุคนายกอนุทินล่าสุดเพิ่งขยับขึ้น 20 สตางค์ไปเป็น ฟองละ 3.40 บาท แต่ก็ถูกโจมตีอย่างรุนแรงว่าไข่แพงทั้งที่ไม่ใช่ราคาสูงสุดที่เคยเกิดขึ้น

มาดูข้อเท็จจริงของภาคอุตสาหกรรมไก่ไข่ จะพบว่า ปัจจุบันอาจจะเรียกได้ว่าประเทศผลิตไข่ไก่ได้เกือบสมดุลกับการบริโภค กล่าวคือ ปัจจุบันคนไทยบริโภคไข่ไก่เฉลี่ยประมาณ 235-237 ฟองต่อคนต่อปี นำมาสู่การกำหนดเป้าการผลิตรวมของประเทศไว้ที่ประมาณ 15,500 ล้านฟองต่อปี หรือเฉลี่ยวันละ 41-43 ล้านฟอง เพียงพอต่อการบริโภคในประเทศ ทั้งนี้ตลาดไข่ไก่ในประเทศคิดเป็นสัดส่วน 97% ส่วนอีก 3% เป็นตลาดส่งออก

เหตุผลที่เป็นอย่างนั้น เพราะมีการถอดบทเรียนวิวัฒนาการปัญหาราคาไข่ไก่ในอดีตที่นำมาสู่การวางระบบ การควบคุมปริมาณการเลี้ยง (ระบบโควตา) โดย “คณะกรรมการนโยบายพัฒนาไก่ไข่และผลิตภัณฑ์” หรือ “Egg Board” ที่ใช้ “การตลาด” นำการผลิต ซึ่งคำนวณย้อนกลับ (Backward Calculation) ซึ่งกรมฯ ใช้การคำนวณจากจำนวนประชากรและความต้องการบริโภค เพื่อกำหนดจำนวนการนำเข้าปู่ย่าพันธุ์ (GP) และพ่อแม่พันธุ์ (PS) ให้เหมาะสม โดยสรุปว่าควรมีพ่อแม่พันธุ์ (PS) ไม่เกิน 440,000 ตัว เพื่อให้มีไก่ยืนกรงประมาณ 51-52 ล้านตัว

จากอดีตในปี 2552 มีผู้ประกอบการเลี้ยงพ่อแม่พันธุ์ (PS) เพียง 10 ราย ต่อมาในปี 2553 มีการเปิดเสรีทำให้ผู้ประกอบการเพิ่มขึ้นเป็น 19-21 ราย ส่งผลให้ปริมาณไก่ไข่ล้นตลาดและราคาตกต่ำอย่างหนักในช่วงปี 2559-2560

ซึ่งนำมาสู่ระบบการควบคุมภาคสมัครใจ แต่อาจจะไม่ได้ใช้คำว่า “โควตา” เพราะน่าจะเรียกว่าเป็น “การร่วมมือกันควบคุมปริมาณการเลี้ยงแบบภาคสมัครใจ” โดยมีกรมปศุสัตว์เป็นเจ้าภาพในการบูรณาการทั้งอุตสาหกรรม

หากไข่ล้นตลาด จะขอความร่วมมือผู้ประกอบการให้ช่วยส่งออกไข่ไก่ รวมถึงขอความร่วมมือให้ปลดไก่ยืนกรงที่อายุ 78-80 สัปดาห์ เพื่อไม่ให้มีไก่ในระบบมากเกินไป

ดังนั้น ข้อดีของการมี Egg Board คือ

1. เสถียรภาพด้านราคา ช่วยให้ราคาไข่ไม่ผันผวนจนเกินไป ทำให้ “เกษตรกรอยู่ได้ และประชาชนไม่เดือดร้อน”

2. การคุ้มครองเกษตรกรรายย่อยซึ่งเป็นกลุ่มเปราะบางให้มีความสามารถในการแข่งขัน

3. การสร้างความยั่งยืนของอุตสาหกรรม เมื่อเกษตรกรมีกำไรเล็กน้อยพออยู่ได้ พวกเขาจะมีกำลังใจในการพัฒนาคุณภาพไข่ไก่ให้สูงขึ้นและรักษามาตรฐานฟาร์ม

4. ลดภาระงบประมาณรัฐ จากบทเรียนในอดีตที่ไม่มีการจัดการที่ดี รัฐบาลต้องนำเงินงบประมาณจำนวนมากมาจ่ายเงินอุดหนุนเพื่อแทรกแซงราคาเมื่อไข่ถูกเกินไป แต่ปัจจุบันภายใต้การดูแลของ Egg Board รัฐบาลแทบไม่ต้องควักเงินภาษีมาช่วยในส่วนนี้เลย

ซึ่งอาจจะกล่าวได้ว่า การมี Egg Board จึงเป็นกลไกการบริหารจัดการเพื่อรักษาเสถียรภาพ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความเสียหายต่อเกษตรกรและผู้บริโภคเหมือนในอดีต และเป็นโมเดลที่ควรนำไปประยุกต์ใช้กับสินค้าเกษตรชนิดอื่นๆ เพื่อความยั่งยืนของเศรษฐกิจฐานราก

ก่อนหน้า น.สพ.สมชวน รัตนมังคลานนท์ อธิบดีกรมปศุสัตว์ เคยกล่าวว่า กลไกการทำงานของ Egg Board ใช้การบริหารจัดการโดยเอาข้อมูลการตลาดมาเป็นตัวตั้งก่อนจึงวางแผนการผลิต เป็นการถอดบทเรียนจากอดีต ทำให้สินค้าไข่ไก่มีเสถียรภาพด้านราคา เป็นโมเดลที่ดีที่สินค้าเกษตรอื่นๆ ก็ควรทำ ทั้งยังมีส่วนช่วยยกระดับอุตสาหกรรมแปรรูปไข่ไก่เพื่อขยายตลาดส่งออก แทนการส่งออกไข่สดซึ่งมีอายุการเก็บรักษาสั้น ทำให้ส่งออกได้ในหลายประเทศ

อย่างไรก็ตาม ต่อมุมมองที่ว่า กลไกการกำหนดโควตานำเข้าพ่อแม่พันธุ์ในแต่ละปีเป็นการจำกัดไม่ให้ผู้เล่นรายใหม่ หรือไม่ น.สพ.สมชวน เคยอธิบายหลายครั้งว่า Egg Board ไม่เคยปิดกั้นผู้เล่นรายใหม่ ที่จะเข้ามา เป็นรายที่ 17 แต่เราวางระบบคัดกรองผู้เล่นที่มีคุณภาพ เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อสมดุลของตลาดไข่ไก่ โดยผู้จะนำเข้าเมื่อยื่นขออนุญาตจะต้องเสนอแผนธุรกิจ แผนการผลิต และแผนการตลาดที่ชัดเจน หากคุณมีแผนที่อธิบายได้ชันเจนว่าจะไม่มากระทบเสถียรภาพราคาหรือสมดุลก็สามารถเข้ามาขอ Egg Board ได้

“เราถอดบทเรียนจากประวัติศาสตร์ในปี พ.ศ. 2552 เคยมีการเปิดเสรีการนำเข้าพ่อแม่พันธุ์ไก่ไข่ ปริมาณไข่ไก่ก็ล้นตลาด ราคาตกต่ำจนเกษตรกรขาดทุนและตายเกือบหมด เราไม่อยากให้เป็นอย่างนั้น”

“ราคาไข่ไก่ ตอนนี้ 3 บาทกว่านี่ถูกที่สุดแล้วไข่เทียบกับโปรตีนชนิดอื่น กินไข่ฟองสองฟองอยู่ได้แล้ว ไข่ยังถูกกว่าบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปอีก ในมุมมองของภาครัฐเราต้องมองที่ “ราคาเฉลี่ยทั้งปี” ไม่ใช่การมองราคาที่ผันผวนตามรายวันหรือรายสัปดาห์ บางช่วงราคาอาจขึ้นไปถึง 3.60 บาท แต่บางช่วงก็ตกลงมาเหลือ 2.60 บาท ดังนั้นต้องพิจารณาที่ค่าเฉลี่ยต้นทุน”

ขณะที่มุมมองของเกษตรกร นายมาโนช ชูทับทิม นายกสมาคมผู้เลี้ยงไก่ไข่ เปิดเผยว่า การที่มี egg board วางกติกาและเงื่อนไขที่ใช้อยู่ในปัจจุบันเป็นสิ่งที่ยอมรับได้ เนื่องจากช่วยให้ตลาดไก่ไข่มีความสมดุลระหว่างปริมาณการผลิตและการบริโภค โดยเงื่อนไขการดูแลการนำเข้าปู่ย่าพันธุ์ (GP) และพ่อแม่พันธุ์ (PS) ที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน ดำเนินการมาประมาณ 5-6 ปีแล้ว และเราเห็นว่าภาพรวมของธุรกิจไข่ดีขึ้นกว่าช่วงที่ยังไม่มีเงื่อนไขนี้

ซึ่งผู้เลี้ยงรายใหม่หรือผู้ที่เลี้ยงอยู่แล้วแต่กังวลว่าจะไม่ได้รับความช่วยเหลือเรื่องพันธุ์สัตว์จากบริษัทคู่ค้าโดยตรง แนะนำว่าให้แจ้งเรื่องไปยังกรมปศุสัตว์ซึ่งทำหน้าที่เป็นเลขาธิการของ Egg Board เพื่อหาแนวทางช่วยเหลือและสร้างความเป็นธรรมให้กับทุกฝ่ายจะดีกว่า เพราะข้อเท็จจริงด้านระบบการผลิตและการตลาดไข่ไก่นั้น ด้านปริมาณพ่อแม่พันธุ์ไม่ได้ขาดแคลน

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เปิดดัชนีราคาไข่ไก่ยุครัฐบาลอนุทิน “Egg Board” ถอดบทเรียนสร้างสมดุล

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...