โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

อิสราเอลพบ ‘เหล็กดิบ’ เก่าแก่ 2,600 ปี บนซากเรือโบราณในทะเลเมดิเตอร์เรเนียน

Xinhua

อัพเดต 27 มีนาคม 2569 เวลา 3.50 น. • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • XinhuaThai

× กรุณาติดต่อทีมงานเพื่อดาวน์โหลดคลิป

(แฟ้มภาพซินหัว : ชายหาดทะเลเมดิเตอร์เรเนียนในเมืองเฮอร์เซอลียา ใกล้เมืองเทลอาวีฟของอิสราเอล วันที่ 20 ก.ค. 2022)

เยรูซาเล็ม, 26 มี.ค. (ซินหัว) — มหาวิทยาลัยไฮฟาของอิสราเอลรายงานการขุดพบหลักฐานการลำเลียง “เหล็กดิบ” ทางเรือเก่าแก่ที่สุดเท่าที่เคยบันทึกไว้ ซึ่งมีอายุย้อนกลับไปราว 2,600 ปี ระหว่างการสำรวจทางโบราณคดีใต้น้ำนอกชายฝั่งตอนเหนือของอิสราเอลในทะเลเมดิเตอร์เรเนียน

ผลการศึกษาที่เผยแพร่ในวารสารเฮอริเทจ ไซแอนซ์ (Heritage Science) ระบุว่าวัตถุที่ขุดพบคือเหล็กดิบจำนวน 9 ก้อน หรือที่เรียกว่า “บลูมส์” (Blooms) ซึ่งจมอยู่พร้อมซากเรือโบราณบริเวณพื้นที่ดอร์ ลากูน ใกล้กับชายฝั่งคาร์เมล โดยโลหะถูกเก็บรักษาไว้ในรูปแบบดั้งเดิมและแข็งตัวภายในเตาถลุงโดยไม่มีร่องรอยของการขึ้นรูปหรือการแปรรูปเพิ่มเติม

เหล็กในสมัยโบราณแตกต่างจากโลหะอย่างทองแดงและสัมฤทธิ์ ตรงที่ไม่ได้ถูกหลอมให้เป็นของเหลว แต่จะถูกให้ความร้อนด้วยถ่านจนได้เป็นก้อนของแข็งที่มีรูพรุน จากนั้นจึงนำไปตีให้แน่นขึ้น เพื่อใช้ผลิตเป็นเครื่องมือต่างๆ

นักวิจัยใช้การตรวจวิเคราะห์ด้วยกล้องจุลทรรศน์และการทดสอบทางเคมี ควบคู่กับการหาอายุด้วยคาร์บอนกัมมันตรังสีจากเศษถ่านไม้ที่ไหม้ติดอยู่ภายในก้อนเหล็กชิ้นหนึ่ง เพื่อยืนยันอายุและสภาพของสินค้าที่บรรทุกมา

ผลการศึกษาพบว่า เหล็กถูกขนส่งในสภาพวัตถุดิบทันทีหลังการผลิต ซึ่งบ่งชี้ว่าเหล็กเหล่านี้ถูกผลิตขึ้นในพื้นที่ห่างไกลและขนส่งไปยังที่อื่นเพื่อการแปรรูป ซึ่งการค้นพบดังกล่าวช่วยให้ข้อมูลเชิงลึกใหม่เกี่ยวกับการค้าในแถบเมดิเตอร์เรเนียนสมัยโบราณ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...