เรือบรรทุกสินค้าสัญชาติไทย “มยุรี นารี” เกยตื้นใกล้เกาะอิหร่าน หลังถูกโจมตีในฮอร์มุซ
เรือบรรทุกสินค้าสัญชาติไทย "มยุรี นารี” ที่ถูกยิงด้วยวัตถุไม่ทราบชนิดในช่องแคบฮอร์มุซเมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา ล่าสุดได้เกยตื้นใกล้เกาะเคชม์ของอิหร่าน
วันที่ 27 มีนาคม 2569 เวลา 07.19 น. สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า สำนักข่าว Tasnim ของอิหร่านรายงานเมื่อวันศุกร์ว่า เรือบรรทุกสินค้าสัญชาติไทยที่ถูกยิงด้วยวัตถุไม่ทราบชนิดในช่องแคบฮอร์มุซเมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา ได้เกยตื้นบริเวณใกล้เกาะเคชม์ของอิหร่านแล้ว
ทางการไทยเปิดเผยว่า ลูกเรือจำนวน 20 คนได้รับการช่วยเหลือโดยกองทัพเรือโอมาน ขณะที่ลูกเรืออีก 3 คนยังสูญหาย หลังเกิดเหตุระเบิดบริเวณท้ายเรือมยุรี นารี ซึ่งทำให้เกิดไฟไหม้ในห้องเครื่องยนต์
เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางสถานการณ์ความตึงเครียดในช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันและการค้าทางทะเลที่สำคัญของโลก และมีการโจมตีเรือหลายลำในช่วงความขัดแย้งระหว่างอิหร่านกับสหรัฐและอิสราเอล
ขณะที่เมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2569 นายสีหศักดิ์ กล่าวว่า จากที่ได้หารือทางโทรศัพท์กับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศอิหร่าน ใน 2 เรื่อง โดยเรื่องแรก ขอให้ทางการอิหร่านช่วยเหลือไทยในการเข้าไปให้ความช่วยเหลือเรือ ”มยุรี นารี“ ซึ่งลอยอยู่ในน่านน้ำของอิหร่าน ซึ่งขณะนี้เรายังไม่รู้ชะตากรรม ของลูกเรือที่ยังค้างอยู่บนเรือ 3 คน ซึ่งก่อนนี้ทางประเทศโอมานได้ช่วยเหลือลูกเรือมยุรี นารี ออกมาแล้ว 20 คน และเดินทางกลับมาถึงประเทศไทยเรียบร้อยแล้ว
นายสีหศักดิ์ กล่าวด้วยว่า ท่านทูตอิหร่าน ก็ได้โทรศัพท์มาที่กระทรวงการต่างประเทศของไทย เพื่อแจ้งว่าทาง โอมานกับทางอิหร่าน ได้มีการปฏิบัติการร่วมกัน และสามารถเข้าถึงเรือมยุรี นารี ของไทยได้แล้ว และบอกว่าสามารถที่จะเข้าถึงลูกเรือ 3 คนได้แล้ว
แต่มีความไม่ชัดเจนคือ ท่านทูตอิหร่านยังยืนยันไม่ได้ว่าชะตากรรมของลูกเรือ 3 คนเป็นอย่างไร ซึ่งเราก็พยามตรวจสอบอยู่ เราก็หวังว่าลูกเรือทั้ง 3 คน ยังมีชีวิตอยู่ แต่ตรงนี้เราก็ต้องรอการยืนยันข่าวนี้จากทางการอิหร่านหรือโอมาน เพราะการปฎิบัติการครั้งนี้เป็นการปฏิบัติการร่วมกันระหว่างอิหร่านกับโอมาน ตรงนี้ก็เป็นผลจากการที่ตนได้โทรศัพท์ไป หารือกับรัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน ซึ่งขณะนี้เราก็ต้องตั้งความหวังไว้ก่อน แต่ยังไม่รู้ว่าชะตากรรมเป็นอย่างไร
อีกเรื่องหนึ่งที่ตนได้พูดคุยกับรัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน โดยตนได้ยืนยันว่าประเทศไทยเราไม่ได้เป็นประเทศคู่กรณีในความขัดแย้ง และมีกฎหมายระหว่างประเทศเกี่ยวกับการเดินเรือโดยปลอดภัย เรือที่จะผ่านช่องแคบฮอร์มุส ก็มีหลักการนี้อยู่
เมื่อเกิดเหตุการณ์โจมตีเรือ “มยุรีนารี” ไปแล้ว ตนก็ขอไปว่า ถ้ามีเรือไทยที่จะต้องผ่านช่องแคบฮอร์มุส ก็ขอให้อิหร่านช่วยให้เรือไทยเดินทางโดยปลอดภัยได้หรือไม่ ซึ่งทางอิหร่านก็บอกว่า จะดูแลให้และขอให้ไทยแจ้งรายชื่อเรือที่จะผ่านช่องแคบฮอร์มุซ
ซึ่งทางกระทรวงการต่างประเทศของไทย ก็ได้แจ้งแนวปฏิบัติให้กับทางอิหร่านแล้ว ซึ่งตอนนี้กระทรวงการต่างประเทศขอไปสองลำ คือลำหนึ่งเป็นเรือของบางจาก อีกลำเป็นเรือของ เอสซีจี เคมีคอล ก็เพิ่งทราบข่าวมาเมื่อวานว่าเรื่องของบางจาก สามารถเดินทางผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ไปได้ด้วยความปลอดภัย และมุ่งสู่ประเทศไทยแล้ว ก็หวังว่าเรืออีกลำหนึ่งของไทย จะสามารถเดินทางกลับประเทศไทยด้วยความปลอดภัย
อ้างอิง : reuters.com