โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

นักวิจัยนานาชาติใช้ซินโครตรอนไทย สำรวจความลับที่ซ่อนในขาตั๊กแตน

Manager Online

เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา • MGR Online

นักวิจัยนานาชาติใช้แสงซินโครตรอนจากเครื่องกำเนิดแสงสยามในโคราชสำรวจอวัยวะภายในขาตั๊กแตน เพื่อทำความเข้าใจกลไกการรับรู้การเคลื่อนไหวของแมลงผ่านอวัยวะเล็กๆ ที่เกี่ยวข้องกับการได้ยิน การเคลื่อนไหว ไปจนถึงการวางไข่ สะท้อนบทบาทของประเทศไทยในการมีโครงสร้างพื้นฐานด้านวิทยาศาสตร์ขั้นสูงที่พร้อมสนับสนุนการวิจัยระดับนานาชาติ และเปิดโอกาสการค้นพบองค์ความรู้ใหม่ๆ

ตัวแทนทีมวิจัยนานาชาติจากไทย อังกฤษ ฝรั่งเศส เยอรมนี และสหรัฐอเมริกา ซึ่งทำวิจัยเกี่ยวกับการรับรู้เชิงกลของแมลง ได้นำตัวอย่างขาตั๊กแตนมาศึกษาด้วยเทคนิคแสงซินโครตรอนที่ สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน (องค์การมหาชน) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (อว.) จ.นครราชสีมา โดยใช้ เทคนิคเอกซเรย์โทโมกราฟี (X-ray Tomography) ซึ่งเป็นเทคนิคในการถ่ายภาพเอกซเรย์สามมิติความละเอียดสูง

ดร.อติเทพ ไชยสิทธิ์ นักวิจัยมหาวิทยาลัยเลสเตอร์ (University of Leicester) สหราชอาณาจักร หัวหน้าโครงการวิจัยซึ่งได้รับทุนจากโครงการ Human Frontier Science Program (HFSP) ซึ่งเป็นโครงการสนับสนุนงานวิจัยพื้นฐานระดับนานาชาติ และเป็นนักวิจัยเยือน (Visiting Research Scholar) ที่ศูนย์วิจัยเพื่อความเป็นเลิศพาหะและโรคที่นำโดยพาหะ (CVVD) และภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดลกล่าวว่า ทีมวิจัยได้นำตัวอย่างขาตั๊กแตนมาถ่ายภาพสามมิติด้วยเทคนิคแสงซินโครตรอนเพื่อศึกษาอวัยวะรับรู้การงอพับขาที่เรียกว่า Femoral Chordotonal Organ หรือ FeCO ซึ่งเป็นอวัยวะในกลุ่ม Chordotonal Organ ที่แมลงใช้ในการรับรู้สิ่งเร้าต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการได้ยินและการเคลื่อนไหวหรือการวางไข่

“ทีมของเรามีความสนใจร่วมกันในเรื่องการรับรู้เชิงกลในแมลง โดยเฉพาะกระบวนการ “เปลี่ยนสิ่งเร้าเชิงกลให้กลายเป็นสัญญาณประสาทไฟฟ้า” ซึ่งแมลงใช้อวัยวะในกลุ่ม Chordotonal Organ รับรู้สิ่งเร้าต่างๆ โดยภายในอวัยวะนี้ประกอบด้วยกลุ่มเซลล์ประสาทที่มีระยางค์นำสัญญาณประสาทเข้าสู่เซลล์ หรือ “เดนไดรท์” (dendrite) ที่เรียงตัวกันจนเหมือนเป็นเส้น และมีสมมติฐานว่าอวัยวะนี้จะถูกกระตุ้นเมื่อระยางค์นำสัญญาณประสาทได้รับการยืดดึง และด้วยหลักการง่ายๆ ดังกล่าวจึงเกิดคำถามว่า อวัยวะนี้สามารถทำหน้าที่อันหลากหลายตั้งแต่การได้ยินไปจนถึงการยืดดึงระดับเซลล์ได้อย่างไร” ……ดร.อติเทพ ไชยสิทธิ์ กล่าว

สำหรับโครงการวิจัยที่มาทำการทดลองที่สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอนนั้น ทีมวิจัยต้องการศึกษาว่าตั๊กแตนสามารถรับรู้องศาการงอพับขาได้อย่างไร โดยก่อนหน้านี้มีการศึกษาพบว่าอวัยวะ FeCO ที่ตั๊กแตนใช้ในการรับรู้การงอพับขานั้นจะมีรูปแบบสัญญาณประสาทไฟฟ้าที่แตกต่างกันเมื่อขาถูกกางออกหรือถูกพับงอ ทีมวิจัยจึงพยายามหาความสัมพันธ์ระหว่างมุมพับงอของข้อขาตั๊กแตนสัญญาณประสาทไฟฟ้า และปัจจัยเชิงกลโดยเฉพาะแรงที่กระทำต่ออวัยวะ FeCO ระหว่างมีการงอพับข้อขา

“เป้าหมายหลักส่วนแรกคือการสร้างแบบจำลองสามมิติของ FeCO เพื่อศึกษาการกระจายตัวของเซลล์ประสาทและระยางค์นำสัญญาณประสาทในสามมิติ เนื่องจากเราต้องการเข้าใจว่าเซลล์ประสาทต่างๆ ภายใน FeCO มีการรวมกลุ่มกันอย่างไร ระยางค์นำสัญญาณประสาทมีการยึดโยงกับตำแหน่งต่างๆ ภายในขาอย่างไร และการงอพับข้อขาของตั๊กแตนนำไปสู่การยืดหดของอวัยวะนี้อย่างไร และส่วนที่สองคือการนำโครงสร้างสามมิติไปสร้างแบบจำลองเชิงกล ด้วยเทคนิค Finite Element Modelling (FEM) โดยเรามีสมมติฐานว่าเมื่อตั๊กแตนงอขาในมุมต่างๆ อวัยวะ FeCO จะมีรูปแบบการยืดหดที่แตกต่างกันและจะส่งผลให้มีรูปแบบของแรงที่กระทำในระดับอวัยวะและเซลล์มีความแตกต่างกัน จนนำไปสู่การกระตุ้นกลุ่มของเซลล์ประสาทที่แตกต่างกันไปด้วย”

….ดร.อติเทพ ไชยสิทธิ์ อธิบายถึงเป้าหมายในการศึกษาข้อขาตั๊กแตนด้วยเทคนิคแสงซินโครตรอน

ทางด้าน ดร.เบนจามิน วอร์เรน (Benjamin Warren) นักวิจัยร่วมในโครงการจากมหาวิทยาลัยคีล (Keele University) สหราชอาณาจักร ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านสรีรวิทยาการได้ยินของแมลง ได้ทดลองใช้แสงซินโครตรอนด้วยเทคนิคเอกซเรย์โทโมกราฟีเป็นครั้งแรกในการศึกษาการรับรู้เชิงกลภายในขาตั๊กแตนร่วมกับ ดร.อติเทพ ไชยสิทธิ์ กล่าวว่า “หากใช้เทคนิคอื่นจะไม่สามารถให้ข้อมูลที่ได้รายละเอียดสูงเหมือนเทคนิคที่ใช้แสงซินโครตรอนนี้ และใช้เวลาวัดตัวอย่างด้วยเวลาที่สั้นเพียง 6 นาที ก่อนหน้านี้ทีมของเราเคยใช้เทคนิค Focused ion beam scanning electron microscopy (FIB-SEM) ซึ่งมีความละเอียดสูงมากในระดับไม่กี่นาโนเมตร แต่วิธีหลังนี้ใช้ทรัพยากรค่อนข้างมาก และใช้เวลาในการเตรียมตัวอย่างนาน อีกทั้งตัวอย่างยังถูกทำลายระหว่างการสร้างภาพสามมิติด้วย”

จากการใช้บริการแสงซินโครตรอนในครั้งนี้ ดร.อติเทพ ไชยสิทธิ์ กล่าวว่า ทีมวิจัยเชื่อว่าเทคนิคเอกซเรย์โทโมกราฟีของสถาบันวิจัยแสงซินโครตรอนและความเชี่ยวชาญของทีมงานระบบลำเลียงแสง 1.2W ของสถาบันฯ สามารถช่วยให้ทีมวิจัยบรรลุผลการวิจัยได้ และในขณะเดียวกันผมก็เห็นว่าเป็นโอกาสดีในการผลักดันให้เกิดจากประสานงานวิจัยทางประสาทวิทยาทั้งที่มาจากการร่วมมือกับทีมนักวิทยาศาสตร์นานาชาติและภายในประเทศไทยเข้ากับเทคโนโลยีซินโครตรอนมากขึ้น

หมายเหตุ* ….เทคนิคเอกซเรย์โทโมกราฟี (X-ray Tomography) เป็นเทคนิคในการใช้แสงซินโครตรอนย่านรังสีเอกซ์เพื่อถ่ายสามมิติของตัวอย่างที่ศึกษา และเห็นภาพตัวขวางของตัวอย่างโดยไม่ต้องตัดตัวอย่าง คล้ายการถ่ายภาพเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (CT Scan) ในโรงพยาบาล แต่เทคนิคเอกซเรย์โทโมกราฟีสามารถให้รายละเอียดในเชิงลึกได้มากกว่า และสามารถใช้ศึกษาโครงสร้างสามมิติระดับไมโครเมตรของตัวอย่างขนาดเล็ก เช่น การศึกษาเนื้อเยื่อ กระดูก วัสดุอุตสาหกรรม และวัสดุทางโบราณคดี เป็นต้น โดยไม่ต้องตัดหรือทำลายตัวอย่าง

website : mgronline.com
facebook : MGRonlineLive
twitter : @MGROnlineLive
instagram : mgronline
line : MGROnline
youtube : MGR Online VDO

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...