โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ย้อนรอย 6 ทศวรรษ “สยามดนตรียามาฮ่า” จาก Product Centric สู่ เวียนนาตะวันออก “พันล้าน”

การเงินธนาคาร

อัพเดต 1 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 2 วันที่แล้ว

สยามดนตรียามาฮ่า พลิกโมเดลธุรกิจครั้งใหญ่ในรอบ 6 ทศวรรษ ก้าวข้ามขีดจำกัด "โรงเรียนสอนดนตรี" สู่การสร้างระบบนิเวศดนตรีครบวงจร รับมือวิกฤตเด็กเกิดต่ำและพฤติกรรมผู้บริโภคยุค AI ตั้งเป้ารายได้แตะ 1,000 ล้านบาท ภายใน 3 ปี

29 เมษายน 2569 ในวันที่อัตราการเกิดของประชากรไทยลดฮวบและ AI เริ่มเข้ามาแย่งพื้นที่การสร้างสรรค์ "สยามดนตรียามาฮ่า" ภายใต้ร่มเงาสยามกลการ กลับไม่ได้มองว่าเป็น"วิกฤต" แต่คือการ "คัดกรอง" เพื่อก้าวสู่บทใหม่ของอาณาจักรดนตรีที่เน้นคุณภาพมากกว่าปริมาณ และการเปลี่ยนผ่านจากผู้ขายเครื่องดนตรี สู่ผู้สร้างประสบการณ์เสียงครบวงจร

วิชั่น "เวียนนาตะวันออก" กับการปรับตัวในยุค "ประชากรหดตัว"

ย้อนกลับไปเมื่อกว่า 60 ปีที่แล้ว ดร. ถาวร พรประภา ผู้ก่อตั้งกลุ่มสยามกลการ ได้วางหมุดหมายสำคัญในการนำดนตรีเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตคนไทย โดยหวังจะปั้นเมืองไทยให้เป็น"เวียนนาตะวันออก" ทว่าในบริบทปัจจุบันที่โครงสร้างสังคมไทยเปลี่ยนไปสู่สังคมสูงวัยและเด็กเกิดน้อยลงอย่างมีนัยสำคัญ โจทย์ใหญ่ของยามาฮ่าจึงไม่ใช่แค่การสอนดนตรีให้เด็ก แต่คือการ "ตีโจทย์ใหม่" ของตลาดดนตรีทั้งระบบ

คุณประนัปดา พรประภา กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท สยามดนตรียามาฮ่า จำกัด ฉายภาพความเปลี่ยนแปลงนี้ว่า แม้ตัวเลขการเกิดจะลดลง แต่ "คุณภาพต่อหน่วย" กลับเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด พ่อแม่ยุคใหม่ที่มีลูกน้อยลงยินดีที่จะ"ลงทุน" เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีที่สุดให้กับลูก ซึ่งนั่นกลายเป็นโอกาสของแบรนด์ที่มีมาตรฐานสูง

"เรามองเห็นพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปอย่างชัดเจน เมื่อพ่อแม่มีลูกน้อยลง ความใส่ใจต่อคุณภาพการเรียนการสอนยิ่งทวีคูณ ไม่ว่าจะเป็นดนตรีหรือกีฬา เขาพร้อมจะสนับสนุนเต็มที่ หากแบรนด์นั้นพิสูจน์ได้ว่าให้มาตรฐานระดับโลก" คุณประนัปดา อธิบายถึง Cause & Effect ที่ทำให้ยามาฮ่ายังคงความแข็งแกร่งท่ามกลางพายุประชากร

นอกจากนี้ การเติบโตของโรงเรียนนานาชาติที่เพิ่มขึ้นจากไม่กี่แห่งในอดีตสู่เกือบ 300 แห่งทั่วประเทศ เป็นอีกหนึ่งตัวแปรสำคัญ (Driver) ที่ส่งผลให้ยามาฮ่าขยายตัวตามกลุ่ม Middle-to-Upper Income ที่มีกำลังซื้อสูงและมองดนตรีเป็นทักษะพื้นฐานที่ขาดไม่ได้

Slow Expansion: กลยุทธ์ "โตอย่างประณีต" ในวันที่เศรษฐกิจผันผวน

ในขณะที่หลายธุรกิจเร่งขยายสาขา (Scale up) เพื่อสร้างตัวเลข แต่สำหรับสยามดนตรียามาฮ่า คุณประนัปดาเลือกที่จะใช้กลยุทธ์ "Expand Slowly" โดยเน้นการสร้าง Long-term Partnership ผ่านระบบ "Mega Dealer"

"ในส่วนของการขยายโรงเรียน เราไม่ได้เน้นเชิงปริมาณแบบก้าวกระโดด แต่เรามองหา Investor ที่ 'ใช่' และมี Requirement ที่เข้มงวดกว่าแบรนด์อื่น เพราะเราต้องการให้เขาสามารถดูแลหลายสาขาได้อย่างมีประสิทธิภาพและอยู่รอดได้จริงในระยะยาว ยิ่งในภาวะเศรษฐกิจเช่นนี้ เรายิ่งต้องเน้นเรื่องคุณภาพมากกว่าจะเร่งเปิดให้ครบ 100 สาขาโดยที่ขาดมาตรฐาน"

นี่คือจุดตัดที่ชัดเจนระหว่าง"ภาษานักลงทุน" กับ "ภาษานักการตลาด" ยามาฮ่าเลือกที่จะประคอง Partner ให้เติบโตไปพร้อมกัน มากกว่าการขายแฟรนไชส์เพื่อเอายอดขายเพียงอย่างเดียว โดยคุณประนัปดาเน้นย้ำว่าความเป็น"สยามกลการ" คือการมองความสัมพันธ์แบบยั่งยืน ซึ่งส่งผลบวกต่อความน่าเชื่อถือของแบรนด์ในสายตาผู้ปกครองและคู่ค้า

จาก Product-Centric สู่ Solution-Based: เมื่อ AI คือ "ส่วนผสม" ไม่ใช่ "ศัตรู"

อีกหนึ่งแม่ทัพสำคัญดร. พีรวัฒน์ ชูเกียรติ กรรมการผู้จัดการ มองว่าหัวใจของการอยู่รอดในอีก 60 ปีข้างหน้า คือการเปลี่ยนผ่านจากผู้จำหน่ายเครื่องดนตรี สู่การเป็น Audio Solution ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่

"โลกเปลี่ยนไปแล้ว เราจะยึดติดกับการขายกีตาร์หรือเปียโนเป็นชิ้นๆ อย่างเดียวไม่ได้ วันนี้เราต้องก้าวไปสู่ Solution-based ลูกค้าไม่ได้แค่อยากเล่นดนตรี แต่เขาอยาก Record อยากทำเพลงเองที่บ้าน เราจึงนำ AI เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการทำเพลง (Part of creation) เพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่เปลี่ยนไป"

ดร. พีรวัฒน์ วิเคราะห์ว่าพฤติกรรมผู้บริโภคยุค Digital Native มีความซับซ้อนขึ้น พวกเขาสามารถเรียนรู้เองได้ผ่านออนไลน์ในช่วงโควิด-19 ซึ่งในตอนแรกอาจดูเหมือนจะเป็นวิกฤตของโรงเรียนดนตรี แต่ในความเป็นจริงกลับเป็นการขยายฐานตลาด (Market Expansion) ให้กว้างขึ้น

"ช่วงโควิดทำให้คนอยู่บ้านและหันมาเล่นดนตรีมากขึ้น ยอดขายเครื่องดนตรีเราโตขึ้นอย่างน่าสนใจ ขณะเดียวกันเราก็ปรับหลักสูตรในโรงเรียนให้มี Masterclass และคลาสเสริมที่ช่วยให้เด็กเรียนได้เร็วขึ้น เช่น จากเกรด 1 ไปเกรด 3 ในเวลาที่สั้นลง เพื่อตอบสนองต่อความต้องการที่ต้องการเห็นผลลัพธ์ที่รวดเร็วขึ้นของคนยุคนี้"

โครงสร้างรายได้ใหม่: เดิมพันพันล้านกับตลาด Blue Ocean

ปัจจุบันสยามดนตรียามาฮ่ามีโครงสร้างรายได้ที่แบ่งออกเป็น 3 ขาหลัก คือ เครื่องดนตรี (60%), Audio Solution (30%) และที่เหลือเป็นโรงเรียนดนตรีรวมถึงบริการหลังการขาย โดย ดร. พีรวัฒน์ ตั้งเป้าว่ารายได้จะแตะระดับ 1,000 ล้านบาท ภายใน 3 ปี ผ่านการรักษาอัตราเติบโต 5-10% ต่อปี

แต่สิ่งที่น่าจับตามากกว่าตัวเลข คือการบุกตลาด Silver Economy หรือกลุ่มผู้สูงวัย ซึ่งยามาฮ่ามองว่าเป็นจิ๊กซอว์ตัวสำคัญในการสร้าง Music Ecosystem ที่สมบูรณ์

"ดนตรีไม่ใช่แค่เรื่องของเด็ก แต่สังคมสูงวัยกำลังมา เรากำลังโฟกัสในกลุ่มเป้าหมายใหม่ๆ โดยสร้างหลักสูตรที่ดึงให้ผู้สูงอายุออกมาจากบ้าน หรือแม้แต่เรียนที่บ้านด้วยตัวเอง เป้าหมายเราคือดูแลลูกค้าตั้งแต่อายุ 3 ขวบ ถึง 80 ปี เพราะเราเชื่อว่าดนตรีเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ชีวิตสนุกขึ้น สร้างสมาธิ และวินัย"

หัวใจสำคัญที่ทำให้ยามาฮ่ายืนหยัดมาได้ถึง 6 ทศวรรษ คือ "After-sales Service" ซึ่ง ดร. พีรวัฒน์ เน้นย้ำว่าเป็นจุดแข็งที่คู่แข่งรายย่อยหรือสินค้าจีนที่เน้นราคา (Price Sensitive) ไม่สามารถเลียนแบบได้

คืนสู่วิสัยทัศน์เดิม ในรูปแบบ "Music Lover Community"

ในช่วงท้ายของการพูดคุย ผู้บริหารทั้งสองท่านเห็นตรงกันว่า การครบรอบ 60 ปี คือการกลับไปสู่จุดเริ่มต้นที่ยิ่งใหญ่กว่าเดิม นั่นคือการสร้าง Experience และ Community

"ในรอบ 6 ทศวรรษนี้ คำว่าประสบการณ์และชุมชนสำคัญกว่าการขายของไปแล้ว เราต้องการกลับไปสู่วิสัยทัศน์ของผู้ก่อตั้งที่ต้องการให้ทุกคนมารวมตัวกันโดยใช้ดนตรี 60 ปีต่อจากนี้ ยามาฮ่าจะทำหน้าที่เชื่อมต่อสังคมไทย (Connect) ให้มากขึ้นผ่าน Music Lover Community เราไม่ใช่แค่ขายสินค้า แต่เราขายความสนุกและความทรงจำร่วมกัน"

บทสรุปของสยามดนตรียามาฮ่าจึงไม่ใช่แค่เรื่องของการขายเปียโนหลังละล้าน หรือการขยายโรงเรียนให้ครบ 100 แห่ง แต่คือการวางรากฐานให้ดนตรีกลายเป็น "กระดูกสันหลัง" ของสังคมไทย ที่สามารถบำบัด เยียวยา และเชื่อมโยงผู้คนทุกเจนเนอเรชันเข้าไว้ด้วยกันอย่างยั่งยืน ท่ามกลางกระแสความเปลี่ยนแปลงของโลกเทคโนโลยีที่หมุนไปอย่างไม่หยุดยั้ง

อ่านข่าว แวดวงธุรกิจ ที่น่าสนใจ ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...