จับตาประชุมเฟด 29 เม.ย. “พาวเวล” อาจนั่งเก้าอี้ประธานครั้งสุดท้าย คาดคงดอกเบี้ยต่อ
จับตาประชุมเฟด “พาวเวล” อาจนั่งเก้าอี้ประธานเฟดครั้งสุดท้าย ตลาดคาดเฟดยังคงดอกเบี้ยต่อเนื่อง จากเงินเฟ้อที่ยังสูงและตลาดแรงงานที่ยังแข็งแกร่ง แม้เศรษฐกิจเริ่มชะลอบางส่วน
วันที่ 29 เมษายน 2569 เวลา 03.15 น. สำนักข่าว CNBC รายงานว่า การประชุมของธนาคารกลางสหรัฐ เฟด) ครั้งนี้อาจเป็นครั้งสุดท้ายของเจอโรม พาวเวล ในฐานะประธาน โดยเขาคาดว่าจะนำคณะกรรมการนโยบายการเงินไปสู่การคงดอกเบี้ยอีกครั้งอย่างระมัดระวัง ท่ามกลางสถานการณ์ที่เงินเฟ้อยังคงอยู่ในระดับสูง ขณะที่ตลาดแรงงานยังคงมีความแข็งแกร่ง ทำให้เฟดยังไม่มีพื้นที่มากพอสำหรับการเริ่มลดดอกเบี้ยในระยะนี้
การตัดสินใจครั้งนี้เกิดขึ้นในบริบทที่เศรษฐกิจสหรัฐเผชิญแรงกดดันจากหลายด้าน โดยเฉพาะราคาพลังงานที่ยังอยู่ในระดับสูง และเงินเฟ้อที่ยังสูงกว่าเป้าหมาย 2% ของเฟดต่อเนื่องมาเป็นเวลาหลายปี แม้ว่าตลาดแรงงานจะเริ่มชะลอลงบ้าง แต่ยังไม่ถึงขั้นอ่อนแอหรือเข้าสู่ภาวะวิกฤต ซึ่งทำให้ภาพรวมยังไม่เอื้อต่อการผ่อนคลายนโยบายการเงินในเร็ว ๆ นี้
Roger Ferguson อดีตรองประธานเฟด มองว่า ภายใต้กรอบ “Dual Mandate” เฟดอาจประเมินว่าตลาดแรงงานอยู่ในระดับที่ค่อนข้างมีเสถียรภาพแล้ว แต่ในด้านเงินเฟ้อยังต้องใช้เวลาอีกมากในการปรับลด โดยเฉพาะเมื่ออัตราเงินเฟ้อยังอยู่ราว 3% ซึ่งถือว่ายังดื้อและสูงเกินเป้าหมาย ทำให้แนวโน้มคือการรอดูสถานการณ์ต่อไปก่อน
ด้านนักวิเคราะห์จาก Goldman Sachs คาดว่า แถลงการณ์หลังการประชุมจะสะท้อนภาพเศรษฐกิจที่ตลาดแรงงานดีขึ้น ขณะเดียวกันเงินเฟ้อกลับปรับสูงขึ้น แต่เฟดน่าจะยังคงแนวทางนโยบายเดิมไว้ โดยมีแนวโน้มสูงที่จะมีมติคงดอกเบี้ยอย่างเป็นเอกฉันท์เกือบทั้งหมด ซึ่งสอดคล้องกับการประเมินของตลาดที่ให้โอกาสการคงดอกเบี้ยสูงถึง 100%
ในสถานการณ์ที่ผลการตัดสินใจแทบไม่มีความไม่แน่นอน ความสนใจของตลาดจึงหันไปจับตาคำแถลงของพาวเวลเป็นหลัก อย่างไรก็ตาม ความสำคัญของถ้อยแถลงครั้งนี้อาจลดลง เนื่องจากมีแนวโน้มสูงว่า เควิน วอร์ช จะเข้ามารับตำแหน่งประธานเฟดต่อเมื่อวาระของพาวเวลสิ้นสุดลงในเดือนพฤษภาคม ทำให้ตลาดเริ่มให้ความสำคัญกับทิศทางนโยบายของผู้นำคนใหม่มากขึ้น
ประเด็นสำคัญที่เฟดยังคงต้องเผชิญคือแรงกดดันด้านเงินเฟ้อ โดยตัวเลขเงินเฟ้อพื้นฐานล่าสุดยังอยู่ที่ประมาณ 3% ขณะที่ราคาน้ำมันดิบยังเคลื่อนไหวใกล้ระดับ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และราคาน้ำมันเบนซินในสหรัฐก็ปรับตัวสูงขึ้นอีกครั้ง ซึ่งปัจจัยเหล่านี้ล้วนเพิ่มความซับซ้อนให้กับการกำหนดนโยบายการเงินของเฟด แม้โดยปกติแล้วเฟดจะมองแรงกระแทกระยะสั้นจากราคาพลังงานเป็นเรื่องชั่วคราว แต่ก็ยังคงระมัดระวังผลกระทบในระยะยาว โดยเฉพาะหากสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางทวีความรุนแรงขึ้น
สำหรับอนาคตของพาวเวล แม้เขาจะใกล้สิ้นสุดวาระในตำแหน่งประธาน แต่ยังมีทางเลือกที่จะดำรงตำแหน่งกรรมการเฟดต่อไปอีก 2 ปี อย่างไรก็ตาม เขายังไม่ได้ส่งสัญญาณที่ชัดเจนเกี่ยวกับแผนในอนาคต โดยก่อนหน้านี้เขาเคยระบุว่าจะยังไม่ออกจากตำแหน่งจนกว่าการสอบสวนโครงการปรับปรุงสำนักงานใหญ่ของเฟดจะเสร็จสิ้นอย่างสมบูรณ์ แม้การสอบสวนจะถูกโอนไปยังหน่วยงานภายในแล้ว แต่ก็ยังไม่แน่ชัดว่าจะเพียงพอต่อเงื่อนไขดังกล่าวหรือไม่
อ้างอิง : cnbc.com