ทรัพยากรมนุษย์ใน “ศตวรรษแห่งเอเชีย” บทเรียนจากการสร้างแรงงานทักษะของญี่ปุ่น
รายงานโดย ปรีดี บุญซื่อ
ในช่วง 50 ปีหลังของศตวรรษที่ 20 ความรุ่งเรืองของเอเชียแปซิฟิก เป็นเรื่องราวที่โดดเด่นอย่างมาก เริ่มต้นจากการนำของญี่ปุ่น ตามมาด้วย “เสือเศรษฐกิจ” เช่น เกาหลีใต้ ไต้หวัน ฮ่องกง กับสิงคโปร์ ปัจจุบันคือจีนกับอินเดีย จากตัวเลขของ IMF ในปี 2023 เอเชียแปซิฟิกมี GDP รวมกันมูลค่า 38.8 ล้านล้านดอลลาร์ มากกว่าอเมริกาเหนือที่ 30.7 ล้านล้านดอลลาร์ และยุโรป 24.8 ล้านล้านดอลลาร์
ความรุ่งเรืองของชาติในเอเชีย มักจะมีคำอธิบายว่า เกิดจากปัจจัยร่วมกันในการสร้างความสำเร็จ หนังสือที่โด่งดังของ Charmers Johnson ชื่อ MITI and the Japanese Miracle กล่าวว่า “รัฐการพัฒนา” (development state) คือหัวใจสำคัญของการเติบโตทางเศรษฐกิจของหลายชาติในเอเชีย คำว่ารัฐการพัฒนาหมายถึงรัฐที่ให้ความสำคัญแก่การพัฒนาเศรษฐกิจ และใช้มาตรการทางนโยบายที่จำเป็น ในการบรรลุเป้าหมายดังกล่าว ญี่ป่นพัฒนาโมเดลนี้ขึ้นมา ประเทศที่นำโมเดลนี้ไปใช้เวลาต่อมาคือ เกาหลีใต้ ไต้หวัน สิงคโปร์ และแม้กระทั่งจีน
iants (2025) ที่เขียนถึงยุทธศาสตร์ระดับชาติในการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ของญี่ปุ่น ออสเตรเลีย จีน และอินเดีย กล่าวว่า ปัจจัยด้านวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ และสถาบันในสังคม มีบทบาทแตกต่างกันไปในเรื่อง เส้นทางการพัฒนาเศรษฐกิจในเอเชีย
แรงงานทักษะกับความรุ่งเรือง
แต่ทรัพยากรมนุษย์คือสิ่งที่มีความสำคัญ ต่อการพุ่งขึ้นมาสู่รุ่งเรืองของประเทศต่างๆ และในเส้นทางที่แตกต่างกันนั้น ทรัพยากรมนุษย์ทำให้ประเทศในเอเชีย สามารถไล่ตามการพัฒนาของประเทศตะวันตก ในบางกรณีก็สามารถก้าวล้ำหน้า แต่ยุทธศาสตร์การสร้าง การรักษา และใช้ประโยชน์ทักษะของแรงงาน แตกต่างกันในแต่ละประเทศของเอเชีย
การศึกษา โดยเฉพาะการศึกษาระดับสูง มีความสำคัญต่อการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ญี่ปุ่นและเสือเศรษฐกิจในเอเชียตะวันออก สร้างระบบการศึกษาของประเทศให้เข้มแข็ง เพื่อสนองแรงงานที่จำเป็นต่อการพัฒนาอุตสาหกรรม สำหรับออสเตรเลียและสิงคโปร์ การศึกษาระดับสูง ไม่เพียงแต่เพื่อฝึกฝนแรงงานในประเทศ แต่เพื่อดึงแรงงานทักษะจากต่างประเทศ ที่จะมาเป็นทุนทางการเงิน และมนุษย์ของประเทศ สถาบันเทคโนโลยีของอินเดีย (Indian Institute of Technology) เป็นแหล่งผลิตวิศวกรซอฟต์แวร์ ทั้งแก่อินเดียและของโลก
แรงงานอพยพก็มีบทบาทสำคัญต่อความสำเร็จในการพัฒนา แรงงานทักษะจากต่างประเทศ เป็นส่วนสำคัญของกำลังแรงงานของออสเตรเลียและสิงคโปร์ และกำลังจะมีความสำคัญมากขึ้นต่อญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ ในไต้หวัน เกาหลีใต้ และจีน แรงงานพลัดถิ่นไปอยู่ต่างประเทศ เพื่อไปศึกษาและทำงาน แล้วกลับมาประเทศ มีบทบาทสำคัญในการพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ดังนั้น การเคลื่อนย้ายแรงงานมีทักษะ จึงมีความสำคัญอย่างมากต่อการพัฒนา
ความหลากหลายของทรัพยากรมนุษย์ที่อุดมสมบูรณ์ ทั้งที่สร้างจากการศึกษาจากภายในประเทศ ที่มาจากต่างประเทศ หรือจากการย้ายกลับประเทศของแรงงานพลัดถิ่น จึงเป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างอำนาจ และความรุ่งเรืองของเอเชียแปซิฟิก หลายประเทศมีการใช้ประโยชน์แรงงานทักษะที่แตกต่างกัน ทำให้เส้นทางการพัฒนาแตกต่างกันไปด้วย
การจะรักษาการพัฒนาให้ต่อเนื่อง ยุทธศาสตร์ด้านทักษะจะต้องปรับตัว เพื่อรับมือปัญหาท้าทาย และความเสี่ยงใหม่ๆที่เกิดขึ้น เช่น เศรษฐกิจแบบอาศัยความรู้ ต้องการแรงงานที่สร้างสรรค์ และยึดหยุ่นคล่องตัว มากกว่าแรงงานแบบมาตรฐาน สำหรับอุตสาหกรรมดั่งเดิม ทำให้ต้องมีการยกระดับทักษะแรงงาน หรือนำเข้าแรงงานทักษะจากต่างประเทศ
ปัจจัยด้านภูมิรัฐศาสตร์ จะมีส่วนกำหนดการเคลื่อนไหวของแรงงานมีความสามารถพิเศษ ในภูมิภาคนี้มากขึ้น เช่นโครงการหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทางของจีน จะดึงนักศึกษาจากประเทศกำลังพัฒนา โดยเฉพาะแอฟริกา ไปเรียนที่จีนมากขึ้น ส่วนยุทธศาสตร์อินโดแปซิฟิกของออสเตรเลีย จะดึงนักศึกษาจากอินเดียและอาเซียน ไปศึกษาที่ออสเตรเลียมากขึ้น
ความหมายของความสามารถพิเศษ
The Four Talent Giants กล่าวว่า ทั้งวงการวิชาการและนักนโยบายยอมรับว่า ทรัพยากรมนุษย์มีส่วนสำคัญต่อการพัฒนาเศรษฐกิจ Gary Becker นักเศรษฐศาสตร์รางวัลโนเบล เป็นคนแรก ที่ทำให้แนวคิดนี้ เป็นที่เข้าใจของคนทั่วไป โดยกล่าวว่า “ค่าใช้จ่ายด้านการศึกษา การฝึกอบรม การดูแลสุขภาพ ฯลฯ คือการลงทุนในด้านทุนมนุษย์ (human capital) ที่มีความแตกต่างจากทุนทางกายภาพและทุนการเงิน เพราะเราไม่สามารถแยกตัวบุคคล ออกจากความรู้ ทักษะ สุขภาพ หรือค่านิยมของคนๆนั้น”
คำว่า “ความสามารถพิเศษ” มีความหมายกว้างที่ครอบคลุมอาชีพที่ต้องอาศัยทักษะ และประเทศมีความต้องการมากที่สุดต่ออุตสาหกรรมการผลิต เปรียบเทียบกับแรงงานไร้ฝีมือหรือกึ่งฝีมือ แรงงานทักษะมีส่วนมากที่สุด ในการทำให้เกิดการเติบโตทางเศรษฐกิจ
ดังนั้น ในกระบวนการพัฒนาเศรษฐกิจ แต่ละประเทศจะต้องการแรงงานมีทักษะพิเศษ ที่แตกต่างกัน แม้ว่าโลกปัจจุบันจะให้ความสำคัญแก่แรงงานทักษะ ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรม และคณิตศาสตร์ (STEM) อย่างเช่นอินเดียมีชื่อเสียงในการสร้างแรงงานทักษะด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ และซอฟต์แวร์ ส่วนออสเตรเลียมีความต้องแรงงานทักษะด้านการท่องเที่ยว
ลักษณะสำคัญอย่างหนึ่งของแรงงานทักษะคือ แรงงานทักษะนั้นมีหลายระดับ ทุกประเทศล้วนอาศัยการศึกษาและการฝึกอบรม เพื่อสร้างความสามารถทางทักษะในหมู่ประชาชน แต่ไม่มีประเทศไหนที่จะสร้างคุณภาพแรงงาน ได้มากพอสำหรับที่ป้อนให้กับเศรษฐกิจ หรือป้องกันไม่ให้แรงงานทักษะดีที่สุด ไปทำงานต่างประเทศ ประเทศต่างๆจึงต้องชดเชยการขาดแรงงาน โดยการนำเข้าจากต่างประเทศ หรือดึงแรงงานพลัดถิ่นกลับประเทศ แรงงานทักษะจึงมีลักษณแบบภายในประเทศ ต่างประเทศ และแรงงานพลัดถิ่น
ยุทธศาสตร์สร้างทักษะของญี่ปุ่น
The Four Talent Giants กล่าวถึงการสร้างแรงงานทักษะของญี่ปุ่นในช่วง “ความมหัศจรรย์ทางเศรษฐกิจ” เมื่อ Maskawa Toshihide นักฟิสิกส์ญี่ปุ่น เดินทางไปรับรางวัลโนเบลในปี 2008 ในการเริ่มต้นบรรยาย เขากล่าวขอโทษที่ไม่สามารถพูดภาษาอังกฤษ เขาเป็นนักวิยาศาสตร์ที่เติบโตจากภายในญี่ปุ่น และไม่เคยเดินทางไปต่างประเทศเลย
กรณีของ Maskawa Toshihide ไม่ใช่เรื่องแปลกในญี่ปุ่น คณะวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์ ที่มีชื่อของมหาวิทยาลัยโตเกียว อาจารย์ทั้งหมด 25 คน จบปริญญาเอกจากมหาวิทยาลัยในญี่ปุ่น ผู้บริหารระดับสูงของบริษัทชั้นนำในญี่ปุ่น 30 แห่ง มีเพียง 7 คน จบการศึกษาจากต่างประเทศ
สิ่งเหล่านี้สะท้อนแนวทางการสร้างทักษะของญี่ปุ่น ที่ในช่วงการพัฒนาอุตสาหกรรมพยายามรักษาแรงงานแบบเนื้อเดียวกันของญี่ปุ่น ต่างจากเพื่อนบ้านอย่างจีนหรือเสือเศรษฐกิจเอเชีย ที่ให้คุณค่าแก่ การจากการศึกษาจากตะวันตกและพูดภาษาอังกฤษได้คล่อง แต่บริษัทญี่ปุ่นและสถาบันการศึกษา นิยมคนที่จบจากในประเทศ อดีตคณบดี คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิยาลัยโตเกียว เคยกล่าวไว้ว่า ในญี่ปุ่น ภาษาอังกฤษไม่ได้มีความหมายถึงการมีฐานะเป็นชนชั้นนำในสังคม เหมือนกับที่อื่นๆในเอเชีย
ญี่ปุ่นแสดงให้เห็นถึงเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมและทางโครงสร้าง ที่เน้นการทำสิ่งต่างๆในวิถีแบบญี่ปุ่น เมื่อผสมกับระบบการศึกษาที่มีคุณภาพ และการฝึกอบรมภายในองค์กรที่มีคุณภาพสูง รวมทั้งโอกาสการทำงานที่มีมากมายในประเทศ ทำให้ญี่ปุ่นสามารถรักษาแรงงานมีทักษะคุณภาพ ไว้ได้ภายในประเทศ แม้แต่เวลาที่คนญี่ปุ่นไปฝึกงานในต่างประเทศ ก็รู้สึกว่าตัวเองยังอยู่ในตลาดแรงงานภายในของญี่ปุ่น
การสร้างทักษะของญี่ปุ่นจากภายใน
The Four Talent Giants กล่าวว่า พื้นฐานของการฝึกอบรมทักษะแรงงานของญี่ปุ่น มาจากระบบการศึกษาที่พัฒนาอย่างดี เนื่องจากไม่เคยตกเป็นเมืองขึ้นตะวันตก ทำให้ไม่ถูกบังคับให้ใช้ระบบการศึกษาต่างประเทศ มีความเป็นเลิศในการเตรียมนักศึกษาเข้าสู่การทำงานแบบมาตรฐาน เป็นแรงงานสำหรับการพัฒนาอุตสาหกรรม
สถาบันการศึกษาที่สำคัญอย่างหนึ่งคืออาชีวศึกษา ที่มีอยู่ในระดับมัธยม และพ้นจากมัธยม วิชาด้านการประกอบการผลิต ไฟฟ้า และวิศวกรรมก่อสร้าง เป็นหลักสูตรระดับมัธยม มีขึ้นเพื่อสนองความต้องการของการพัฒนาอุตสาหกรรมในทศวรรษ 1950 และ 1960 ตั้งแต่ปี 1958 หลักสูตรดังกล่าวกลายเป็นวิชาบังคับในระดับมัธยมต้น
แต่ The Four Talent Giants ก็กล่าวว่า การที่ญี่ปุ่นพึ่งพาการสร้างแรงงานทักษะ จากการฝึกอบรมของตัวเองมากเกินไป ทำให้เกิดความเสี่ยงจากการปรับตัวได้ล่าช้า เพราะแยกตัวจากตลาดแรงงานโลก และความเสี่ยงจากวิกฤติประชากร ที่แรงงานวัยทำงานลดลง ทำให้ต้องปรับตัวหันมาให้ความสำคัญกับทักษะจากต่างประเทศ แต่ก็มีอุปสรรค เพราะระบบที่รองรับยังเป็นแบบเดิม คือระบบที่สนับสนุนการฝึกทักษะจากภายใน ที่เคยประสบความสำเร็จมายาวนาน
เอกสารประกอบ
The Four Talent Giants, Gi-Wook Shin, Stanford University Press, 2025.