ทิสโก้กำไรโต 5.5% รับแรง EV-ตลาดทุน แต่ตั้งสำรองสูงรับเศรษฐกิจเสี่ยง
กลุ่มทิสโก้เปิดผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2569 ด้วยกำไรสุทธิ 1,734 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.5% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ยังเปราะบาง โดยแรงขับเคลื่อนหลักมาจากการฟื้นตัวของธุรกิจหลัก ทั้งสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์และธุรกิจตลาดทุน
นายศักดิ์ชัย พีชะพัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มทิสโก้ เปิดเผยว่า การเติบโตในช่วงต้นปีได้รับแรงหนุนจากกระแสความต้องการรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ที่เร่งตัวขึ้นก่อนสิ้นสุดมาตรการสนับสนุน EV 3.0 ของภาครัฐ ส่งผลให้สินเชื่อรถใหม่ขยายตัวกว่า 30%
ขณะเดียวกัน ธุรกิจตลาดทุนเริ่มฟื้นตัวจากกระแสเงินทุนไหลกลับเข้าสู่ตลาดหุ้นไทย หนุนรายได้ค่าธรรมเนียมเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
อย่างไรก็ตาม ภาพรวมธุรกิจสินเชื่อยังเผชิญแรงกดดัน โดยเฉพาะกลุ่มลูกหนี้ความเสี่ยงสูง ทำให้บริษัทดำเนินนโยบายปล่อยสินเชื่ออย่างระมัดระวัง พร้อมลดสัดส่วนสินเชื่อในกลุ่มเสี่ยง และเพิ่มประสิทธิภาพการติดตามหนี้อย่างใกล้ชิด
ในด้านคุณภาพสินทรัพย์ แม้ระดับหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) ปรับลดลงมาอยู่ที่ 2.11% แต่บริษัทได้เพิ่มการตั้งสำรองเพื่อรองรับความไม่แน่นอนในอนาคต ส่งผลให้อัตรา NPL Coverage Ratio อยู่ที่ 191% สะท้อนการบริหารความเสี่ยงเชิงรุก
ปัจจัยสำคัญที่กดดันการดำเนินงานในระยะต่อไปยังคงเป็นความเสี่ยงจากสงครามในตะวันออกกลาง วิกฤติพลังงาน และค่าครองชีพที่อยู่ในระดับสูง ซึ่งอาจกระทบต่อความสามารถในการชำระหนี้ของลูกค้า
กลุ่มทิสโก้ประเมินว่า เศรษฐกิจไทยปี 2569 มีแนวโน้มขยายตัวเพียง 1.2–1.5% ลดลงจากประมาณการเดิม ขณะที่เงินเฟ้อมีโอกาสปรับขึ้นสู่ระดับ 3.0% แม้ยังอยู่ในกรอบเป้าหมายของธนาคารแห่งประเทศไทย
ในเชิงโครงสร้างรายได้ รายได้ดอกเบี้ยสุทธิเพิ่มขึ้น 3.4% จากต้นทุนทางการเงินที่ลดลง ขณะที่รายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นถึง 27.2% จากทุกธุรกิจหลัก โดยเฉพาะธุรกิจนายหน้าประกันภัยและธุรกิจจัดการกองทุน
ด้านฐานะเงินกองทุนยังคงแข็งแกร่ง โดยมีอัตราส่วนเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยง (BIS Ratio) อยู่ที่ 20.5% สูงกว่าข้อกำหนดขั้นต่ำของธนาคารแห่งประเทศไทยอย่างมีนัยสำคัญ สะท้อนศักยภาพในการรองรับความผันผวนในระยะข้างหน้า
สำหรับทิศทางการดำเนินธุรกิจ กลุ่มทิสโก้ยังคงยึดแนวทาง “เติบโตอย่างยั่งยืน” โดยเน้นการบริหารความเสี่ยง การตั้งสำรองในระดับเหมาะสม และการดูแลลูกค้าอย่างใกล้ชิด ผ่านมาตรการช่วยเหลือต่าง ๆ เช่น โครงการ “คุณสู้ เราช่วย” และการปรับโครงสร้างหนี้ เพื่อรักษาเสถียรภาพขององค์กรในระยะยาว