โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สถิติลดลง!ปิดฉาก7วันอันตรายสงกรานต์ 69 ถอดบทเรียนยกระดับปลอดภัย

INN News

อัพเดต 18 เม.ย. เวลา 13.48 น. • เผยแพร่ 18 เม.ย. เวลา 10.00 น. • INN News

เทศกาลสงกรานต์ปี 2569 รัฐบาลเอาจริงกับการหยุดยั้งสถิติความสูญเสียบนท้องถนน ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 10 เมษายนที่ผ่านมา “อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้เดินทางมาเป็นประธานเปิดศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์ด้วยตัวเอง

ปีนี้นายกฯ ชูแนวคิด "ขับขี่ปลอดภัย ลดความเร็ว ลดอุบัติเหตุ" ประกาศคุมเข้ม 7 วันอันตราย โดยพุ่งเป้าไปที่ 3 สาเหตุหลักคือ "เร็ว เมา หมวก" พร้อมสั่งการให้ทุกจังหวัดบังคับใช้กฎหมาย 10 ข้อหาหลักอย่างเด็ดขาด นอกจากนี้ยังรณรงค์ให้ประชาชนใช้ระบบขนส่งสาธารณะ หรือใช้วิธี Carpool "ทางเดียวกัน ไปด้วยกัน" เพื่อลดความแออัดบนถนนและประหยัดพลังงานของประเทศ เป็นการวางกรอบปฏิบัติที่ชัดเจนตั้งแต่วันแรกของการเดินทาง

และเมื่อสิ้นสุดช่วง 7 วันเฝ้าระวังอันตราย ผลลัพธ์ที่ได้ถือว่า บรรลุเป้าหมายที่วางไว้ เมื่อวันที่ 17 เมษายน “ธีรพัฒน์ คัชมาตย์” อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย แถลงปิดศูนย์ฯ สรุปสถิติสะสมตั้งแต่วันที่ 10 ถึง 16 เมษายน 2569 พบว่า เกิดอุบัติเหตุรวม 1,242 ครั้ง มีผู้บาดเจ็บ 1,200 คน และเสียชีวิต 242 ราย

หากเรานำตัวเลขนี้ไปเปรียบเทียบกับสถิติของปี 2568 และค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 3 ปี จะเห็นภาพความสำเร็จที่ชัดเจนมาก เพราะจำนวนอุบัติเหตุลดลงถึงร้อยละ 35.59 ผู้บาดเจ็บลดลงร้อยละ 37.53 และยอดผู้เสียชีวิตลดลงร้อยละ 9.70 ซึ่งทะลุเป้าหมายที่รัฐบาลตั้งไว้ว่าสถิติต้องลดลงไม่น้อยกว่า 5 เปอร์เซ็นต์ สะท้อนให้เห็นว่ามาตรการคุมเข้มปีนี้ "ได้ผลจริง"

แต่ถึงแม้สถิติภาพรวมจะลดลง "ผู้กระทำผิด" และ "ความประมาท" ก็ยังคงรูปแบบเดิม สาเหตุอันดับหนึ่งยังคงเป็นการขับรถเร็วเกินกำหนด สูงถึงร้อยละ 40.65 รองลงมาคือการตัดหน้ากระชั้นชิด และยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุดกว่าร้อยละ 64 คือ รถจักรยานยนต์ โดยจุดเกิดเหตุมักเป็นเส้นทางตรงและถนนในชุมชนหมู่บ้าน

อย่างไรก็ตาม ข่าวดีของปีนี้คือมีถึง 10 จังหวัดที่สามารถรักษาแชมป์ "ตายเป็นศูนย์" ไว้ได้สำเร็จ ได้แก่ นครพนม บึงกาฬ ปัตตานี พังงา ระยอง สตูล สมุทรสงคราม สิงห์บุรี หนองบัวลำภู และแม่ฮ่องสอน ซึ่งถือเป็นโมเดลความสำเร็จที่ ศปถ. จะนำไปถอดบทเรียนเพื่อใช้งานในปีต่อไป

งานของ ศปถ. ไม่ได้จบลงแค่วันปิดศูนย์ อธิบดี ปภ. เน้นย้ำว่า หลังจากนี้ ภาครัฐต้องเร่งประสานงานดูแลผู้ประสบอุบัติเหตุและครอบครัว ให้ได้รับการช่วยเหลือเยียวยาตามกฎหมายอย่างครบถ้วนและรวดเร็วที่สุด

ส่วนกลุ่มผู้กระทำความผิด โดยเฉพาะคดี "เมาแล้วขับ" จะถูกส่งเข้าสู่กระบวนการคุมประพฤติ และติดตามอย่างใกล้ชิด เพื่อดัดนิสัยและป้องกันไม่ให้เกิดการกระทำผิดซ้ำอีก เพราะความสูญเสียบนท้องถนนไม่ควรจบลงแค่การจ่ายค่าปรับ แต่ต้องเกิดการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมอย่างแท้จริง

แม้ช่วง 7 วันอันตรายของเทศกาลสงกรานต์ปี 2569 จะสิ้นสุดลงพร้อมกับตัวเลขสถิติที่ดีขึ้น แต่อุบัติเหตุบนท้องถนนยังคงเกิดขึ้นได้ทุกวัน ความร่วมมือจากทุกคนในการสวมหมวกกันน็อก คาดเข็มขัดนิรภัย ไม่ขับรถเร็ว และไม่เมาแล้วขับ คือกุญแจสำคัญที่จะเปลี่ยนถนนเมืองไทยให้ปลอดภัยในทุกๆ วัน ไม่ใช่แค่ช่วงเทศกาล

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnews

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...