ถอดวิชาพี่ใหญ่ ‘Café Amazon’ ปรับมายด์เซ็ตคิดแบบองค์กรใหญ่ แก้เกมยุคร้านกาแฟล้นปั๊ม
ในวันที่ร้านกาแฟในปั๊มน้ำมันมีอยู่แทบทุกจุด บางพื้นที่ไม่ได้มีแค่แบรนด์เดียว แต่มีตัวเลือกวางเรียงกันจนเลือกไม่ถูก สิ่งที่น่าคิดต่อคือ ในสมรภูมิที่หนาแน่นขนาดนี้ธุรกิจจะอยู่รอดและเติบโตได้อย่างไร? ถอดแนวคิดจาก ‘คาเฟ่อเมซอน’ (Café Amazon) ในฐานะเป็นเชนร้านกาแฟที่มีจำนวนสาขามากที่สุดในประเทศไทย และนี่คือสิ่งที่เขาแนะนำถึงเจ้าของร้านกาแฟ/คาเฟ่สำหรับการทำธุรกิจในยุคนี้
ในงาน Caf Con 2026 – Cafe Business Conference เมื่อวันที่ 16 มีนาคมที่ผ่านมา ‘แจ็ค-ฐิติ สุวรรณศักดิ์’ผู้จัดการฝ่ายธุรกิจคาเฟ่อเมซอนต่างประเทศ บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) ได้แชร์บนเวทีว่า การที่เหล่านักธุรกิจยึดหลักคิดที่ว่า การคิดเร็วลงมือทำเร็วนั่นเป็นเรื่องที่ดี แต่ควรต้องมีควบคู่กันไปกับสิ่งที่เรียกว่า ‘Corporate Mindset’
[ แม้ธุรกิจไซส์เล็ก แต่มายด์เซ็ตองค์กรช่วยให้ระบบแข็งแรง ]
การที่ แจ็ค-ฐิติ ได้หยิบเอา Corporate Mindset เป็นหนึ่งในการวางหมากธุรกิจให้แข็งแรงนั้น สำหรับเขามันคือการวางรากฐานธุรกิจให้แข็งแรงตั้งแต่วันที่ยังมีไม่กี่สาขา
“อยากให้ธุรกิจมีความรอบคอบในการทำธุรกิจ ประเมินได้ว่าเรื่องไหนที่ควรเร็ว และเรื่องไหนควรรอบคอบ อย่างอเมซอนที่ตอนนี้มีประมาณ 5,000 สาขาใน 10 ประเทศ การปรับเปลี่ยนอะไรก็คงต้องรอบคอบอย่างมากเพราะมี impact เยอะ”
“แต่ร้านกาแฟเล็กๆ ที่อาจจะเพิ่งเริ่มต้น บางทีการปรับตัวหน้าร้านต้องเร็วก็อาจจะต้องเร็ว เช่น การปรับสินค้าหน้าร้านให้ตามกระแส, การเพิ่ม seasonal menu ก็ควรต้องมีบ้าง ธุรกิจต้องคาดการณ์ให้ได้”
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่แจ็ค-ฐิติ พูดเตือนสตินักธุรกิจและเป็นคำแนะนำที่น่าสนใจก็คือ“ถ้าเราเป็นผู้นำในตลาดไม่ไหว ก็อาจจะต้องตามเทรนด์ตามกระแส แต่ห้ามรั้งท้ายตลาด เพราะถ้าเราอยู่ตำแหน่งสุดท้าย อาจจะต้องเปลี่ยนไหมเพราะเราคงไม่ถนัด”
หมายความว่าการไล่ล่าทำตามเทรนด์นั้นไม่ผิด แต่อย่างน้อยๆ ก็ควรไม่ใช่ผู้เล่นคนสุดท้ายในสมรภูมิการแข่งขัน เพราะผู้บริโภคอาจจะไม่นึกถึงแบรนด์เราก็ได้ หรือไม่ก็ตัวตนในตลาดไม่โดดเด่นพอให้จดจำ สิ่งสำคัญก็คือ “ตามเทรนด์ได้แต่ต้องไม่เสียตัวตน”
[ เป้าหมายเจ้าของธุรกิจต้องชัดมาก ]
นอกจากเรื่องระบบ หรือการวางโครงสร้างบางอย่างเพื่อให้ธุรกิจแข็งแรงพอที่จะขยายต่อไปในอนาคต ‘เป้าหมาย’ คือสิ่งที่ แจ็ค-ฐิติ ย้ำบนเวที โดยเขาแชร์ว่า อยากทำธุรกิจต้องวางเป้าหมาย หรือรู้เป้าหมายของตัวเองชัดเจนพอเพื่อเห็นภาพรวมธุรกิจที่รันอยู่
“สมมุติว่า ถ้าคุณอยากเป็นเจ้าของที่เข้าร้านทุกวัน เรื่องระบบก็อาจจะบางๆ ได้ แต่ถ้าอยากเป็นเจ้าของแล้วชอบเที่ยวต่างประเทศ ไม่ได้เข้าร้านตลอด คืออยากให้เงินรันกันเอง ก็ควรทำระบบแน่นๆ จริงจังกับเรื่องนี้ให้มากขึ้น”
นอกจากนี้ การสื่อสารกับทีมงาน หรือพนักงานในร้านก็สำคัญ เขาอธิบายว่า หากตอนนี้มีสาขาเดียว เราสามารถแก้หน้างานได้เลย แต่ถ้ามีร้านหลายสาขาขึ้นไป อาจจะต้องไปแก้ที่ระบบ ดังนั้น การออกแบบระบบให้ดีพอก็จำเป็น
“เรื่องระบบมันมาด้วยต้นทุน ค่าใช้จ่าย การมี 1-2 สาขา เจ้าของอาจจะไม่ต้องลงทุนลงแรงกับระบบใหญ่ขนาดนั้น เราต้องดูตัวเองด้วยว่าไหวแค่ไหน”
พร้อมปิดท้ายด้วยว่า “ถ้าตอนนี้เพิ่งจะเริ่มต้น หรือวางแผนที่จะทำ อยากให้คาดการณ์ให้ดีๆ ทั้งเศรษฐกิจ ต้นทุน ไม่งั้นเราอาจต้องแบกภาระค่าใช้จ่ายตั้งแต่วันแรกๆ ที่เปิดร้านก็ได้”
สุดท้ายแล้ว เท่าที่ฟังมุมมองของ ‘แจ็ค-ฐิติ สุวรรณศักดิ์’ แผนธุรกิจที่สมบูรณ์แบบที่สุดคงไม่มีอยู่จริง เพราะในโลกของร้านกาแฟที่เดือดกว่าอุณหภูมิน้ำในเครื่องชง กลยุทธ์ที่ใช้ได้ผลเมื่อวานอาจกลายเป็นของล้าสมัยในวันนี้และวันถัดไปก็ได้
กว่าที่คาเฟ่อเมซอนจะมีสาขากว่า 5,000 แห่งได้ ก็มาจากการเรียนรู้และปรับตัวให้ไว และต้องรอบคอบด้วย ซึ่งใครที่กำลังตามล่าฝันการเป็นเจ้าของร้านกาแฟที่ประสบความสำเร็จ อย่างหนึ่งที่ต้องทำเสมอคือ การปรับจูนเครื่องยนต์ธุรกิจตัวเองเพื่อเปลี่ยนความท้าทายให้กลายเป็นโอกาสใหม่ให้ได้