โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

บีโอไอชู Thailand FastPass เร่งเครื่องการลงทุน เดินหน้าแก้ไฟฟ้า-ที่ดิน พร้อมไฟเขียว 2 โครงการ 7 พันล้าน

Businesstoday

อัพเดต 20 มี.ค. เวลา 17.09 น. • เผยแพร่ 20 มี.ค. เวลา 10.09 น. • Businesstoday

บอร์ดบีโอไอเดินหน้าเร่งรัดการลงทุนผ่านระบบ Thailand FastPass พร้อมเร่งแก้อุปสรรคสำคัญที่นักลงทุนให้ความสนใจ ได้แก่ ความพร้อมด้านไฟฟ้าและพลังงานสะอาด รวมถึงการจัดหาพื้นที่รองรับการลงทุน หวังผลักดันโครงการขนาดใหญ่ให้เกิดการลงทุนจริงได้เร็วขึ้น และเสริมความเชื่อมั่นไทยในฐานะศูนย์กลางอุตสาหกรรมเป้าหมายของภูมิภาค

นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน หรือ บีโอไอ เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2569 ที่ประชุมคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน ซึ่งมีนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นประธาน ได้ติดตามความคืบหน้าการขับเคลื่อนการลงทุนของประเทศ โดยเฉพาะมาตรการเร่งรัดการลงทุนผ่านระบบ Thailand FastPass และการปลดล็อกข้อจำกัดหลักที่มีผลต่อการตัดสินใจของนักลงทุน

สำหรับความคืบหน้าของมาตรการ Thailand FastPass ซึ่งเป็นระบบเร่งรัดการอนุมัติและอนุญาตสำหรับโครงการขนาดใหญ่ในอุตสาหกรรมเป้าหมาย พบว่า โครงการที่ได้รับคัดเลือกในเฟสแรกจำนวน 16 โครงการ มูลค่าการลงทุนรวมกว่า 1.7 แสนล้านบาท ได้รับอนุมัติส่งเสริมการลงทุนแล้วทั้งหมด โดยในจำนวนนี้มี 7 โครงการที่ยื่นขอออกบัตรส่งเสริมเรียบร้อยแล้ว และอีก 4 โครงการได้รับใบอนุญาตหรือการอนุมัติจากหน่วยงานพันธมิตรแล้ว ส่วนโครงการที่เหลืออยู่ระหว่างการติดตามอย่างใกล้ชิด

ขณะเดียวกัน บีโอไอยังติดตามโครงการลงทุนขนาดใหญ่ที่ได้รับอนุมัติส่งเสริมในช่วงปี 2566-2568 รวม 78 โครงการ คิดเป็นมูลค่ารวม 4.8 แสนล้านบาท โดยพบว่า 35 โครงการ มูลค่าประมาณ 1 แสนล้านบาท สามารถเริ่มลงทุนได้แล้ว และอีก 30 โครงการ มูลค่า 1.1 แสนล้านบาท มีแผนเริ่มลงทุนชัดเจนในช่วงปี 2569-2570

อย่างไรก็ตาม ยังมีอีก 13 โครงการ มูลค่าประมาณ 2.7 แสนล้านบาท ที่เผชิญข้อจำกัดด้านไฟฟ้า ที่ดิน และใบอนุญาตต่าง ๆ ซึ่งต้องเร่งแก้ไข โดยบีโอไอประเมินว่า หากสามารถปลดล็อกอุปสรรคทั้งหมดได้ จะช่วยให้เกิดการลงทุนจริงเพิ่มเติมอีกประมาณ 3.5 แสนล้านบาทภายในปี 2570

ในด้านไฟฟ้าและพลังงานสะอาด ที่ประชุมเห็นตรงกันว่าจำเป็นต้องเร่งเตรียมความพร้อมโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรองรับการลงทุนในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง โดยเฉพาะโครงการ Data Center ซึ่งปัจจุบันได้รับการส่งเสริมแล้ว 55 โครงการ และมีความต้องการใช้ไฟฟ้ารวมกว่า 4.5 กิกะวัตต์ อีกทั้งมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในระยะต่อไป

ที่ประชุมจึงมอบหมายให้สำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน หรือ กกพ. บูรณาการความร่วมมือกับบีโอไอ หน่วยงานการไฟฟ้า และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อกำหนดแนวทางบริหารจัดการพลังงานไฟฟ้าให้เพียงพอและยั่งยืน ทั้งในมิติของความมั่นคงของระบบ ความเพียงพอของกำลังผลิต ความเหมาะสมด้านพื้นที่ และการเข้าถึงพลังงานสะอาด

พร้อมกันนี้ บอร์ดบีโอไอยังกำหนดเงื่อนไขเพิ่มเติมให้โครงการ Data Center ต้องได้รับหนังสือยืนยันการจ่ายไฟจาก กกพ. ก่อนยื่นขอรับการส่งเสริมการลงทุน เพื่อให้มั่นใจว่าโครงการที่เข้าสู่ระบบส่งเสริมสามารถเดินหน้าลงทุนได้จริง

ส่วนการจัดหาพื้นที่สำหรับรองรับการลงทุน ที่ประชุมรับทราบความคืบหน้าการแก้ไขปัญหาที่ดินใน 3 ประเด็นหลัก ได้แก่ การทบทวนผังเมืองเพื่อเพิ่มพื้นที่อุตสาหกรรมในอนาคต การจัดทำแนวทางปฏิบัติด้านการขุดและถมดินเพื่อให้ผู้ประกอบการเตรียมพื้นที่ได้รวดเร็วขึ้น และการเร่งรัดการขอเปลี่ยนแปลงสภาพที่ดินสาธารณสมบัติในนิคมอุตสาหกรรม

ในส่วนของแนวทางขุดและถมดิน ปัจจุบันการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย หรือ กนอ. ได้จัดทำร่างแนวทางแล้วเสร็จ และคาดว่าจะออกประกาศได้ภายในเดือนเมษายน 2569 ขณะที่การเปลี่ยนแปลงสภาพที่ดินสาธารณสมบัติ มี 25 โครงการที่อยู่ระหว่างขออนุญาต และมีการกำหนด 4 โครงการเป้าหมายสำคัญเพื่อผลักดันให้สามารถใช้พื้นที่ได้เร็วขึ้น

นอกจากนี้ ที่ประชุมยังมีมติให้เสนอคณะกรรมการดำเนินการปฏิรูปกฎหมายในระยะเร่งด่วน พิจารณาปรับปรุงกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงสภาพที่ดินสาธารณสมบัติให้แล้วเสร็จภายใน 1 ปี เพื่อเพิ่มความคล่องตัวในการรองรับการลงทุนใหม่

อีกประเด็นสำคัญคือ ที่ประชุมเห็นชอบให้บีโอไอติดตามความคืบหน้าในการลงทุนจริงของโครงการที่ได้รับอนุมัติส่งเสริมเป็นรายไตรมาส เพื่อประเมินสถานะและแก้ไขปัญหาอุปสรรคได้อย่างทันท่วงทีในทุกขั้นตอนของการลงทุน

พร้อมกันนี้ ยังได้ผ่อนผันหลักเกณฑ์สัดส่วนการจ้างงานบุคลากรไทยสำหรับโครงการที่ได้รับการส่งเสริมในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง เช่น เซมิคอนดักเตอร์ อิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง และเครื่องจักรที่มีความแม่นยำสูง โดยกำหนดเงื่อนไขให้ผู้ประกอบการต้องฝึกอบรมบุคลากรไทยเพื่อทดแทนตำแหน่งงานที่ได้รับการผ่อนผันภายในระยะเวลา 3 ปี

นอกจากการติดตามการลงทุนภาคอุตสาหกรรมแล้ว ที่ประชุมยังได้อนุมัติโครงการกิจการขนส่งทางอากาศ 2 โครงการของบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) มูลค่ารวม 7,143 ล้านบาท สำหรับการเช่าเครื่องบินใหม่จำนวน 8 ลำ เพื่อใช้ให้บริการขนส่งทางอากาศในเส้นทางระหว่างประเทศ

นายนฤตม์กล่าวว่า บีโอไอให้ความสำคัญกับการเร่งรัดให้โครงการที่ได้รับอนุมัติสามารถลงทุนจริงได้โดยเร็ว ควบคู่กับการทำงานร่วมกับหน่วยงานพันธมิตร เพื่อยกระดับการอำนวยความสะดวก ลดขั้นตอนและระยะเวลาการอนุมัติและอนุญาตผ่านกลไก Thailand FastPass รวมถึงเร่งแก้ไขอุปสรรคสำคัญที่ส่งผลต่อการตัดสินใจลงทุน โดยเฉพาะเรื่องไฟฟ้า พลังงานสะอาด และพื้นที่ลงทุน

“เป้าหมายสำคัญคือการสร้างความเชื่อมั่นให้นักลงทุน และผลักดันให้ประเทศไทยเป็นฐานลงทุนที่พร้อมรองรับการขยายตัวของอุตสาหกรรมเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพและทันต่อการแข่งขันในเวทีโลก” นายนฤตม์กล่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...