พลังหญิงล้อม“รบ.อนุทิน”คุมยุทธศาสตร์ทำเนียบ
หลังจากการแถลงนโยบายรัฐบาล ภายใต้การนำของ อนุทิน ชาญวีรกูล ความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจในทำเนียบรัฐบาล กลับไม่ได้อยู่เพียงแค่นโยบาย แต่ยังสะท้อนผ่าน “ทีมงานใกล้ชิดนายกรัฐมนตรี” ที่ถูกจัดวางใหม่อย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะการตัดสินใจของ ไตรศุลี ไตรสรณกุล ที่ลาออกจาก ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย กลับมานั่งเก้าอี้ “เลขาธิการนายกรัฐมนตรี” อีกครั้ง
ตำแหน่งนี้ ไม่ใช่แค่ฝ่ายธุรการ แต่คือ “ศูนย์กลางอำนาจเชิงปฏิบัติ” ที่กำหนดจังหวะการทำงานของรัฐบาลทั้งหมด ต้องทำหน้าที่เป็นมือประสานสิบทิศ
และเมื่อมองลึกลงไปถึงโครงสร้างทีมงานในทำเนียบฯ กลับปรากฏภาพที่ชัดเจนอย่างยิ่ง ที่เลือกใช้ “ทีมหญิงล้วน” ในตำแหน่งยุทธศาสตร์สำคัญ
เริ่มจากไตรศุลี ผู้เคยผ่านบทบาทโฆษกรัฐบาล มีจุดแข็งด้านการสื่อสารเชิงรุก การควบคุมประเด็น และการตอบโต้ทางการเมืองอย่างแม่นยำ ถูกมองว่าเป็น “คนคุมเกมข่าว” ที่นายกรัฐมนตรีไว้วางใจ
โดยเริ่มเข้าสู่เส้นทางสายการเมืองระดับชาติและได้รับแต่งตั้งเป็นรองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีครั้งแรก เมื่อปี พ.ศ. 2562 ในสมัยรัฐะพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ซึ่งขณะนั้นมีอายุเพียง 30 ปี
ถัดมา รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี อย่าง ศุภมาส อิสรภักดี ที่มีพื้นฐานภาคธุรกิจ เข้าใจกลไกเศรษฐกิจ และการลงทุนในระดับโครงสร้าง โดยกลับมาดำรงตำแหน่งนี้เป็นครั้งที่ 2 ในรัฐบาลอนุทิน
และ สุขสำรวย วันทนียกุล หรือเจ้รวยของคนอำนาจเจริญ ที่ก่อนจะเข้าสู่การเมือง เคยเป็นนักธุรกิจหญิงที่มีบทบาทกว้างขวางในพื้นที่ เชี่ยวชาญการประสานราชการ และการขับเคลื่อนนโยบายสู่ระดับปฏิบัติก่อนเข้าสู่การเมืองระดับชาติ โดยการเข้ามาเป็นรัฐมนตรีป้ายแดง และเจ้าตัวยังเคยระบุว่า ไม่เคยคิดเลยว่า ชีวิตของเด็กบ้านนอกคนหนึ่ง ที่เกิด เรียน และเติบโตอยู่ที่จังหวัดอำนาจเจริญ จะมีโอกาสได้มายืนอยู่ในจุดนี้ วันที่ชีวิตพลิกเปลี่ยน ก้าวเข้าสู่เส้นทางการเมือง ซึ่งถือว่าเป็นหน้าที่ที่ยิ่งใหญ่
ขณะที่ รัชดา ธนาดิเรก โฆษกรัฐบาล นั้น เริ่มเข้าสู่วงการการเมืองในปี 2550 โดยเป็น สส. กรุงเทพฯ เขตบางพลัด-บางกอกน้อย พรรคประชาธิปัตย์ และในปี 2562 ได้รับแต่งตั้งเป็นรองโฆษกฯ ในรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เคยทำงานร่วมกันกับ ไตรศุลี ซึ่งเป็นน้องเล็กสุดในทีม "โทรโข่งรัฐบาล" ที่เป็นหญิงล้วน
เสริมด้วย ลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษก ที่เข้ามาดำรงตำแหน่งในโควตาของ พรรคภูมิใจไทย ซึ่งถือเป็นคนรุ่นใหม่ที่ได้รับความไว้วางใจให้เข้ามาขับเคลื่อนงานสื่อสารระดับชาติ มาเป็นกระบอกเสียงของรัฐบาล ต่ออีกครั้ง
เช่นเดียวกับพลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ ซึ่งมาในโควตาพรรคภูมิใจไทย ที่มีชื่อให้เป็นรองโฆษกอีกคนที่อยู่ระหว่างตรวจสอบคุณสมบัติ มีโปรไฟล์ที่ไม่ธรรมดา มีประสบการณ์ทำงานหลายด้าน ทั้งเป็นผู้สมัคร สส.พรรคประชาธิปัตย์ ปี 2566 ก่อนย้ายมาสังกัดพรรคภูมิใจไทย เคยเป็นเลขานุการกรรมาธิการตำรวจ สภาผู้แทนราษฎร คณะทำงานรัฐมนตรี 3 กระทรวง (สาธารณสุข, ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และคมนาคม) อดีตรองโฆษกและกรรมการบริหารพรรคการเมือง จบการศึกษาบริหารจัดการการบิน จาก University College Birmingham ประเทศอังกฤษ เกียรตินิยมอันดับ 2
และภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร มาจากโควตาพรรคเพื่อไทย ซึ่งเป็นพรรคร่วมรัฐบาลหลัก ที่อยู่ระหว่างตรวจสอบคุณสมบัติ จะเข้ามาเสริมทีมอีก 1 พลังหญิง ยิ่งตอกย้ำภาพ “ผู้หญิงยกทีม” ในทำเนียบรัฐบาลอีกครั้ง
ซึ่งทำให้มองได้ว่า นี่คือ “ยุทธศาสตร์” เน้น “การควบคุมจังหวะข่าวและการสื่อสาร” ที่ล้วนเชื่อมโยงกับการกำหนดภาพลักษณ์รัฐบาลโดยตรง เพราะผู้หญิง มีจุดเด่นด้านการสื่อสาร การประสานงาน และการลดแรงปะทะ ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นในช่วงที่รัฐบาลต้องเผชิญแรงกดดัน ทั้งจากเศรษฐกิจ และสถานการณ์ระหว่างประเทศ และอีกด้านหนึ่ง อาจเป็น “การรีแบรนด์การเมือง” ให้รัฐบาลดูทันสมัย เปิดกว้าง และสอดรับกับแนวโน้มโลก ที่ให้ความสำคัญกับบทบาทผู้นำหญิงมากขึ้น…
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews