GPSC จัดพอร์ตเพิ่มประสิทธิภาพโรงไฟฟ้าหนุนรายได้Q1/69 ฝ่าวิกฤติราคาพลังงาน
GPSC เดินเกมจัดพอร์ตพลังงานสะอาด เครื่องมือหลักบริหารความเสี่ยง ราคาพลังงานโลกผันผวน เสริมแกร่งฐานทางการเงิน ลดต้นทุนโรงไฟฟ้า ทุกประเภท สร้างผลตอบแทนที่คุ้มค่า หนุน EBITDA อยู่ที่ 4,427 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 6 จากไตรมาสก่อนหน้า และมีกำไรสุทธิที่ 1,719 ล้านบาท
8 พ.ค. 2569 - นายวรวัฒน์ พิทยศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) หรือ GPSC แกนนำนวัตกรรมธุรกิจไฟฟ้ากลุ่ม ปตท. กล่าวว่า จากความท้าทายของทิศทางพลังงานโลกที่ผันผวนในช่วงต้นปีที่ผ่านมา บริษัทฯได้วางแผนการบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่าย เพื่อรักษาเสถียรภาพทางธุรกิจ โดยเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการโรงไฟฟ้าอย่างต่อเนื่อง ในกลุ่มโรงไฟฟ้า IPP หรือโรงไฟฟ้าผู้ผลิตอิสระ มีการหยุดซ่อมบำรุงและปรับปรุงประสิทธิภาพโรงไฟฟ้า เพื่อรักษาความมั่นคงของระบบไฟฟ้า
ขณะที่ภาพรวมปริมาณการขายไฟฟ้าและไอน้ำของธุรกิจ SPP หรือโรงไฟฟ้าขนาดเล็ก ให้แก่กลุ่มลูกค้าอุตสาหกรรมปรับตัวดีขึ้น โดยปริมาณขายไฟฟ้าเพิ่มขึ้นร้อยละ 3 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และไตรมาสก่อนหน้า ขณะที่ปริมาณขายไอน้ำเพิ่มขึ้นร้อยละ9 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และร้อยละ 6 จากไตรมาสก่อนหน้า สะท้อนความต้องการใช้พลังงานของภาคอุตสาหกรรมให้สามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างต่อเนื่อง
สำหรับการลงทุนในต่างประเทศ มีส่วนสำคัญต่อการสนับสนุนผลประกอบการที่ดี ทั้งโรงไฟฟ้าไซยะบุรี(XPCL) ที่ได้รับปัจจัยบวกจากปริมาณน้ำที่เพิ่มขึ้น ควบคู่ไปกับความสำเร็จในการปรับโครงสร้างหนี้ ที่ช่วยควบคุมต้นทุนทางการเงินของโครงการได้อย่างมีประสิทธิภาพ ขณะที่โรงไฟฟ้าพลังงานลมนอกชายฝั่ง(CFXD) ในไต้หวัน แม้ผลการดำเนินงานปรับลดลงตามฤดูกาล แต่มีการรับรู้รายได้จากการรับประกันเพื่อชดเชยจากความพร้อมจ่ายของกังหันลม
นอกจากนี้ โครงการพลังงานหมุนเวียนในอินเดียในบริษัท อวาด้า เอนเนอร์ยี่ ไพรเวท ลิมิเต็ด (AEPL) ยังคงเดินหน้าตามแผนงาน โดยมีการทยอยเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์โครงการใหม่ในไตรมาส 1 ปี 2569 รวมประมาณ 1,099 เมกะวัตต์ ซึ่งช่วยเสริมศักยภาพการเติบโตของพอร์ตพลังงานหมุนเวียนในต่างประเทศ สอดคล้องกับทิศทางการกระจายความเสี่ยงด้านการลงทุนของบริษัทฯ
ทั้งนี้ GPSC ยังคงมุ่งเน้นการสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน ผ่านการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน การบริหารพอร์ตการลงทุน และการต่อยอดธุรกิจพลังงานสะอาดทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ เพื่อเสริมความแข็งแกร่งทางการเงิน สร้างผลตอบแทนที่มั่นคงให้แก่ผู้ถือหุ้น และขับเคลื่อนองค์กรสู่การเป็นผู้นำนวัตกรรมพลังงานแห่งอนาคตของกลุ่ม ปตท.
อย่างไรจากการดำเนินงานที่ผ่านมา ส่งผลให้ ผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2569 ของบริษัทฯให้ EBITDA อยู่ที่ 4,427 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 6 จากไตรมาสก่อนหน้า และมีกำไรสุทธิที่ 1,719 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 51 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และเพิ่มขึ้นร้อยละ 15 จากไตรมาสก่อนหน้า ที่สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของ GPSC ในการบริหารจัดการพอร์ตธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ ท่ามกลางสภาพแวดล้อมด้านพลังงานที่ยังมีความผันผวน โดยบริษัทฯ ยังคงรักษาความแข็งแกร่งของธุรกิจหลัก ควบคู่กับการบริหารต้นทุนทางการเงิน ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน และการเพิ่มประสิทธิภาพของสินทรัพย์อย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้กำไรสุทธิในไตรมาสนี้ ยังคงแข็งแกร่งเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน