สธ.เตรียมให้ อภ.จัดซื้อยาแทน ช่วยรพ.เผชิญปัญหากระแสเงินสด ฝ่าวิกฤติตะวันออกกลางยืดเยื้อ
เมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2569 ที่กระทรวงสาธารณสุข นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รมว.สาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมศูนย์ปฏิบัติการภาวะฉุกเฉิน (EOC) รวมทั่วประเทศครั้งแรก เพื่อติดตามสถานการณ์การสู้รบในตะวันออกกลางว่า ยังไม่มีสัญญาณของการขาดยาและเวชภัณฑ์ แต่แนวโน้มที่พิจารณาแล้วเห็น คือ ยาและเวชภัณฑ์ในปัจจุบันยังมีสต็อกเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 3 เดือน บางชนิดอาจจะ 2 เดือน และบางชนิดอาจจะ 6 เดือน ยังไม่มีสัญญาณการขาดแคลนยาในขณะนี้
อย่างไรก็ตาม หากสถานการณ์การสู้รบยืดเยื้อไปนานกว่านี้มาก อาจส่งผลให้ราคายามีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นจากต้นทุนค่าขนส่งและบรรจุภัณฑ์ คาดว่าภาพรวมจะเพิ่มขึ้นไม่เกิน 10% แต่ขึ้นอยู่กับยาแต่ละชนิด ซึ่งภายใน 3 เดือนนี้อาจจะยังไม่ปรับราคาขึ้น เนื่องจากยังเป็นยาสต็อกเก่า ที่มีการนำเข้ามาก่อนเกิดเหตุสู้รบในตะวันออกกลางก็ไม่ควรผลักภาระมาให้ผู้บริโภค
ทั้งนี้ ได้มีการหารือกับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ที่แม้ไม่มีภารกิจ หรืออำนาจมากนักในการควบคุมราคา แต่สามารถตรวจสอบระยะเวลา จำนวนการนำเข้าและสถานที่เก็บสต็อกยาของผู้ผลิตอย่างใกล้ชิด ทำให้ทรายได้ว่ายาสต็อกเดิมนำเข้ามาเมื่อไหร่ หรือยาสต็อกใหม่ ต้นทุนใหม่ก็จะเห็นจำนวน เข้ามาอยู่ที่ไหน เข้ามาเมื่อไหร่ จะสามารถช่วยในการมอนิเตอร์ไม่ให้มีการปรับราคายาสูงขึ้นแล้วเป็นภาระของคนไข้หรือผู้บริโภค
นอกจากนี้ อย. ได้ประกาศทำ Fast Track สำหรับผู้ประกอบการที่จะปรับเปลี่ยนปริมาณ บรรจุภัณฑ์ เพื่อให้เกิดความยืดหยุ่นด้านราคามากขึ้น และเน้นย้ำเรื่องการขึ้นทะเบียนยาสมุนไพร ที่จะมีการส่งเสริมให้นำมาใช้ได้มากยิ่งขึ้น
“ได้ให้องค์การเภสัชกรรม(อภ.)ไปศึกษาและพิจารณากรณีการซื้อยาที่อภ.ไม่ได้ผลิต แต่จัดซื้อจากภายนอกโดยที่รพ.มีการใช้อยู่ เพราะฉะนั้น บางรพ.อาจจะมีข้อติดขัดเรื่องกระแสเงินว่า อภ.สามารถซื้อมาให้รพ.ใช้ก่อนได้หรือไม่ ซึ่งมีแนวโน้มน่าจะทำได้ ในกรณีระยะยาวราคายาต่างๆและสถานการณ์ไม่ดีขึ้นภายในระยะเวลาอันสั้นนี้"นายพร้อมพัฒน์กล่าว
สำหรับความกังวลเรื่องยาเฉพาะทาง ในส่วนยาอัลไซเมอร์ นายพัฒนา ยืนยันว่าไม่ขาดแคลน ข้อมูลจาก อย. ระบุว่าเพิ่งมีการนำเข้าล็อตใหม่เมื่อวันที่ 18 มีนาคมที่ผ่านมา ส่วนยาวาร์ฟาริน (Warfarin): วัตถุดิบนำเข้าจากอิสราเอล ปัจจุบันมีสต็อกวัตถุดิบถึงเดือนกรกฎาคม และกำลังประสานบริษัทให้หาแหล่งวัตถุดิบสำรองจากประเทศอื่น
นายพัฒนา กล่าวด้วยว่า กรณีรถกู้ชีพ หรือรถพยาบาล ได้เน้นย้ำหน่วยบริการบริหารจัดการน้ำมันอย่างใกล้ชิด โดยประสานกับปั๊มน้ำมันในพื้นที่ ทั้งนี้ ทราบว่ากระทรวงพลังงานได้มีการประสานแจ้งไปทางผู้ให้บริการว่า จะต้องดูในเรื่องของรถกู้ชีพ ต่าง ๆ โดยเฉพาะรถโรงพยาบาลเป็นพิเศษอยู่แล้ว ให้เป็นความสำคัญอันดับแรกอยู่แล้ว แต่ใน การบริหารจัดการก็จะอยู่ภายใต้บริบทของแต่ละพื้นที่นอกจากนี้ ยังสั่งการให้สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.) เข้าไปดูแลช่วยเหลือรถกู้ภัยของมูลนิธิต่างๆ ที่ประสบปัญหาขาดแคลนน้ำมันด้วย
นายพัฒนา กล่าวอีกว่า สำหรับมาตรการระยะกลางและระยะยาวของสธ. ในเรื่องการประหยัดพลังงาน พลังงานทดแทนจะต้องถูกนำมาใช้ เพื่อลดการพึ่งพาพลังงานไฟฟ้า น้ำมัน โดยอาคารสีเขียว โซลาร์เซลล์ หรือระบบการบำบัดน้ำเสีย คาร์บอนเครดิต ต้องนำมาใช้ และในอนาคตหากสามารถปรัยปรุงแบบอาคารให้เป็น Eco Friendly มากขึ้น รวมถึง การนำAI มาใช้มากขึ้น เพื่อลดต้นทุนในระยะยาว และลดการเดินทาง ซึ่งการเดินทางต่อจากนี้ของบุคลากรทั่วประเทศ ส่งเสริมให้นั่งรถตู้ ไม่ขับรถเร็วเกินกว่ากฎหมายกำหนด