ลุ้นแผน PDP เสร็จมิ.ย. GULF รับเต็ม อัพเป้า 91 บาท
#PDP #ทันหุ้น – “ปลัดพลังงาน” คาดทำแผน PDP 2026 เสร็จไม่เกินมิถุนายน เปิดเฮียริ่งค่าพยากรณ์ความต้องการไฟฟ้า กรณีสูงสุด 7.73 หมื่นเมกะวัตต์ ปี 2593 ด้านโบรกชี้ เป็นบวกกับหุ้นกลุ่มโรงไฟฟ้า มอง GULF ได้ประโยชน์มากสุด เหตุมีโอกาสคว้าเมกะวัตต์ใหม่จำนวนมาก “หยวนต้า” ปรับเพิ่มเป้าราคาเหมาะสมเป็น 91 บาทต่อหุ้นจากเดิม 60.50 บาทต่อหุ้น
ดร.ประเสริฐ สินสุขประเสริฐ ปลัดกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า การจัดทำแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย (PDP 2026) คาดจะแล้วเสร็จไม่เกินเดือนมิถุนายน 2569 ก่อนจะนำเสนอหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาต่อไป โดยแผน PDP 2026 นี้ มุ่งเน้นการพยากรณ์ความต้องการใช้ไฟฟ้าในระยะยาว 25 ปี โดยพิจารณาจากปัจจัยใหม่อย่าง อาทิ การขยายตัวของศูนย์สำรองข้อมูล (Data Center) และยานยนต์ไฟฟ้า (EV) เพื่อรองรับเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นศูนย์ภายในปี 2593
@ดัน SMR
สำหรับแผนงานดังกล่าวให้ความสำคัญกับการกระจายแหล่งพลังงานเพื่อลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาเชื้อเพลิงชนิดใดชนิดหนึ่งมากเกินไป พร้อมทั้งนำเทคโนโลยีใหม่อย่างโรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ขนาดเล็ก (SMR) มาเป็นทางเลือกในการสร้างความมั่นคง
นายทศพร ศิริสัมพันธ์ ประธานอนุกรรมการพยากรณ์และจัดทำแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศ กล่าวว่า การพยากรณ์ความต้องการไฟฟ้า (Load Forecast) ในกรณีต่ำ (Low) คาดว่า ความต้องการไฟฟ้าสูงสุดจะเพิ่มจากประมาณ 36,450 เมกะวัตต์ ในปี 2569 เป็น 71,340 เมกะวัตต์ ในปี 2593 หรือเติบโตเฉลี่ย 2.9% ต่อปี และมีการใช้ไฟฟ้าปี 2593 อยู่ที่ 386,081 ล้านหน่วย ขณะที่กรณีสูง (High) ความต้องการไฟฟ้าสูงสุดในปี 2593 จะเพิ่มเป็น 77,374 เมกะวัตต์ หรือเติบโตเฉลี่ย 3.2% ต่อปี และมีการใช้ไฟฟ้าอยู่ที่ 434,371 ล้านหน่วย โดยมีปัจจัยหลักจาก EV และ Data Center
@หนุนหุ้นโรงไฟฟ้า
นายณัชพล โรจนโรวรรณ นักวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐาน บริษัทหลักทรัพย์ เมย์แบงก์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ MST กล่าวกับ “ทันหุ้น” ว่า หากแผน PDP2026 จัดทำเสร็จในเดือนมิถุนายนนี้ ซึ่งจะเป็นเซ็นทิเมนต์เชิงบวกต่อหุ้นกลุ่มโรงไฟฟ้า เพราะการเปิดประมูลโครงการนั้นอาจจะยังไม่เกิดขึ้นในปีนี้ เพราะจากทำแผนเสร็จแล้วยังมีขั้นตอน การรับฟังความคิดเห็นจากภาคประชาชน (Public Hearing) และยื่นต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอนุมัติ ก่อนเสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาอนุมัติ
โดยหากไม่มีอุปสรรคใดๆ น่าจะได้รับการอนุมัติภายในสิ้นปีนี้ คาดว่าจะเริ่มเปิดประมูลในปีหน้า ดังนั้นในปีนี้อาจจะยังไม่เห็นการปรับเพิ่มประมาณการกำไร (Upside) ของหุ้นโรงไฟฟ้า ที่ชัดเจนจากแผนใหม่ ซึ่ง PDP 2026 จะมีการเพิ่มกำลังการผลิตทั้งในส่วนของเชื้อเพลิงหลัก (IPP) และพลังงานหมุนเวียน (Green Energy) มากขึ้นกว่าแผนเดิมที่เคยนำมารับฟังความคิดเห็นในปี 2024
@GULF รับผลดีมากสุด
ส่วนตัวมองว่าหุ้นโรงไฟฟ้าที่จะได้รับประโยชน์มากที่สุดในกลุ่มคือ บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF อ้างอิงจากในอดีตเปิดประมูลโครงการโรงไฟฟ้าที่ GULF ชนะประมูล หรือได้รับการคัดเลือก
ด้านบริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด ระบุว่า คาดแผน PDP ใหม่ของไทยจะมีความชัดเจน ภายในพฤษภาคมนี้ ซึ่งทำให้ธุรกิจไฟฟ้าเป็นขาขึ้นรอบใหม่ ซึ่งรอบนี้มีความจำเป็นมากขึ้นจากความต้องการดาต้าเซ็นเตอร์ ซึ่งหากอิง PDP ฉบับร่างปี 2024 กำลังการผลิตใหม่ทั้งหมดอาจสูงถึง 60 กิกะวัตต์ หรือมากกว่า โดยเป็นพลังงานหมุนเวียนมากกว่า 50% และคาดว่าจะเป็นโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนร่วมและโรงไฟฟ้า ขนาดใหญ่ (IPP) ไม่น้อยกว่า 6 กิกะวัตต์ หากอิงรอบรับซื้อที่ 5.2 กิกะวัตต์ ที่ลงนามไปแล้ว GULF มีสัดส่วนที่ถือ 100% อยู่ราว 1.7 กิกะวัตต์ หรือ 32%
@อัพราคาเป็น 91 บ./หุ้น
ทั้งนี้หากใช้สมมติฐานส่วนแบ่งตลาดรอบนี้ที่เพียง 20% หรือราว 12 กิกะวัตต์ เท่ากับเพิ่มขึ้นจากปัจจุบันที่มี Equity MW อยู่ราว 10 กิกะวัตต์ อีกมากกว่าเท่าตัว ยังไม่รวมโอกาสจากเข้าไปซื้อเงินลงทุนลงทุนในโครงการอื่นๆ ร่วมกับ พันธมิตร และเป็นปัจจัยที่ยังไม่รวมในประมาณการ และยังไม่ถูกสะท้อนในราคาหุ้น
รวมถึงด้วยฐานะการเงินที่แข็งแกร่ง ทำให้ GULF มีจุดแข็งที่สำคัญคือต้นทุนเงินทุนที่ต่ำแต่หุ้นกู้ของบริษัทมักเป็นที่ต้องการของตลาดอยู่เสมอ ฝ่ายวิจัยจึงปรับประมาณการกำไรปี 2569-2570 ขึ้น 9% และ 7% เป็น 33,956 ล้านบาท โต 18.0% YoY และ 34,995 ล้านบาท โต 3.1% YoY จากการรวมผลประกอบการของโรงไฟฟ้า Solar ขนาด 639 เมกะวัตต์ และรวมผลของการปรับประมาณการกำไร ADVANC และ THCOM ขึ้น รวมถึงปรับราคาเป้าหมายปี 2569 ใหม่เพิ่มเป็น 91 บาทต่อหุ้น จากเดิมที่ 60.50 บาทต่อหุ้น คงคำแนะนำซื้อ และใช้เป็นหุ้น Top Pick ของกลุ่มโรงไฟฟ้าในปี 2569