โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สวทช. ดันเทคโนโลยีดาวเทียม ยกระดับอุตสาหกรรม S-Curve ไทย ให้แข่งขันได้ในระดับโลก

SPACEMAN

อัพเดต 21 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 วันที่แล้ว • SPACEMAN มนุษย์อวกาศ

ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ของอุตสาหกรรมอวกาศอย่างเต็มตัวผ่านภาคีความร่วมมืออวกาศไทย หรือ Thai Space Consortium (TSC) ที่เป็นการรวมพลังครั้งสำคัญของหน่วยงานภายใต้ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดยมีเป้าหมายในการวิจัยและพัฒนาดาวเทียมสัญชาติไทยเพื่อสร้างองค์ความรู้และพัฒนาบุคลากรให้พร้อมรองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมในอนาคต โดยปัจจุบันกำลังมีการพัฒนาดาวเทียมหลัก 2 ดวง คือ TSC-1 ซึ่งเป็นดาวเทียมสำรวจโลกเพื่อใช้ประโยชน์ด้านการเกษตรและทรัพยากรธรรมชาติ และ TSC-2 ดาวเทียมสำรวจดวงจันทร์ (Moon Exploration) ที่มุ่งเน้นการวิจัยเทคโนโลยีขั้นสูง

ความท้าทายสำคัญของการทำงานในอวกาศคือการรักษาระดับพลังงานภายใต้อุณหภูมิที่ผันผวนอย่างรุนแรงระหว่าง -20 ถึง 60 องศาเซลเซียส ซึ่งทีมวิจัยจากเอ็นเทค (ENTEC) และเนคเทค (NECTEC) สวทช. ได้ร่วมกันพัฒนาต้นแบบแพ็กแบตเตอรี่ (Battery Pack) ที่ทำหน้าที่เป็นแหล่งพลังงานหลักร่วมกับแผงโซลาร์เซลล์ โดยเลือกใช้เซลล์แบตเตอรี่ลิเทียมไอออน (Lithium-ion) ที่ผ่านการรับรองจาก NASA พร้อมติดตั้งระบบบริหารจัดการแบตเตอรี่อัจฉริยะหรือ BMS (Battery Management System) เพื่อควบคุมและตรวจวัดสถานะจากระยะไกล นอกจากนี้ยังมีการออกแบบให้ใช้งานเพียง 20–30% ของความจุเพื่อยืดอายุการใช้งานให้ครบตามภารกิจ 2 ปี แม้ต้องเผชิญกับการเสื่อมสภาพในสภาวะสุดขั้วก็ตาม

ในด้านโครงสร้างดาวเทียม ทีมวิจัยจากเอ็มเทค (MTEC) ได้เข้ามามีส่วนร่วมในการคัดเลือกวัสดุที่มีน้ำหนักเบาแต่แข็งแรงสูง เช่น วัสดุโครงสร้างแบบแซนด์วิช (Sandwich Panel) ซึ่งช่วยเสริมความแข็งแกร่งได้อย่างมีประสิทธิภาพภายใต้สภาพแวดล้อมที่ท้าทาย ควบคู่ไปกับการใช้เทคโนโลยีแบบจำลองคอมพิวเตอร์ (Computer Simulation) เพื่อวิเคราะห์การถ่ายเทความร้อนและการกระจายอุณหภูมิ รวมถึงการจำลองกลไกสำคัญอย่างการกางแผงโซลาร์เซลล์ เพื่อประเมินความพร้อมก่อนนำอุปกรณ์ไปทดสอบในสภาวะสุญญากาศจริง และในอนาคตจะมีการต่อยอดไปถึงการออกแบบการจัดวางอุปกรณ์ภายใน หรือส่วนบรรทุก (Payload) ให้ทนทานต่อแรงกระแทกตั้งแต่ขั้นตอนการปล่อยยานจนถึงวงโคจร

องค์ความรู้ล้ำสมัยเหล่านี้ไม่ได้หยุดอยู่เพียงแค่ในอวกาศ แต่ยังสามารถส่งต่อพลังสู่การยกระดับเทคโนโลยีภาคพื้นดินในอุตสาหกรรม S-Curve และ New S-Curve ของไทยได้อีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาแบตเตอรี่ความปลอดภัยสูงสำหรับอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ หรือการสร้างวัสดุโครงสร้างน้ำหนักเบาเพื่อประหยัดพลังงานในอุตสาหกรรมยานยนต์ (Automotive Industry) และการก่อสร้าง ซึ่งจะช่วยสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจมูลค่าสูงและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศอย่างยั่งยืน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...