โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

อนุทิน แจงยิบปล่อยราคาน้ำมันตามกลไกตลาด วอนอย่าตื่นตระหนก

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 28 มี.ค. เวลา 07.01 น. • เผยแพร่ 28 มี.ค. เวลา 07.01 น.

นายกรัฐมนตรี แจงหยุดตรึงราคา ปล่อยตามกลไกตลาด ลดภาระกองทุนฯ สกัดนำเข้า-ส่งออก ยันน้ำมันมีใช้เพียงพอทั้งปี วอนประชาชนอย่าตื่นตระหนก ปรับวิถีชีวิต ประหยัดการใช้ ชี้ถ้า 10 ครัวเรือน ใช้ครอบครัวละ 1 ลิตร ลดได้วันละ 10 ล้านลิตร

ที่ตึกสันติไมตรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนนตรี กล่าวบนเวที Meet the Press “1 เดือนวิกฤตโลก : แผนรับมือไทยในโลกที่ไม่เหมือนเดิม”ว่า สำหรับสถานการณ์น้ำมันที่ขาดแคลนหน้าปั๊ม ขณะนี้ เริ่มมีการคลี่คลายลงมาแล้ว โดยเพิ่มจำนวนสำรองน้ำมันมากขึ้น และแก้ไขสถานการณ์ด้วยการเพิ่มรอบและเวลาในการขนส่ง รวมทั้งอัดฉีดน้ำมันสำรองเข้าไปในระบบ เพื่อให้พอดีกับความต้องการของประชาชนในประเทศที่อยู่ในภาวะตื่นตระหนก สำรองหรือตุน ถือเป็นสิทธิ์ของประชาชน ทำให้ความต้องการจำนวนน้ำมันมากขึ้น

หยุดตรึงราคาสกัดนำเข้า-ส่งออกน้ำมัน

ขณะเดียวกันใช้กฎหมายปราบปรามการทำผิดกฎหมาย ล่าสุดหยุดตรึงราคาให้เป็นไปตามกลไกของตลาดโลก เพื่อลดการลักลอบนำเข้าและส่งออกน้ำมันเถื่อนออกขาย ทำกำไร และเป็นการลดภาระของกองทุนน้ำมันที่ติดลบ จากเดิมที่เราอุดหนุนไปลิตรละ 24 บาท และลดเหลือลิตรละ 16 บาทในปัจจุบัน

“สิ่งที่เกิดขึ้นคือ ราคาใกล้เคียงกับประเทศเพื่อนบ้าน คนที่จะใช้โอกาสลักลอบนำน้ำมันไปขายนอกประเทศก็ไม่คุ้มค่า ก็จะไม่ทำ อีกทั้งทำให้ราคาน้ำมันขายในประเทศมีราคาที่เหมาะสม และรัฐประหยัดงบฯที่นำมาใช้ในการอุดหนุนราคาน้ำมันได้ด้วย”

ยันน้ำมันมีใช้เพียงพอตลอดทั้งปี

นายอนุทินกล่าวว่า ขณะนี้เราใช้น้ำมันเฉลี่ย 82 ล้านลิตรต่อวัน เพิ่มขึ้นจากสภาวะปกติก่อนถึงวันที่ 1 มีนาคม 2569 ก่อนมีสงครามที่ใช้เพียง 67 ล้านลิตรต่อวัน จะต้องปรับให้การใช้ไปสู่สภาวะปกติให้ได้ รัฐบาลยืนยันว่าถ้ากลับไปถึงจุด 67 ล้านลิตรต่อวัน เรายังใช้ชีวิตได้ปกติจนถึงสงกรานต์หรือทั้งปีได้

ดังนั้นรัฐบาลจึงอยากขอความร่วมมือประชาชนว่าส่วนที่เกินขึ้นไปถึงวันละ 85 ล้านลิตร ที่เกิดจากความตื่นตระหนกและความกังวล ขอให้มั่นใจว่าไม่ต้องตื่นตระหนกและกังวล น้ำมันมีให้ประชาชนใช้ได้อย่างแน่นอน และแม้ไทยจะตรึงราคา แต่ราคายังต่ำกว่าในภูมิภาค ยกเว้นอินโดนีเซียกับบรูไนที่ผลิตน้ำมันใช้เอง

“ขอให้พวกเราสร้างความเข้าใจซึ่งกันและกัน ขอความร่วมมือร่วมใจประชาชนทุกภาคส่วนช่วยกันสื่อสารข้อมูลที่ถูกต้อง เป็นหูเป็นตาร่วมกันกับรัฐบาล สอดส่องพฤติกรรมที่ผิดกฎหมาย ทำให้เกิดการเอาเปรียบประชาชนด้านการค้าน้ำมัน หรือการละเมิดมาตรการสินค้า สามารถแจ้งเบาะแสรัฐบาล ซึ่งเราจะใช้กลไกต่างๆ เข้าไปจับกุม ไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่างและดำเนินคดีโดยเฉียบพลัน ทั้งนี้เมื่อปัญหาราคาหน้าปั๊มคลี่คลายแล้ว ต่อไปคือการดูแลค่าครองชีพ กระทรวงพาณิชย์เตรียมควบคุมราคาสินค้าเพิ่มจาก 66 รายการ เป็น 77 รายการ รวมทั้งจัดโครงการไทยช่วยไทยและตลาดธงฟ้า ลดราคา 25%”

แนะประชาชนปรับวิถีชีวิตใช้อย่างประหยัด

นายอนุทินกล่าวว่า อย่างไรก็ดีรัฐบาลขอให้ทุกคนช่วยกันสร้างความมั่นใจ สร้างความมั่นคงเรื่องของพลังงานน้ำมันให้เพิ่มมากขึ้น ด้วยการช่วยกันปรับวิถีชีวิต เพื่อการประหยัดพลังงาน และเราจะผ่านสถานการณ์นี้ไปได้แน่นอน ยกตัวอย่างเรามี 10 ล้านครอบครัวที่ใช้น้ำมันและพลังงานต่างๆ ในการดำรงชีวิต

หาก 1 ครอบครัวลดการใช้น้ำมันเพียงครอบครัวละ 1 ลิตร ไม่ว่าจะเป็นน้ำมันประเภทไหน ประเทศไทยก็จะลดการใช้น้ำมันได้ถึงวันละ 10 ล้านลิตรในทันที เท่ากับลดการนำเข้าและเพิ่มสำรองวันละ 10 ล้านลิตร และสามารถลดภาระชดเชยจากภาครัฐได้ 20 บาทต่อลิตร

“ถ้าพวกเราลดได้ 10 ล้านลิตรต่อวัน รัฐบาลประหยัดน้ำมันในกองทุนน้ำมันได้ถึง 200 ล้านบาทต่อวัน ถ้าเราร่วมกันลดค่าใช้จ่าย ลดการใช้น้ำมันเพียง 1 ลิตร เราจะเซฟเงินได้วันละ 600 ล้านบาท เพื่อนำไปเพิ่มมาตรการช่วยเหลือในเรื่องต่างๆ เช่น มาตรการคนละครึ่งก็จะออกมาทันที เพื่อให้ประชาชนได้มีทางเลือกใช้ค่าใช้จ่ายและกระตุ้นเศรษฐกิจในยามที่เราอยู่ในสถานการณ์วิกฤตการณ์ด้านน้ำมัน”นายอนุทินกล่าว

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : อนุทิน แจงยิบปล่อยราคาน้ำมันตามกลไกตลาด วอนอย่าตื่นตระหนก

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...