ลำที่ 2 “เรือบรรทุกน้ำมันที่สหรัฐคว่ำบาตร” แล่นเข้าสู่อ่าวเปอร์เซียสำเร็จ
ลำที่ 2 "เรือบรรทุกน้ำมันที่สหรัฐคว่ำบาตร" แล่นเข้าสู่อ่าวเปอร์เซียสำเร็จ ผ่านช่องแคบฮอร์มุซ แม้สหรัฐจะประกาศมาตรการปิดล้อมเรือที่เข้า–ออกท่าเรืออิหร่านก็ตาม
วันที่ 16 เมษายน 2569 เวลา 10.17 น. สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า ข้อมูลการเดินเรือระบุว่า มีเรือบรรทุกน้ำมันขนาดใหญ่ (VLCC) ที่ถูกสหรัฐคว่ำบาตรลำที่สอง แล่นเข้าสู่อ่าวเปอร์เซียผ่านช่องแคบฮอร์มุซ แม้สหรัฐจะประกาศมาตรการปิดล้อมเรือที่เข้า–ออกท่าเรืออิหร่านก็ตาม โดยมาตรการดังกล่าวถูกประกาศโดยประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ หลังการเจรจาสันติภาพระหว่างสหรัฐ และอิหร่านที่กรุงอิสลามาบัดล้มเหลว
แม้กองบัญชาการกลางสหรัฐจะระบุว่ามีเรืออย่างน้อย 10 ลำถูกสั่งให้เปลี่ยนเส้นทาง และไม่มีเรือลำใดสามารถฝ่ามาตรการปิดล้อมได้ตั้งแต่เริ่มบังคับใช้ แต่สื่อทางการอิหร่านรายงานว่า มีเรือซูเปอร์แทงเกอร์ของอิหร่านที่ถูกคว่ำบาตรสามารถผ่านช่องแคบและมุ่งหน้าไปยังท่าเรืออิหม่ามโคไมนีได้ แม้จะไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติม
ข้อมูลจาก LSEG และ Kpler ระบุว่า เรือ RHN ซึ่งเป็นเรือ VLCC ที่สามารถบรรทุกน้ำมันได้ราว 2 ล้านบาร์เรล ได้เข้าสู่อ่าวเปอร์เซียแล้ว แม้ยังไม่ชัดเจนว่ามีปลายทางอยู่ที่ใด โดยก่อนหน้านี้เพียงหนึ่งวัน เรือ Alicia ซึ่งถูกคว่ำบาตรเช่นกัน ได้แล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซและกำลังมุ่งหน้าไปยังอิรัก ทั้งสองลำมีประวัติขนส่งน้ำมันจากอิหร่านในช่วงหลายปีที่ผ่านมา
ขณะเดียวกัน เรือ Rich Starry ซึ่งเคยผ่านช่องแคบได้ก่อนหน้า ถูกบังคับให้หันกลับและกลับเข้าสู่อ่าวอีกครั้ง สะท้อนให้เห็นถึงความไม่แน่นอนของการบังคับใช้มาตรการปิดล้อมในทางปฏิบัติ
สหรัฐยังส่งสัญญาณเตรียมใช้มาตรการคว่ำบาตรรองต่อผู้ซื้อน้ำมันอิหร่าน เพื่อเพิ่มแรงกดดันก่อนการเจรจารอบใหม่ ขณะที่มีรายงานว่า อิหร่านอาจพิจารณาเปิดเส้นทางฝั่งโอมานของช่องแคบฮอร์มุซให้เรือสามารถผ่านได้อย่างปลอดภัย หากสามารถบรรลุข้อตกลงเพื่อลดความตึงเครียด
แม้มาตรการปิดล้อมอาจส่งผลกระทบต่อการส่งออกน้ำมันของอิหร่านในระยะยาว แต่นักวิเคราะห์มองว่า อิหร่านยังสามารถรักษาระดับการผลิตได้ที่ประมาณ 3.5 ล้านบาร์เรลต่อวันในระยะสั้น โดยอาศัยการเก็บสำรองน้ำมันบนบก ขณะที่ข้อมูลล่าสุดระบุว่า การส่งออกน้ำมันของอิหร่านยังคงอยู่ในระดับใกล้เคียงเดิมในช่วงที่ผ่านมา
อ้างอิง : reuters.com