รัฐจ่อขยายเพดานกู้กองทุนน้ำมัน 1.5 แสนล้าน อุ้มราคาพลังงาน
คลัง เล็ง ชง ครม. ขยายเพดานเงินกู้กองทุนน้ำมันเป็น 1.5 แสนล้านบาท นาน 1 ปี พยุงราคาพลังงาน ยันพื้นที่การคลังยังเหลือรับมือวิกฤตได้
31 มี.ค. 2569 ดร. เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า จากสถานการณ์วิกฤตพลังงานจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางกระทรวงการคลังได้ประเมินผลกระทบไว้ 3 ฉากทัศน์ โดยฉากทัศน์แรกที่คาดว่าสงครามจะจบภายใน 1 เดือนนั้นไม่เป็นจริงแล้วปัจจุบันจึงต้องเตรียมพร้อมรับมือตามฉากทัศน์ที่ 2 คือคาดว่าสถานการณ์อาจยืดเยื้อไปอีก 3-4 เดือน
โดยได้สั่งการให้ตัวแทนกระทรวงการคลังที่เป็นกรรมการในบริษัทน้ำมันและโรงกลั่นน้ำมันกำกับและตรวจสอบอย่างเข้มงวดห้ามกักตุนน้ำมัน พร้อมกำชับกรมศุลกากร และกรมสรรพสามิต คุมเข้มการลักลอบส่งออกน้ำมันไปประเทศเพื่อนบ้าน
ขณะที่เพื่อเป็นการรับมือกับความผันผวนและเยียวยาผลกระทบรัฐบาลได้เตรียมมาตรการช่วยเหลือประชาชน โดยจะเปลี่ยนแนวทางจากการนำเงินไปอุดหนุนที่ราคาน้ำมันเป็นการเข้าไปอุดหนุนแบบเจาะจงที่ตัวบุคคลแทน
นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ปัจจุบันรัฐบาลยังอุดหนุนราคาน้ำมันดีเซลในประเทศอยู่ โดยสาเหตุที่ปัจจุบันราคายังอยู่ที่ระดับ 40 บาทเนื่องจากใช้เครื่องมือเข้ามาดูแลผ่านกองทุนน้ำมันซึ่งขณะนี้กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงแบกรับภาระส่วนต่างราคาอยู่ถึง 19 บาทต่อลิตร
“ถ้าไม่ทำอะไรเลยทุกคนรู้ดี ตอนนี้ราคาน้ำมันอยู่ที่ 50 บาท แต่ที่เรายังได้ใช้ 40 บาทเศษๆ เพราะรัฐบาลเข้าไปดูแลล่าสุดเมื่อมีการปรับขึ้นราคา 1.80 บาท กองทุน ก็ได้เข้าไปรับภาระเพิ่มอีก 2 บาท เพื่อลดผลกระทบต่อประชาชน”
นายลวรณ เปิดเผยว่า ปัจจุบันกองทุนน้ำมันได้ทำเรื่องเสนอขอให้กระทรวงการคลังเข้าไปค้ำประกันเงินกู้ในวงเงิน 150,000 ล้านบาท โดยการดำเนินการดังกล่าวจะต้องมีการออกพระราชกำหนดเพื่อขยายเพดานการก่อหนี้ของกองทุนจากเดิมกฎหมายกำหนดไว้ไม่เกิน 40,000 ล้านบาท เป็นระยะเวลา 1 ปี
“วงเงินกู้ดังกล่าวจะถูกนับเป็นหนี้สาธารณะด้วยซึ่งหากกองทุนน้ำมันกู้เต็มจำนวน จะส่งผลให้ระดับหนี้สาธารณะ ปรับเพิ่มขึ้นประมาณ 1% ต่อ GDP จากปัจจุบันสัดส่วนหนี้สาธารณะอยู่ที่ 66.09% ต่อ GDP ซึ่งยังมีพื้นที่ในการรับมือวิกฤตอีกประมาณ 3 แสนล้านบาท ภายใต้เพดานหนี้สาธารณะที่ 70% ต่อ GDP”
ทั้งนี้เตรียมเสนอเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี (ครม.) ชุดใหม่ทันที และหากครม. อนุมัติต้องมีการนำเรื่องเข้าสู่การหารือของที่ประชุมคณะกรรมการหนี้สาธารณะ เพื่อบรรจุในแผนการก่อหนี้ และทำเรื่องเสนอเข้าที่ประชุม ครม. อีกครั้งหากผ่านความเห็นชอบ สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) ก็จะเริ่มกระบวนการในการจัดหาแหล่งเงินกู้ที่เหมาะสมให้กับกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง
“ประเทศไทยมีเครื่องมือการดูแลราคาน้ำมันผ่านการใช้กองทุนน้ำมันและภาษี โดยกองทุนน้ำมันเป็นเครื่องมือที่ประเทศไทยมีแต่หลายประเทศไม่มีซึ่งพอเขาไม่มีเวลาเขาอยากจะลดราคาน้ำมันเขาจึงต้องลดภาษี สำหรับไทยตอนนี้กองทุนน้ำมันมีความสามารถในการดูแลอยู่ 19 บาท ส่วนภาษีอยู่ที่ 6-7 บาทเท่านั้น ต่อให้ลดภาษีหมดก็ลดได้ 6-7 บาทเท่านั้น แต่กองทุนน้ำมันเคยขยายไปถึง 25 บาท เรื่องนี้เป็นการบริหารจัดการของรัฐบาลเพื่อให้ราคาน้ำมันกระทบประชาชนน้อยที่สุด แต่ก็ต้องยอมรับความจริงว่าไม่ว่าอย่างไรน้ำมันก็ต้องแพงเพราะเราไม่ได้มีน้ำมันเป็นของตัวเอง”