โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

เรือรบสหรัฐแล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ทรัมป์ชี้เป็นภารกิจ “เคลียร์ทุ่นระเบิด”

เดลินิวส์

อัพเดต 12 เมษายน 2569 เวลา 5.56 น. • เผยแพร่ 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
เรือติดตั้งระบบขีปนาวุธสองลำของกองทัพสหรัฐ เดินทางผ่านช่องแคบฮอร์มุซ เป็นครั้งแรก นับตั้งแต่เกิดสงครามกับอิหร่าน ด้านผู้นำสหรัฐกล่าวว่า คือภารกิจ

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 11 เม.ย. ว่า "เดอะ วอลล์ สตรีท เจอร์นัล" และสำนักข่าว "อักซิออส" ของสหรัฐ รายงานโดยอ้างเป็นข้อมูลจากแหล่งข่าวระดับสูงด้านความมั่นคง ว่าเรือพิฆาตติดตั้งระบบขีปนาวุธนำวิถี 2 ลำ ของกองทัพสหรัฐ เดินทางผ่านช่องแคบฮอร์มุซ "โดยไม่มีรายงานเหตุไม่พึงประสงค์ใด ๆ"

แม้ยังไม่มีความชัดเจนว่า ปฏิบัติการครั้งนี้เกิดขึ้นเมื่อใด แต่เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่สงครามระหว่างสองประเทศเปิดฉาก เมื่อวันที่ 28 ก.พ. ที่ผ่านมา อีกทั้งแหล่งข่าวยังยืนยันว่า การเดินทางของเรือรบทั้งสองลำเกิดขึ้นโดย ไม่ได้มีการประสานงานกับรัฐบาลอิหร่าน และกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม ( ไออาร์จีซี ) แต่อย่างใด

ในเวลาเดียวกัน ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ โพสต์ข้อความบนทรูธ โซเชียล ว่า "เรากำลังเริ่มกระบวนการเคลียร์พื้นที่ในช่องแคบฮอร์มุซ" พร้อมขยายความว่า ถือเป็น "การสงเคราะห์" ให้กับประเทศอย่างจีน ญี่ปุ่น และฝรั่งเศส "ที่ไม่มีความกล้าหาญหรือความมุ่งมั่นพอที่จะลงมือทำด้วยตัวเอง"

นอกจากนี้ ทรัมป์ยังยืนกรานว่า อิหร่านกำลัง "ปราชัยอย่างหนัก!" ในความขัดแย้งครั้งนี้ แต่ยอมรับว่า ทุ่นระเบิดของอิหร่านที่มีการวางไว้ในช่องแคบฮอร์มุซ ยังคงเป็นภัยคุกคามอยู่ เพราะ "สิ่งเดียวที่พวกเขายังเหลืออยู่คือการข่มขู่ว่าเรืออาจจะไป 'ชน' เข้ากับทุ่นระเบิดทะเลของพวกเขา".

เครดิตภาพ : AFP

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...